คนดีหน้าตาเป็นอย่างไร?

วันนี้มีจดหมายจากท่านผู้อ่านคนหนึ่งส่งมาคุยเรื่องคนดี

แต่ที่สะดุดตาผมก่อนเนื้อหาจดหมาย กลับเป็นนามปากกาของผู้เขียน

แกลงชื่อว่า “คนไม่ดี”

เออ…แปลกดีเหมือนกันนะครับ

คนไม่ดีอยากคุยเรื่องคนดีเสียอย่างนั้น

ไม่รู้ว่าแกประชดใคร หรือกำลังประชดตัวเองอยู่กันแน่

ลองอ่านจดหมายของแกกันก่อนครับ

....................

สวัสดี คุณเสมอต้น

ติดตามอ่านคอลัมน์เปิดซองออนไลน์ในไทยโพสต์มาสักพักแล้ว วันนี้ขอส่งจดหมายมาคุยด้วยสักฉบับ พอดีเห็นข่าวแล้วอดสงสัยไม่ได้จริงๆ

เป็นข่าวคนที่เคยได้รับการยกย่องว่าเป็นคนดี ทำงานการกุศล มีมูลนิธิ มีภาพช่วยเหลือคนยากคนจนออกมาให้เห็นอยู่เรื่อย ๆ บางคนมีรางวัลเต็มบ้านเต็มเมือง แต่วันดีคืนดีกลับมีข่าวถูกจับกุมในคดีฟอกเงินหรือพัวพันกับเว็บพนัน อ่านแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ

ตกลงคนดีในสังคมไทย หน้าตามันเป็นอย่างไรและเราดูกันตรงไหน

เท่าที่เห็น คนที่จะได้รับการยกย่องว่าเป็นคนดี มักต้องมีอะไรให้คนเห็นเสียก่อน แต่งตัวดี พูดจาไพเราะ มีภาพไปแจกของ มีภาพช่วยเหลือผู้ยากไร้ หรือไม่ก็มีมูลนิธิเป็นของตัวเอง ยิ่งมีรางวัลคนดีศรีสังคมติดมือมาด้วยก็ยิ่งน่าเชื่อถือเข้าไปใหญ่

แล้วคนที่ทำความดีเงียบ ๆ ไม่ได้มีมูลนิธิ ไม่ได้ขึ้นเวทีรับรางวัล ไม่มีใครถ่ายรูปไปลงข่าว แบบนี้จะนับเป็นคนดีได้หรือเปล่า

ที่น่าขำไม่ออกก็คือ บางคนพอมีข่าวเสียหายขึ้นมา ยังมีคนคอยออกมาปกป้อง บอกว่าอย่าเพิ่งไปตัดสินเขา เขาเคยช่วยเหลือคนมามากมาย ทั้งที่เรื่องที่ถูกกล่าวหาก็เป็นคนละเรื่องกับการทำบุญทำกุศลเสียหน่อย การเคยบริจาคเงินหรือช่วยคนจน ไม่ได้แปลว่าจะทำอะไรก็ถูกไปหมด

ยิ่งถ้าเป็นเงินบริจาคของคนอื่นด้วยแล้ว ยิ่งต้องตรวจสอบกันให้ดี คนเขาให้เงินเพราะเชื่อใจและอยากช่วยเหลือคนเดือดร้อน ไม่ได้ให้เอาไปใช้เป็นทุนสร้างชื่อเสียงให้ใคร

บางครั้งก็สงสารคนที่ทำงานการกุศลจริงๆ เหมือนกันนะครับ เพราะพอมีข่าวแบบนี้ออกมาที คนที่ตั้งใจทำดีคนอื่น ๆ ก็พลอยถูกมองด้วยสายตาระแวงไปด้วย คนที่ทำเสียคนเดียว แต่คนอื่นต้องมาเสียความน่าเชื่อถือด้วย

