ต้องบอกว่า “ตัดไฟแต่ต้นลม” กันเลยทีเดียว สำหรับเกาเหลาชามใหม่ในคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 5 เมษายน โดย “อนุทิน ชาญวีรกูล” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ก็รีบทำหน้าที่เป็นกาวใจทันควันในวันที่ 6 เม.ย. โดยต่อสายถึง “วราวุธ ศิลปอาชา” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เคลียร์กับ “มนัญญา ไทยเศรษฐ์” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่ง “ท็อป” ก็เอ่ยว่า “ขอโทษครับ รักพี่แหม่ม เหมือนพี่สาว" เรียกว่างานนี้จบแบบแฮปปี้เอนดิ้ง (หรือเปล่า) คงต้องติดตามกันต่อไป...๐
แต่ที่สังคมเขาสงสัยอย่างมากคือ ทำไมเวลาเรื่องราวเกี่ยวกับตระกูลไทยเศรษฐ์ ไม่ว่าจะเป็นกรณีพี่ชายอย่าง “ชาดา ไทยเศรษฐ์” ส.ส.อุทัยธานี รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย หรือแม้แต่ “มนัญญา” เรื่องมักจบเร็วยิ่งกว่าหนัง Fast & Furious หรือที่ชื่อภาษาไทยว่า “เร็ว...แรงทะลุนรก” เสียอีก งานนี้สงสัยคำว่าผู้มากบารมีที่ใครต่อใครมักยกให้ “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” นั้น อาจต้องเปลี่ยนเสียแล้ว เพราะจนป่านนี้คำว่า “นาฬิกาเพื่อน” ยังหลอนและหลอกบิ๊กป้อมอยู่เลย ไม่จบง่ายๆ เหมือนกรณีต่างๆ ของพี่น้องไทยเศรษฐ์แต่ประการใด...๐
นึกว่าวันพุธที่ 6 เม.ย. ตรงกับ 15 ค่ำ เดือน 3 หรือวัน “มาฆบูชา” เสียอีก เพราะ มีพรรคการเมือง 2 พรรคพร้อมใจกันจัดงานก้าวย่างสู่ปีการทำงานใหม่ โดย “พรรคภูมิใจไทย” ก็ก้าวเข้าสู่ที่ปี 14 พร้อมจะเลือกตั้งแล้ว โดยทั้งหัวหน้าพรรคก็นับปฏิทินรอ อย่างช้าสุดก็ 11 เดือนนับจากนี้ ในขณะที่ “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” รมว.คมนาคม ในฐานะเลขาธิการพรรค ก็กวักมือเรียกบรรดาคนที่พูดแล้วทำจริงให้เข้ามาสมัครเพื่อชิงเก้าอี้ผู้แทนฯ ตามนโยบายหาเสียงพูดแล้วทำ...๐ ส่วนอีกฟากหนึ่งคือ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ก็ครบรอบ 76 ปี และก้าวย่างสู่ปีที่ 77 โดย “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรค ก็ประกาศที่จะทำให้พรรคอยู่ชั่วฟ้าดินสลายแม้ที่ผ่านมาจะเป็น พรรคที่มีเลือดไหลออกมาที่สุดก็ตามที...๐
ที่น่าสนใจอย่างยิ่ง และอาจเรียกว่าเป็นความเหมือนกันของ 2 พรรคนี้คือ เรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์ รวมถึงยังไม่ประกาศเป้าหมายการได้เก้าอี้ทั่นผู้แทนว่าได้ตั้งเป้าไว้จำนวนเท่าใดกันแน่ แต่ ในใจลึกๆ ของทั้ง 2 พรรค ก็เชื่อว่าน่าจะได้มากกว่าที่ผ่านมาแน่นอน ซึ่งการครบรอบการก่อตั้งทั้ง 2 พรรคก็ทำให้บรรดานักการเมืองต้องวิ่งรอกกันไปมา แต่ดูๆ แล้วๆ ส่วนใหญ่ก็จะส่งตัวแทนไป คงมีเพียง “นิกร จำนง” ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา ที่ลงทุนไปทั้ง 2 พรรคเอง สมกับเคยได้รับสมญา “พรรคปลาไหล” จริงๆ เพราะใครจะต่อว่าเลือกที่รักมักที่ชังก็ไม่ได้...๐
หันกลับมาสนามท้องถิ่นกันบ้าง เมื่อล่าสุด “สมาคมผู้บำเพ็ญประโยชน์” จัดเวทีสาธารณะ "เสนอไป เสนอมา...นโยบายสังคม ของผู้ว่าฯ กทม. เสียงผู้หญิง 2.3 ล้าน ชี้ขาด...ใครคือ ผู้ว่าฯ กทม." ซึ่งงานนี้ก็มีตัวเต็งผู้ว่าฯ กทม.เข้าร่วมถึง 4 ราย ไล่มาตั้งแต่ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง อดีตผู้ว่าฯ กทม., สกลธี ภัททิยกุล อดีตรองผู้ว่าฯ กทม., วิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อดีตอธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เรียกว่าแต่ละคนก็ร่ายและขายฝันสิ่งต่างๆ ที่จะทำหลังได้เก้าอี้ ซึ่งได้แต่ขำ เพราะเหมือนแต่ละคนท่องอาขยานกันมา เนื่องจากแทบไม่มีการเอ่ยถึงนโยบายที่จะทำให้กับผู้หญิงหรือเพศแม่เลยตามหัวข้อการเสวนาแต่ประการใด...๐
