แล้วก็เข้าสู่ปีใหม่ไทยแล้ว โดยวันมหาสงกรานต์ปีนี้จะตรงกับวันพฤหัสบดีที่ 14 เมษายน 2565 โดยมี นางสงกรานต์ที่ชื่อว่า “นางกิริณีเทวี” หรือ “นางกาฬกิณีเทวี” ทรงพาหุรัดทัดดอกมณฑา อาภรณ์แก้วมรกต ภักษาหารถั่วงา พระหัตถ์ขวาทรงขอ พระหัตถ์ซ้ายทรงปืน เสด็จยืนมาเหนือหลังกุญชร (ช้าง) เป็นพาหนะ และด้วยการทรงปืนนี่เองถึงกับการทำนายว่า “บ้านเมืองจะเกิดยุทธสงคราม จะฆ่าฟันกัน จะนิราศจากกัน จะเสียหายเป็นอันมาก” ซึ่งก็แม่นยิ่งกว่า “นอสตราดามุส” เสียอีก เพราะก็เริ่มเห็นบรรยากาศมาคุโชยมาแล้ว โดยเฉพาะเหตุการณ์ปาระเบิดปิงปองที่บริเวณประตู ร.1 รอ. จำนวน 2 นัด เมื่อช่วงค่ำวันที่ 10 เม.ย....๐
ที่อนาถคือหนึ่งในแก๊งร่วมปาบึ้มอย่าง “ธนายุทธ ณ อยุธยา” หรือ บุ๊ค แรปเปอร์ วง Eleven Finger ยังกล้าออกมาประกาศว่ายึดมั่นอุดมการณ์ปลุกใจให้ออกมาต่อสู้บนถนนประชาธิปไตย พิโธ่! การใช้ความรุนแรงนี่มันจะช่วยการเปลี่ยนแปลงได้ตรงไหน ที่สำคัญเป็นคนไทยสายเลือดเดียวกันเสียด้วย แล้วที่สำคัญเห็นไหมว่าบรรดาอีแอบที่ปั่นหัว ปั่นความคิดทั้งหลายหายเข้ากลีบเมฆ ไม่ออกมาช่วยเหลือแต่ประการใด ดูตัวอย่าง “คนเสื้อแดง” ที่เพิ่งจัดงานรำลึก 12 ปีไปสิ มีกี่คนที่มีชีวิตรุ่งเรืองนับเงินนับทองกันบ้าง ส่วนใหญ่ก็เป็นแกนนำทั้งหลายแหล่ ส่วนบรรดากองหน้าหรือหน่วยกล้าตายทั้งหลายไม่ติดคุกก็เสียชีวิต หรือไม่ก็ไปตกระกำลำบากเป็นพลเมืองชั้น 2-3 ในต่างแดน...๐
พูดถึงเสื้อแดงแล้วก็ต้องพูดถึง “จตุพร พรหมพันธุ์” บ้าง เพราะล่าสุดเพิ่งประกาศผ่านเฟซบุ๊กว่าติดเชื้อโควิด-19 รวมทั้งขอให้ผู้ใกล้ชิดทั้งหลายไปตรวจ ATK ว่าจะเป็นหรือไม่อย่างไร เพราะเมื่อวันที่ 10 เม.ย. จตุพรได้จัดเวที "รำลึก 12 ปี วีรชน 10 เมษา 53" ที่ห้องประชุมอภิวันท์ วิริยะชัย อาคารพีซทีวีเรียกว่าเหมือนรู้ เพราะ หากจัดรำลึก "เหตุล้อมปราบ 10 เม.ย.53" ที่บริเวณที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา ถนนราชดำเนิน ที่มี “ณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ” เป็นแกนนำนั้น ก็เชื่อว่าได้เกิด “คลัสเตอร์เสื้อแดง” ในช่วงเทศกาลสงกรานต์แน่ๆ...๐
เอ่ยถึงปีใหม่ไทยแล้วไม่พูดถึงบรรดานักการเมืองที่ออกมาอวยพรไม่ได้ ซึ่งก็ไม่พลาดสำหรับสองศรีพี่น้องที่ หลบหนีกระบวนการยุติธรรมของไทยไปอยู่ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์อย่าง “ทักษิณ ชินวัตร” และ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ซึ่งปกติ “พี่แม้ว” มักจะสอดแทรกการเมืองแบบอ้อนแม่ยกอยู่เนืองๆ แต่ครานี้กลับให้ “น้องปู” จัดเต็มซะอย่างนั้น ซึ่งก็ไม่แปลก เพราะมันสอดรับกับที่เมืองไทย เมื่อหลานอุ๊งอิ๊ง “แพทองธาร ชินวัตร” มารับหน้าเสื่อหัวหน้าครอบครัวพรรคเพื่อไทย จึงจำเป็นต้องใช้ “ซอฟต์เพาเวอร์” หรือหลังหญิงให้ดูไม่อิงแอบเกินไป...๐