เรื่องนี้ทำให้สงสัยว่า ที่ผ่านมาเราให้ความสำคัญกับความดีจริงๆ หรือให้ความสำคัญกับภาพที่คนคนนั้นสร้างขึ้นมาให้เราเห็นกันแน่ รางวัลต่างๆ ที่มอบให้กันนั้นมีการตรวจสอบประวัติและการทำงานกันแค่ไหน หรือเห็นว่ามีชื่อเสียง มีคนรู้จัก มีภาพลักษณ์ดี ก็ยกย่องกันแล้ว

ต่อไปเวลาเห็นใครขึ้นรับรางวัลคนดีศรีสังคม คงต้องคิดกันสักหน่อยแล้วว่า คนดีที่ว่านั้นดีจริงหรือแค่ดูดี เพราะบางคนกว่าจะรู้ว่าเป็นคนแบบไหน ก็ต้องรอให้ตำรวจไปเคาะประตูบ้านเสียก่อน

เขียนมาด้วยความอึดอัดใจ เห็นข่าวแล้วก็อดคิดไม่ได้ว่า สังคมเราควรจะจริงจังกับการตรวจสอบคนที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนมากกว่านี้หรือเปล่า

ด้วยความเคารพ
จากคนไม่ดี

....................

อ่านจดหมายจบแล้ว ผมก็อดนึกตามไม่ได้ว่า คนดีนี่หน้าตาเป็นอย่างไรกันแน่

ผมก็ไม่รู้เหมือนกันนะครับว่าคนดีต้องหน้าตาหล่อ ต้องสวย ต้องดูภูมิฐาน หรือจะขี้ริ้วขี้เหร่ ตัวดำม่อต้อ ก็เป็นคนดีได้เหมือนกัน

หรือว่าคนดีต้องหน้าตาดีด้วย

เออ…ถ้าอย่างนั้นคนหน้าตาไม่ดีอย่างผมจะทำอย่างไรล่ะครับ

สมัยก่อนผู้หลักผู้ใหญ่มักสอนว่า อย่าดูคนที่หน้าตา ให้ดูที่การกระทำ

ฟังดูก็มีเหตุผลดี

แต่พอมาถึงสมัยนี้ ผมชักไม่แน่ใจเสียแล้วว่าคำสอนนี้จะใช้ได้ทุกกรณีหรือเปล่า

เพราะบางคนเราก็เห็นเขาทำความดีมาตั้งหลายปี ช่วยคนยากคนจน ช่วยผู้ประสบภัย แจกข้าวแจกของ มีภาพออกข่าวอยู่เป็นประจำ

ไม่ได้แอบทำเสียด้วย ทำกันให้เห็นจะจะนี่แหละ

คนทั้งบ้านทั้งเมืองก็พากันชื่นชม ยกย่องว่าเป็นคนดี เป็นคนเสียสละ เป็นตัวอย่างให้สังคม

แต่วันดีคืนดีกลับมีข่าวถูกตำรวจจับ ถูกกล่าวหาเรื่องฉ้อโกง ฟอกเงิน หรือใช้เงินบริจาคผิดวัตถุประสงค์เสียอย่างนั้น

อ้าว…แล้วที่ผ่านมาเราไม่ได้ดูการกระทำของเขาหรือ

ดูสิครับ ดูกันมาตั้งหลายปีเสียด้วย

เพียงแต่การกระทำที่เราเห็น กับการกระทำที่เราไม่เห็น มันอาจเป็นคนละเรื่องกันก็ได้

อย่างกรณีคนมีชื่อเสียงที่ทำงานช่วยเหลือสังคมมานาน หลายคนลงพื้นที่ช่วยชาวบ้านจนเป็นภาพคุ้นตา บางครั้งหน่วยงานของรัฐยังไปไม่ถึง แต่คนเหล่านี้ไปถึงแล้ว

ประชาชนเห็นก็ชื่นชม บางคนศรัทธาถึงขั้นควักเงินบริจาคให้ช่วยนำไปทำประโยชน์

ถามว่าคนเหล่านี้เคยทำความดีไหม?

