บันทึกหน้า4

คดีดาราสาว “แตงโม นิดา” พลัดตกเรือเสียชีวิตเมื่อวันที่ 24 ก.พ. ยังคงเป็นประเด็นอย่างต่อเนื่อง โดยใกล้จะครบการจากไปของดาราสาวใน 1 เดือนแล้ว ซึ่งดูเหมือนคดีดังกล่าวได้ลุกลามยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง นอกเหนือจากอุบัติเหตุหรือฆาตกรรมไปแล้ว โดยลามไปถึงแวดวงการเมือง เมื่อเกิดปรากฏการณ์หิวแสง เมื่อ “ตี๋เต้” มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ขอออกมาเอี่ยว มาแฉทั้งข้อมูลและคลิปกลับไปกลับมา ...๐

งานนี้เลยเจอคู่แค้นเก่าที่แม้จะต้องระเห็จจากทั่นผู้แทนราษฎรไปแล้ว อย่าง “สิระ เจนจาคะ” อดีต ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ต้องออกโรงมาผสมด้วย โดยจะแจ้งความตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ รวมทั้งอาจจะยื่นให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบเรื่องจริยธรรม โดยเฉพาะการแทรกแซงการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐด้วย ซึ่งต้องเรียกว่ามวยถูกคู่เสียจริงๆ เพราะเมื่อ “ตี๋เต้” รับรู้ก็ไม่สนไม่แคร์ พร้อมสวนกลับให้ “สิระ” ไปเคลียร์คดีของตัวเองให้จบก่อน รวมทั้งไปชำระเงินที่ กกต.ให้เรียบร้อยด้วย ...๐

ไม่ใช่แค่เรื่องหิวแสงเท่านั้นในคดีของแตงโม แต่มันยังลามไปถึง “ศูนย์ปฏิบัติธรรมสถานวิโมกสิวาลัย” สาขาวัดท่าไม้ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรีด้วย เพราะจากที่อยู่ดีไม่ว่าดี มีการไป บวช "โยคีปอ" ตนุภัทร เลิศทวีวิทย์ และ “โยคีโรเบิร์ต” ไพบูลย์ ตรีกาญจนานันท์ ก็เล่นเอาสถานปฏิบัติธรรมลุกเป็นไฟว่าด้วยการรุกที่ราชพัสดุ  ซึ่งล่าสุดกรมธนารักษ์ก็ยืนยันแล้วว่าเป็นการรุกล้ำและก่อสร้างโดยมิชอบ ส่วนจะดำเนินการอย่างไร จะมีการฟ้องเรียกค่าเช่าหรือค่าเสียหายอย่างไรนั้น ก็เชื่อว่า “มูลนิธิชยันโต โพธิธรรมรังสี” หรือแม้แต่ วัดท่าไม้ก็คงหน้าแข้งไม่ร่วงแน่ แต่ก็เรียกว่าเสียรังวัดและศรัทธากันพอสมควรทีเดียวเชียว เพราะเนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รอง แต่ดันเอากระดูกมาแขวนคอ ...๐

หันมาเรื่องการเมืองกันบ้าง โดยเฉพาะในเวทีอันใกล้ว่าด้วยการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และนายกเมืองพัทยา ซึ่งดูเหมือนกรณีหลังต้องบอกว่านอนมา จึงไม่ค่อยมีกระแสข่าวเท่าใด ผิดกับการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งดูเหมือนคราวนี้จะเกิดปรากฏการณ์ชิงดำครั้งใหญ่กันเลยทีเดียว เพราะ ล่าสุดพรรคไทยสร้างไทยของ “หญิงหน่อย” คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย ก็ประกาศแล้วว่าจะส่ง “น.ต.ศิธา ทิวารี” สมาชิกพรรคเพื่อไทย!!! ลงสมัครเลือกตั้งพ่อเมืองกรุงเทพฯ ...๐

ส่วน “พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง” ผู้ว่าฯ กทม. ก็ประกาศแล้วเช่นกันว่า ในวันที่ 24 มี.ค.จะลาออก และจะแถลงท่าที ว่าจะลงสมัครชิงชัยด้วยหรือไม่อย่างไร เรียกว่าพ่อเมือง กทม.ครั้งนี้ มีแต่บิ๊กเนมทั้งนั้น ในขณะที่พรรคใหญ่อย่างพลังประชารัฐและเพื่อไทยนั้น งานนี้ขอเล่นบทอยู่เบื้องหลัง ไม่ยอมส่งใครลงสนามด้วย ...๐

ที่น่าสนใจอย่างมากคือกรณีของพรรคประชาธิปัตย์ แม้เปิดตัว ดร.เอ้ “สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์” ไปนานนมแล้ว แต่ล่าสุด “องอาจ คล้ามไพบูลย์” รองหัวหน้าพรรคที่ดูแล กทม. เพิ่งมาแถลงเปิดตัวผู้อำนวยการศูนย์เลือกตั้งของพรรค คือ “ปริญญ์ พานิชภักดิ์” รองหัวหน้าพรรค และหัวหน้าทีมเศรษฐกิจทันสมัยของพรรค รวมทั้งยังมีเลือดใหม่ของพรรคอีก 9 คนเป็นรอง ผอ. เลยดูเหมือน ปชป.นอกจากจะวัดกระแสในเมืองกรุงแล้ว ยังต้องการทดสอบบรรดาสายเลือดใหม่ของ  ปชป.ด้วยว่าจะเป็นทองแท้หรือไม่ในสนามจริงเสียด้วย ...๐

