พรรคส้ม 'แกล้งจน'

การ “ขอรับบริจาค” นี่.....

ผมว่ามันเป็น “เทรดดิชัน” ของขบวนการ “ส้ม-สามนิ้ว”ฝังลึก ตอนปี ๖๓-๖๔ ยุคเฟื่องฟูของ “รุ่นใหม่ ๓ นิ้ว”

ที่มี “ธนาธร-ปิยบุตร”

เป็นผู้นำจิตวิญญาณด้าน “ขุดราก-ถอนโคน” สถาบันหลักชาติ

ตอนนั้น เกิด “พระเอก-นางเอก” ๓ นิ้ว มากมาย

เช่น เพนกวิน-พริษฐ์ ชิวารักษ์, รุ้ง-ปนัสยา, ไมค์ ภาณุพงศ์, โตโต้-ปิยรัฐ จงเทพ และอีกหลายสิบ จำไม่หวาด-ไม่ไหว

พวกนี้ ลงถนนปุ๊บ ก็เปิดรับบริจาคปั๊บ

ปรากฏว่า รวยกันไปคนละ “หลักแสน-หลักล้าน”!!

วานซืน “เครื่องหมายการค้า” ๓ นิ้ว ก็ปรากฏอีกครั้ง

เพจ “พรรคประชาชน”.....

โพสต์คลิป พร้อมข้อความว่า

แผนใหญ่ของพวกเรามีครบทุกอย่าง

ตรวจสอบรัฐบาล ตรวจสอบเหล่าองค์กรอิสระ

ชำแหละระบอบสีน้ำเงิน

ติดอยู่แค่เรื่องเดียวคือ "ทุน"

ทุกภารกิจต้องลงมือทำจริง

และการลงมือทำจริงต้องมีแรงหนุนจากประชาชน

พรรคประชาชนขอเป็นด่านหน้า

ไปสู้ ไปลงมือ

แต่เราต้องใช้ทรัพยากร พลังข้อมูล

และ "ทุนจากประชาชน"

เพื่อดันหลังให้สู้ต่อได้อย่างสมศักดิ์ศรี

สนับสนุน ดัน

ช่องทางบริจาค......

สมัครสมาชิก/บริจาค:......

#ชำแหละระบอบสีน้ำเงิน

และหน้าปกมีรูป “ไอซ์-รักชนก” เป็นนางเอก

ยืนขนาบด้วย ๒ พระเอกของพรรค

 “พริษฐ์ วัชรสินธุ” และ “ศุภโชติ ไชยสัจ”

มีคำโฆษณาชวนเชื่อให้บริจาคพาดไว้ว่า

"พวกเขาลงทุน

เพื่อถอนทุนคืน...

แล้วเราจะสู้ด้วยอะไร

ถ้าไม่มีคุณ"

ร่วมลงขัน ภารกิจซักฟอก ๑๕๑

ทลายเครือข่าย

ปรนเปรอพวกพ้อง

-พรรคประชาชน

พฤติกรรมเช่นนี้.....

ตามประสาชาวบ้าน เรียกว่า “วาทะขอทาน”!

แต่นี่เป็นพรรคการเมืองและ สส.ออกขอทาน

ก็ต้องเรียกว่า “ท่านขอทานผู้ทรงเกียรติ”!

ผมก็เห็นพรรคฝ่ายค้านเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลมาก็หลายยุค-หลายสมัย

แต่ไม่เคยมีให้ปรากฏว่าฝ่ายค้านยุคไหน?

ประกาศเรี่ยไรหรือขอรับการบริจาค

โดยอ้างว่าเป็นทุนไปสู้กับรัฐบาล!?

เพิ่งเห็น-เพิ่งมี “ฝ่ายค้าน” พรรคส้ม นี้เป็นรายแรก

ที่อ้างว่า “อภิปรายรัฐบาล” ต้องใช้ทุน

แล้วก็ฉวยโอกาสให้ชาวบ้าน “ลงขัน”!

