
การเมืองช่วงนี้เกือบทุกสายมุ่งสู่สนามแมตช์สำคัญ เลือกตั้งผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) แต่ “วันนี้” ขอเจียดเวลาให้ความสนใจการยกร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง หรือกฎหมายลูกพรรคการเมือง เสียหน่อย
เพราะคณะ กมธ.วิสามัญพิจารณาร่างกฎหมายลูกพรรคการเมือง มีนัดโหวตประเด็นสำคัญ!! ว่าด้วยเรื่องคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ก่อตั้งพรรค
โดยฝ่ายที่เสนอขอแก้ไขเขาบอกว่า ของเดิมมันเข้มงวดมาก และต้องการจะเปิดกว้างให้ทุกคนสามารถเข้าถึงการเมืองได้ ดังนั้นจึงต้องมีการปลดล็อก
ย้อนกลับไปดูของเดิมที่สั่งห้ามไม่ให้จัดตั้งพรรค และเป็นสมาชิก ก็มีหลายกลุ่มบุคคลที่ได้รับผลกระทบ เช่นพวกที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดตั้งแต่กระบวนการผลิตยันขาย, พวกที่อยู่ระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้ง, อยู่ระหว่างระงับสมัครเลือกตั้ง, โดนตัดสินจำคุกและถูกคุมขังโดยหมายศาล, ติดคุกมาแล้วยังไม่พ้น 10 ปีนับถึงวันเลือกตั้ง, พวกทุจริตประพฤติมิชอบในหน้าที่, คดีถึงที่สุดให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพราะร่ำรวยผิดปกติ, คดีถึงที่สุดในคดีค้ามนุษย์ ฟอกเงิน ฉ้อโกง พนัน, คดีถึงที่สุดว่าทุจริตเลือกตั้ง, อยู่ระหว่างห้ามไม่ให้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เป็นต้น
ถามว่า...บุคคลข้างต้นที่กฎหมายพรรคการเมืองของเดิมกำหนดไว้ ห้ามไม่ให้จัดตั้งพรรคการเมือง หรือเป็นสมาชิกพรรค มีเหตุมีผลหรือไม่
รวมถึงกฎหมายเดิมยังห้าม ส.ว., อดีต ส.ว.ที่พ้นจากตำแหน่งไปยังไม่ถึง 2 ปี และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หรือผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ เพราะเห็นแล้วว่าอาชีพเหล่านี้ต้องมีความเป็นกลาง ขืนให้ไปตั้งพรรคหรือเป็นสมาชิกก็อาจจะเกิดปัญหาความยุติธรรมตามมาได้ ใช่หรือไม่
เห็นว่าวันนี้ตอนคณะ กมธ.ต้องตัดสินใจ จะให้โหวตเป็นข้อๆ ไปเลยว่า กลุ่มบุคคลใดบ้างจะได้รับการปลดล็อก งั้นก็ขอเรียกร้องให้คณะ กมธ.อนุญาตให้ถ่ายทอดสดการลงมติในห้องประชุม เพื่อให้สังคมได้รับทราบว่า กมธ.ท่านใด ฝ่ายใด ยกมือสนับสนุนให้พวกค้ามนุษย์ ฟอกเงิน พวกทุจริต พวกโกงเลือกตั้ง พวกที่ศาลตัดสินให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง กลับเข้ามาเล่นการเมือง!
ขนาด “ดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม” กมธ.ในซีก ส.ว.ยังกังวลการที่คณะ กมธ.จะเปิดช่องให้บุคคลที่ถูกตัดสิทธิทางการเมืองตามคำสั่งหรือคำพิพากษาของศาลเข้ามาจัดตั้งพรรคการเมืองได้ทันที หลังจากที่ร่างกฎหมายดังกล่าวประกาศใช้ อาจเป็นการทำลายหลักของคำวินิจฉัยหรือคำพิพากษาขององค์กรตุลาการได้ ที่สั่งห้ามนักการเมืองเข้ามายุ่งเกี่ยวในกิจการหรือพรรคการเมือง
เห้อ.. ปากบอกจะปฏิรูปการเมือง แต่การกระทำน้านนนน รอดูเอาเถอะพี่น้องเอ้ย.
มินนี่เมาธ์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น
ชัดถ้อย ชัดคำ ไม่ต้องอ่านสคริปต์ อภิปรายความเดือดร้อนประชาชนแบบเข้าใจปัญหา ต้องบอกว่า ก๊อปปี้ร่าง มิสเตอร์เกษตร-สัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ เขต 3 พรรคภูมิใจไทย ผู้เป็นพ่อมาเลย
'ตอบแทนคนทำงาน'
แม้ชื่อจะหายไปจากหน้าสื่อมวลชนบ้าง แต่ไม่เคยหลุดสายตาผู้ใหญ่พรรคภูมิใจไทย สำหรับ "เจ๊รวย" สุขสมรวย วันทนียกุล สส.อำนาจเจริญ พรรคภูมิใจไทย ที่ล่าสุดมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาล "ครม.อนุทิน 2"
จะไปกระบี่
ห่างหายไปนานถึง 10 ปีเต็ม จนแทบจะลืมบรรยากาศเก่าๆ ในที่สุด ศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระระดับหอคอยงาช้าง ก็ยอมเปิดโหมดกระชับมิตร ขนทัพนักข่าวสายการเมืองลัดฟ้าไปรับลมทะเลที่ จ.กระบี่ ในงานสัมมนาสื่อมวลชนเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งระหว่างศาลและสื่อมวลชน งานนี้จัดเต็ม 3 วัน 2 คืน ชนิดที่เรียกว่ากวักมือเรียกความสัมพันธ์ที่เคยห่างเหินให้กลับมาแนบแน่นอีกครั้ง
'ซื้ออาหารทานเอง'
กลายเป็นการสร้างเสียงฮือฮาในสภาผู้แทนราษฎร เมื่อ หมอวรงค์ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี ได้สร้างแรงกระเพื่อมใหญ่ในวันแรกที่มีการประชุมสภา วันที่ 15 มี.ค.ที่ผ่านมา
จาริสตาร์ 32
ช่วงที่สถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางยังไม่สิ้นสุด ซึ่งส่งผลกระทบไปทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยที่กำลังเผชิญปัญหาพลังงานและน้ำมัน ที่ “นายกฯ หนู-อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี ได้ออกมากล่าวขอโทษประชาชนเป็นครั้งแรกในงาน “Meet the Press” ภายใต้หัวข้อ “1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม”
ฝ่ายค้านครั้งแรก
ดรามา “ข้าวฟรี สส.” ที่เคยร้อนแรง วันนี้เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ทำให้คนเสียภาษียิ้มมุมปากได้บ้าง หลัง “หมอวรงค์” สส.พรรคไทยภักดี ออกมาจุดประเด็นซ้ำในช่วงโหวตประธานสภาผู้แทนราษฎร จนเรื่องนี้กลับมาอยู่ในกระแสสังคมอีกครั้ง