ส่วนตัว เต็งหามอีกรายอย่าง “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” นั้น เรียกว่าไม่สนใจเวทีนี้แต่ประการใด โดยยังคงลงพื้นที่อยู่ แต่ดูเหมือนกรณีล่าสุดที่ไปลงชุมชนมาชิม และชุมชนเฉลิมอนุสรณ์ ซึ่งเป็นชุมชนริมทางรถไฟ เขตวัฒนา ซึ่งจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์นั้นถูกเสียงก่นด่าหนัก เพราะเป็นการส่งเสริมการรุกล้ำพื้นที่อย่างมาก แล้วที่วงกาแฟเขาสงสัยเข้าไปอีกก็คือ “ชัชชาติ” ก็เคยเป็นเจ้ากระทรวงคมนาคม ที่มีการรถไฟฟ้าแห่งประเทศไทยอยู่ภายใต้สังกัดมิใช่เหรอ ถ้าเป็นผู้แข็งแกร่งแห่งปฐพีจริง ทำไมปัญหานี้ถึงปล่อยปละให้มีมาจนถึงปัจจุบันเล่า แล้วที่สำคัญ “ผู้ว่าฯ กทม.” นั้นไม่ใช่มีอำนาจล้นเหลือนะตัวเองที่จะไปสั่งไปออกกฎข้ามหน่วยงานและกระทรวงได้ หรือชัชชาติลืมไปว่า นี่เป็นศึกชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ ไม่ใช่เก้าอี้ผู้นำประเทศนะตัวเธอ...๐
ท.ศักดิ์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
แม้รัฐบาลภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล จะก้าวขึ้นสู่อำนาจด้วยเสียงสนับสนุนอย่างท่วมท้นในสภา แต่เส้นทางการบริหารประเทศจากนี้ไป ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ หากเต็มไปด้วย “โจทย์ใหญ่” และ “ปมเสี่ยง” ที่อาจกลายเป็นแรงสะเทือนทางการเมืองได้ทุกเมื่อ
บันทึกหน้า 4
บันทึกท่ามกลางอากาศร้อน แต่ยังร้อนไม่เท่ากับบรรยากาศด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมในบ้านเรา เพราะ "หน้าตา ครม.ชุดใหม่" ทำท่าว่ามิได้ไฉไลไปกว่าเก่า เพราะยังคงยึดโยงอยู่กับวัฒนธรรม "แบ่งโควตา" เก้าอี้สนองก๊วนแก๊งบ้านเล็กบ้านใหญ่เหมือนเดิม .
บันทึกหน้า 4
ท่วมท้น! 293 เสียง "อนุทิน ชาญวีรกูล" ฉลุยนายกฯ สมัย 2 ถึงจะโดนฝ่ายค้านรุมอภิปรายกังขาปมจริยธรรมในเรื่องคดีฮั้ว สว. ก็ตาม "
บันทึกหน้า 4
ต้องบอกว่าการเลือกตั้งเมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ได้ถึงทางแยกที่สำคัญประการหนึ่ง เมื่อศาล รัฐธรรมนูญมีมติ 6 ต่อ 3 รับคำร้องที่ “ผู้ตรวจการแผ่นดิน” ขอให้พิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 ในการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีการใช้รหัสแท่งหรือบาร์โค้ดและรหัสคิวอาร์ ที่จะทำให้การออกเสียงลงคะแนนไม่ได้เป็นไปโดยลับตามรัฐธรรมนูญ
บันทึกหน้า 4
สงครามสหรัฐ-อิสราเอลบุกอิหร่าน ส่งผลกระทบไปทั่วโลก โดยเฉพาะการขนส่งน้ำมันดิบผ่านช่องแคบฮอร์มุซไม่ได้ ประเทศไทยก็โดนกันทั่วหน้า ประชาชนแตกตื่นแห่ไปเติมน้ำมัน แต่ปั๊มไม่มีน้ำมันพร้อมขึ้นป้าย "อยู่ระหว่างการขนส่ง" และในวันที่ 18 ส.ค.
บันทึกหน้า 4
ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กำลังส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานทั่วโลก หนึ่งในประเด็นที่เริ่มถูกจับตาในประเทศไทยคือ ความเสี่ยงเรื่องการขาดแคลนน้ำมัน ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ รัฐบาลจึงเริ่มออกมาตรการประหยัดพลังงานในภาครัฐ เช่น การให้หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจทำงานที่บ้าน หรือ Work from Home (WFH) ลดการเดินทาง รวมถึงชะลอการดูงานต่างประเทศ