ก็พอเข้าใจ ว่าเป็นแท็กติกเช็กเรตติงพรรค

ทำแล้วจะได้ทั้งกล่อง-ทั้งเงินเป็นของแถม

แต่มันน่ารังเกียจ

เผลอๆ มีโอกาสเข้าข่าย “หลอกลวง” ชาวบ้าน

ซึ่งไม่ควรสร้างตัวอย่างเลวทางการเมือง

มันใช่ที่ไหน..หือ?

การอภิปรายไม่ไว้วางใจ “ต้องใช้ทุน”

อ้างต้องใช้ทรัพยากร พลังข้อมูล

ในส่วนนี้ ประชาชนก็จ่ายภาษี

จ้างคนมาทำงานให้แล้วมิใช่หรือ?

-สส. ๑ คน มีผู้เชี่ยวชาญให้ ๑ คน

ผู้ชำนาญการอีก ๒ คน

ผู้ช่วยดำเนินงานอีก ๕ คน

-สรุป สส. ๑ คน...

ชาวบ้านจ้างลูกมือทำงานให้อีก ๘ คน

จ่ายค่าจ้างให้ร่วม ๒๐ ล้านบาท/เดือน

ถึงขนาดนี้แล้ว ยังมีหน้ามาขอรับบริจาคอีก!

เอ้า...เดี๋ยวจะว่าผมตอแหลตอหลดตดใต้น้ำ

ดูตัวเลขที่มีคนเขารวบรวมไว้ให้นี่ก็ได้

...........................................

Withawatt Cozy Tansuhaj

วันจันทร์ที่ 2 พฤศจิกายน 2026 เวลา 13:03 น.

 “พรรคส้ม” ขอบริจาคเพื่อสนับสนุนอภิปรายไม่ไว้วางใจ

พรรคส้มมี สส. ๑๒๐ คน

ง่ายดายที่สุดคือ ผมลองใช้ AI ถามว่า

“พรรคจะมีรายได้จาก สส.เข้าพรรคเท่าไหร่ต่อเดือน?”

 AI คำนวณว่า.....

ตามระเบียบรัฐสภาฉบับล่าสุด (มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569) สส. 120 คน พร้อมผู้ช่วยรวม 960 คน

จะได้รับเงินเดือนและค่าตอบแทนรวมกันทั้งหมด 32,203,200 บาทต่อเดือน!

สามารถแยกรายละเอียดตามตำแหน่งได้ดังนี้ครับ

1.เงินเดือน สส.(จำนวน 120 คน)

สส. 1 คน ได้รับเงินรวม 113,560 บาท/เดือน

(แบ่งเป็นเงินประจำตำแหน่ง 71,230 บาท และเงินเพิ่ม 42,330 บาท)

รวมยอดของ สส. 120 คน: 13,627,200 บาท/เดือน

2.เงินเดือนผู้ช่วย สส.(จำนวน 960 คน)

สส.แต่ละคนจะมีผู้ช่วยได้สูงสุด 8 คน (สส. 120 คน x 8 คน = 960 คนพอดี) โดยมีอัตราเงินเดือนใหม่ดังนี้:

*ผู้เชี่ยวชาญประจำตัว (สส. 1 คน มีได้ 1 คน รวม 120 อัตรา)

ได้เงินเดือนคนละ 28,800 บาท

รวมเป็นเงิน 3,456,000 บาท/เดือน

*ผู้ชำนาญการประจำตัว (สส. 1 คน มีได้ 2 คน รวม 240 อัตรา)

 *ได้เงินเดือนคนละ 18,000 บาท

 *รวมเป็นเงิน 4,320,000 บาท/เดือน

*ผู้ช่วยดำเนินงาน (สส. 1 คน มีได้ 5 คน รวม 600 อัตรา)

 *ได้เงินเดือนคนละ 18,000 บาท

 *รวมเป็นเงิน 10,800,000 บาท/เดือน

*รวมยอดของผู้ช่วยทั้ง 960 คน: 18,576,000 บาท/เดือน

สรุปคือ สส.พรรคมีรายได้เดือนละ ๓๒ ล้านบาทเศษต่อเดือน จากภาษีประชาชน

ที่จ่ายให้พรรคส้มทำงานในฐานะผู้ตรวจสอบรัฐบาล

รายได้ตกปีละเกือบ ๔๐๐ ล้านบาท

ไม่รวมเงินสนับสนุนพรรคจากสภาอีก ๙๖ ล้าน

ได้เงินค่าตรวจสอบ ๔๙๐ ล้านต่อปี

ยังมีหน้ามาบอกสาวกพรรคว่าไม่พอใช้

เห็นลูกพรรคเป็นตัวอะไรก็ไม่ทราบ

และก็อยากถามว่า....