ไม่พูดไม่ได้สำหรับดรามาว่าด้วยการนอบน้อมยิ่งกว่าเจอเจ้าเจอนายของ “นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว” ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทยใน การเปิดตัว น.ส.พินทองทา ชินวัตร หรืออุ๊งอิ๊ง บุตรสาวสุดสวาทของนายใหญ่ที่ จ.อดุรธานี แม้แฟนเพจชลน่าน หรือแม้แต่ “สุทิน คลังแสง” ส.ส.มหาสารคามและรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยจะออกมาแก้ต่างว่าเรื่องของบริบทและบรรยากาศมากกว่า เพราะตนเองก็โค้งในการส่งมอบเนื้อหาเหมือนกันนั้น บอกได้คำเดียวว่าระวังสีข้างจะถลอกนะจ๊ะ เพราะการโค้งแบบส่งต่อกับภาพที่มือกุมไข่โค้ง แบบดีครับทั่น ใช่ครับผมนั้น มันต่างกันนะจ๊ะ แล้วลองดู ภาพของ “อุ๊งอิ๊ง” ที่เห็นแล้วแอบขำและเขินว่าต้องทำกันขนาดนี้เชียวเหรอ มันก็น่าจะสะท้อนภาพได้อย่างดีว่า ไม่ใช่แค่บริบทของการส่งต่อไม้ ในการบรรยาย ...๐

ที่สำคัญนับตั้งแต่ “ชลน่าน" ได้ขึ้นมาเป็นผู้นำพรรคเพื่อไทย ก็ต้องบอกว่าหมดราคาและศักดิ์ศรีของการเป็นดาวเด่นและคนดีศรีสภาไปแล้ว แต่ต้องบอกว่าเป็นผู้นำฝูงแกะหรือเจ้าของโรงน้ำแข็งน่าจะดีกว่า เพราะ ไล่มาตั้งแต่การปูดเรื่องปฏิวัติรัฐประหารอีกรอบ แล้วก็เรื่องการไม่เสนอพระราชบัญญัติงบประมาณเข้าสภาบ้าง และล่าสุดคือโหวตล้มร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ 2 ฉบับ ซึ่งหากเป็นเพียง ส.ส.ยังพอเข้าใจได้ แต่นี่เป็นหัวหน้าพรรคและยังเป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภา เอ่ยอ้างแบบไร้ข้อเท็จจริงแบบนี้ ใครเขาจะเชื่อว่าการโค้งแบบนั้นเป็นแค่มารยาทกันเล่า...๐

ท.ศักดิ์

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

นับถอยหลังเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่และการออกเสียงประชามติที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แล้ว และดูเหมือน หนังหน้าไฟอย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ยังคงเป็นเป้าหลักของการวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งก็ไม่แปลกใจแต่ประการใด เพราะผลการทดลองงานในการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ. แม้จะคึกคักอย่างยิ่ง แต่ก็มากด้วยปัญหาสารพัดสารพัน

บันทึกหน้า 4

โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ปฏิเสธว่า ไม่เคยพูดว่า ภท.จะได้ สส. 200 ที่นั่ง ความจริงแล้วสื่อถามนำ นายอนุทินก็รับลูกไปตามน้ำ แต่ภายใน ภท.ประเมินกันว่าจะได้ สส.เขตประมาณ 150-160 ที่นั่ง

บันทึกหน้า 4

การเมืองไทยในห้วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งครั้งนี้ กำลังสะท้อน “รอยเดิมที่ไม่เคยหาย” และ “บทเรียนที่บางฝ่ายยังดื้อจะไม่เรียนรู้” ไม่ว่าจะเป็นฝั่งพรรคส้ม หรือฝั่งฝ่ายอนุรักษนิยมเองก็ตาม

บันทึกหน้า 4

เห็นนักการเมืองมักเสนอตัดงบประมาณกองทัพ งานด้านความมั่นคง อย่างภาคภูมิใจ แต่น้อยคนที่จะเสนอตัดงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับตัวเองโดยตรง นั่นคือเงินเดือน สส. ค่าตอบแทน รวมไปถึงผู้ช่วย สส. ที่แต่ละปีใช้งบประมาณแผ่นดินจำนวนมาก ยิ่งช่วงหาเสียงเลือกตั้งแบบนี้ก็ยิ่งแล้วใหญ่ หาพรรคการเมืองที่ชูนโยบายรัดเข็มขัดรัฐสภา เพื่อช่วยลดงบประมาณแผ่นดินยามประเทศเจอวิกฤตเศรษฐกิจไม่ได้เลย

บันทึกหน้า 4

"แบงก์ชาติ" ออกโรงเอง! "วิทัย รัตนากร" ผู้ว่าการ ธปท. สายบู๊ นั่งเก้าอี้ไม่ถึง 4 เดือน ลุยปราบทุนเทา ล่าสุดโชว์ผลงานช่วยจับซื้อเสียง หลังได้กลิ่นตุๆ ในช่วง 2 สัปดาห์นี้ มีการถอนเงินสดก้อนใหญ่ประมาณ 450 ล้านบาท

บันทึกหน้า 4

เรียกว่าเริ่มเข้าสู่โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งแล้ว พรรคการเมืองต่างๆ ก็เริ่มปล่อยหมัดเด็ดหมัดน็อกออกมากันยกใหญ่ โดยใน ค่ายน้ำเงินของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นอกจากเดินสายหาเสียงแบบออร์แกนิกแล้ว