ก็เห็นกันอยู่เต็มสองตานั่นแหละครับ

แต่พอมีข่าวเกี่ยวกับคดีความหรือการใช้เงินบริจาคขึ้นมา ความชื่นชมที่เคยมีก็เริ่มมีคำถามตามมา

เพราะการช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นเรื่องหนึ่ง ส่วนการรับเงินจากประชาชนไปบริหารจัดการเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

คนช่วยเหลือชาวบ้านเก่ง ไม่ได้หมายความว่าจะบริหารเงินหลายร้อยล้านบาทได้โดยไม่ต้องมีใครตรวจสอบ

และการเคยทำประโยชน์ให้สังคมมากมาย ก็ไม่ใช่เหตุผลที่จะทำให้ใครได้รับความไว้วางใจไปตลอดชีวิต

ที่สำคัญ ผมว่าเวลาสังคมไทยชื่นชมใครมากๆ เรามักเผลอยกคนคนนั้นขึ้นไปอยู่สูงเสียจนแตะต้องไม่ได้

ใครตั้งคำถามก็ถูกหาว่าจ้องจับผิด

ใครสงสัยเรื่องเงินทองก็อาจถูกมองว่าไม่เห็นคุณค่าของคนทำความดี

อ้าว…แล้วคนทำความดีถามเรื่องเงินไม่ได้หรือครับ

ยิ่งเป็นเงินที่ประชาชนบริจาคมา ยิ่งต้องถามได้สิครับ

ส่วนเรื่องเงินบริจาค ผมว่าไม่มีอะไรซับซ้อนเลยครับ

ประชาชนบริจาคเงินเพราะต้องการช่วยเหลือคนเดือดร้อน ใครรับเงินไปบริหารจัดการก็ต้องชี้แจงได้ว่าได้รับมาเท่าไร ใช้ไปกับอะไร และเหลืออยู่เท่าไร

เพราะเงินบริจาคเป็นเงินที่ประชาชนมอบให้ด้วยความไว้วางใจ ไม่ใช่เงินส่วนตัวของคนรับบริจาค

เรื่องนี้ไม่ว่าใครจะมีชื่อเสียงหรือเคยทำความดีมามากแค่ไหน ก็ต้องตรวจสอบได้เหมือนกัน

ส่วนเรื่องรางวัลคนดีที่คุณคนไม่ดีพูดถึง ผมก็อดขำไม่ได้เหมือนกัน

ทุกวันนี้มีรางวัลสารพัด ทั้งคนดีศรีสังคม คนดีต้นแบบ คนทำคุณประโยชน์ต่อส่วนรวม

มอบกันมากมายเสียจนบางทีผมก็สงสัยว่า เมืองไทยเรามีคนดีมากขนาดนี้เชียวหรือ?

ถ้าคนดีมีมากอย่างที่มอบรางวัลกันทุกปี บ้านเมืองเราก็น่าจะเจริญกว่านี้นะครับ!

แต่เอาเถอะ ใครทำประโยชน์ให้สังคมก็ควรได้รับการยกย่อง เพียงแต่อย่าเผลอคิดว่ารางวัลที่ได้รับจะรับรองความประพฤติของเจ้าของรางวัลได้ทุกเรื่อง

ที่น่าเป็นห่วงอีกอย่างคือ คนทำงานการกุศลที่ตั้งใจทำงานจริงๆ ก็อาจพลอยได้รับผลกระทบจากข่าวเสียหายของคนอื่น

บางคนเหน็ดเหนื่อยช่วยเหลือชาวบ้านมาหลายปี ไม่เคยมีเรื่องด่างพร้อย แต่พอมีข่าวคนทำงานการกุศลถูกดำเนินคดีขึ้นมา คนอื่นก็พลอยถูกมองด้วยความระแวงไปด้วย