แค่หาข้อมูลอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตรวจสอบรัฐบาล

ได้เงินเดือนละ ๔๐ ล้าน ยังบริหารไม่พอใช้

แล้วจะมีปัญญาอะไรมาบริหารประเทศครับ

............................................

ตัวเลขไม่เคยโกหก-ตอแหลใคร ดูตามที่จาระไน

ทั้งพลังข้อมูล ทั้งทรัพยากรบุคคลทำงาน ทั้งทุน

ภาษีจากเงินชาวบ้าน จ่ายให้ “พรรคประชาชน”

ทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล ปีละร่วม ๔๐๐ ล้าน

แล้วยังตีหน้าจน มาขอรับบริจาคไปเป็นทุนอีก

มันไม่ “กะล่อนกิน-ปล้อนปลิ้นอยู่” มากไปหน่อยหรือ?

กฎเกณฑ์การบริจาคเงินให้พรรคการเมือง อยู่ภายใต้ “พ.ร.ป.พรรคการเมือง พ.ศ.๒๕๖๐"

เมื่อวาน (๓ พ.ย.๖๙) มีระเบียบ กกต. ฉบับใหม่ล่าสุด พ.ศ.๒๕๖๙

ประกาศในราชกิจจานุเบกษามุ่งเน้นความโปร่งใส และตรวจสอบได้เป็นหลัก

ในข้อห้ามและแหล่งเงินที่ผิดกฎหมาย

*ห้ามรับเงินผิดกฎหมาย (มาตรา 72):

ห้ามพรรคการเมืองและผู้ดำรงตำแหน่งในพรรค

รับบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด

โดยรู้หรือควรจะรู้ว่าได้มาโดยมิชอบด้วยกฎหมาย หรือมีแหล่งที่มาไม่ชอบด้วยกฎหมาย (มีโทษหนักถึงขั้นยุบพรรค)

*ห้ามรับเงินจากต่างชาติ (มาตรา 74):

ห้ามรับบริจาคจากบุคคลผู้ไม่มีสัญชาติไทย

หรือนิติบุคคลตามกฎหมายต่างประเทศ

ที่ประกอบธุรกิจทั้งในและนอกราชอาณาจักร

ฉะนั้น ระวังนะ...

ไปว่าเขา “ลงทุนเพื่อถอนทุนคืน”

แต่ตัวเอง นอกจาก “อมทุน” แล้ว

ยังไปหลอกชาวบ้านให้ “ลงขัน” อีก

อ้างเพื่อเป็นทุนชำแหละสีน้ำเงิน

ถ้าต่างชาติ...

ฝรั่ง-พม่า “ลงขัน” แล้วจะทำไงเนี่ย?

-เปลว สีเงิน

๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๙

 

คนปลายซอย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'เขมรคา-พม่าเสียบ'

ประเทศไทยช่วงนี้.... ดูเหมือน “ต้องโฉลก” กับ “ประเทศเพื่อนบ้าน” เป็นพิเศษ “ปัญหาเขมร” ทางตะวันออก ยังไม่จบ

'นิรโทษกรรมทักษิณ'

เมื่อเย็นวันเสาร์..... ดูข่าวโทรทัศน์ เห็นตัววิ่งบนจอว่า "ทักษิณกดดัน 'คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข' ให้ 'นิรโทษกรรม'

ภาษีหุ้น-นิรโทษ-ล้างมลทิน 'ทักษิณ' หวังทางสุนัขลอด! 1.7 หมื่นล้าน เส้นตาย มี.ค. 2570

จากกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องกรมสรรพากร เป็นจำเลย ต่อศาลภาษีอากรกลางเพื่อขอให้ศาลมีคำพิพากษาเพิกถอนคำสั่งของกรมสรรพากร