ผมว่าเรื่องนี้น่าเสียดาย

เพราะคนที่เดือดร้อนที่สุดอาจเป็นชาวบ้านที่กำลังรอความช่วยเหลือ แต่คนบริจาคเริ่มไม่กล้าเชื่อใจใครเสียแล้ว

จะให้ประชาชนเชื่อใจทุกคนที่ออกมาบอกว่ากำลังทำความดี ก็คงไม่ได้

แต่จะให้ระแวงคนทำความดีไปเสียทั้งหมด ก็คงลำบากเหมือนกัน

กลับมาที่คำถามของคุณคนไม่ดีว่า คนดีหน้าตาเป็นอย่างไร

ผมก็ยังนึกไม่ออกเหมือนกันครับ

เพราะทุกวันนี้บางคนที่เราเคยชื่นชมกันมาตั้งนาน พอมีข่าวอีกด้านหนึ่งออกมา ก็ทำเอาคนอ่านข่าวพลอยงงไปด้วย

จะว่าไป คนเรานี่รู้หน้าไม่รู้ใจจริงๆ นะครับ

แต่บางทีเราไม่ได้รู้จักแม้แต่หน้าจริงๆ ของเขาเสียด้วยซ้ำ

รู้จักแต่หน้าที่เห็นในข่าว ในโทรทัศน์ หรือในโทรศัพท์มือถือ

ส่วนตัวจริงจะเป็นอย่างไร ก็อีกเรื่องหนึ่ง

เอาเป็นว่าเรื่องคนดีนี่ ผมคงคุยกับคุณได้อีกยาว

แต่ถ้าจะให้ตอบว่าคนดีหน้าตาเป็นอย่างไร…

ผมว่าอย่าเพิ่งถามเลยครับ

ถามว่าคนดีสมัยนี้ดูยากไหม ยังพอตอบได้ว่า…

ยากขึ้นทุกวัน!

— เสมอต้น
9 พฤศจิกายน 2569

📌เขียนถึงเสมอต้น: มีเรื่องอะไรอยากเล่า หรืออยากส่งมาคุยกัน เขียนมาได้ที่ [email protected] หรือ Inbox เพจ “เปิดซองออนไลน์” ไม่ต้องเป็นเรื่องใหญ่โตอะไรครับ เรื่องใกล้ตัว หรือเรื่องที่ค้างอยู่ในใจ เขียนมาเถอะ วันไหนซองมาถึง เราค่อยเปิดอ่านไปด้วยกัน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปฐม อินทโรดม จุดพลิกไทยในสมรภูมิ AI หากช้า เราจะเสียโอกาส

เรื่องบทบาทและความสำคัญของ AI ถึงตอนนี้คงไม่ต้องพูดให้เสียเวลากันอีกแล้วว่า AI เข้ามามีบทบาทในการทำงาน การใช้ชีวิต หรือการศึกษาอย่างไรในสังคมโลก ที่ก็รวมถึงประเทศไทยด้วย โดยพบว่าช่วงหลังคนไทยตื่นตัวและให้ความสนใจเรื่อง AI มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ศีลธรรมไม่กลับมา...โลกาจะวินาศ!!!

เอาแล้ว...ประชาธิปไตยอเมริกา!!! กลับมาออกฤทธิ์ ออกเดช เล่นงาน ทรัมป์บ้า ผู้นำอเมริกาคนปัจจุบัน จนพ่ายแพ้การ เลือกตั้งกลางเทอม ไปทั้ง 2 สภา ไม่ว่าสภาบน สภาล่าง ก็ตามแต่ แม้จะพยายามดิ้นรน

ตัดนิ้วร้ายก่อนลาม!

เฮ้อ! เหนื่อยใจแทน ผบ.ราญ-พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร. กำลังกระตุ้นเรตติง “สีกากี” จนเข้าตาชาวบ้าน จากการมอบนโยบายการทำงานให้ “สีกากี” ทั่วประเทศ