แต่ที่เห็นแล้วก็ได้แต่สงสาร “หมอชลน่าน” หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ที่เป็นหุ่นไล่กาของพรรคให้ “นายเหนือ” จับเชิดไปเชิดมานี่แหละ เพราะดูได้จาก รูปอวยพรสงกรานต์ก็เห็นได้ชัดแจ้งยิ่งกว่าอะไรเสียอีก เพราะรูปน้องอุ๊งอิ๊งนั้นทั้งใหญ่และอยู่ตรงกลาง ในขณะที่ “ชลน่าน” นั้นก็แอบไปหลบมุม เรียกว่าถ้าเอาไปให้ตาสีตาสาที่ไม่รู้จักการเมืองดีแล้วให้ทาย ไม่ต้องเฉลยก็รู้ว่าใครเป็นหัวหน้าพรรค...๐
แทบไม่ต่างจาก พรรคไทยสร้างไทยของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ไผ่แยกกอของพรรคเพื่อไทยนั่นแล เพราะในการลงพื้นที่หาเสียงช่วยผู้ว่าฯ กทม.ของพรรค และ ส.ก.ของพรรคนั้น ชาวบ้านชาวช่องต่างก็นึกไปว่า “คุณหญิงหน่อย” ลงชิงเสียอีก เพราะ “ผู้พันปุ่น” แทบไม่ต่างจาก ทส.ที่เดินตาม ยิ่งถ่ายภาพออกสื่อก็แทบไม่ต่างจาก “ชลน่าน” ซักกี่มากน้อย...๐
หันมาส่อง พรรคสร้างอนาคตไทยของ 4 ยอดกุมารกันบ้าง เพราะล่าสุด “อุตตม สาวนายน” แกนนำและผู้ร่วมก่อตั้งพรรคก็ประกาศผ่านเฟซบุ๊กมาแล้วว่า วันที่ 20 เม.ย.จะมีการจัดประชุมใหญ่พรรค ซึ่งวันนี้นอกจากจะเปิดนโยบายและยุทธศาสตร์พรรคแล้ว ก็จะเปิดตัวบรรดาคณะกรรมการบริหารพรรค รวมถึงอาจไปไกลถึงขั้นเปิดแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีก็เป็นได้ ซึ่งก็คง ไม่เกินคาดหมายเท่าใดในชื่อ “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” อดีตรองนายกฯ แน่ๆ หนึ่งราย แต่จะถึงขั้นเป็นเบอร์หนึ่งชิงแคนดิเดตนายกฯ หรือไม่ ต้องติดตาม เพราะอาจมีเซอร์ไพรส์ให้บรรดาคอการเมืองเมาธ์มอยก็ได้ใครจะไปรู้...๐
ทิ้งท้ายด้วยข่าวของ “ณรงค์ วุ่นซิ้ว” ผู้ว่าฯ ภูเก็ต ที่ต้องเรียกว่าเป้ากระสุนตกอย่างแท้จริง เมื่อเจอฤทธิ์เดชของฝรั่งป่าตองดันมาเล่นสาดและยิงปืนฉีดน้ำกันอย่างเมามัน ในบริเวณซอยบางลา ต.ป่าตอง เมื่อวันที่ 12 เม.ย. เพราะเรียกว่าเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งจังหวัดที่ 2057/2565 ซึ่งเจ้าตัวเซ็นเองแล้ว ที่สำคัญ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรียังลงมากำชับเองอีก ก็เรียกว่าเก้าอี้หลังสงกรานต์หนาวๆ ร้อนๆ ทีเดียว และยิ่งหากตัวเลขผู้ติดเชื้อหลังเทศกาลพุ่งขึ้นมาก็เตรียมไปตบยุงได้แน่ๆ...๐
ท.ศักดิ์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
แม้รัฐบาลภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล จะก้าวขึ้นสู่อำนาจด้วยเสียงสนับสนุนอย่างท่วมท้นในสภา แต่เส้นทางการบริหารประเทศจากนี้ไป ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ หากเต็มไปด้วย “โจทย์ใหญ่” และ “ปมเสี่ยง” ที่อาจกลายเป็นแรงสะเทือนทางการเมืองได้ทุกเมื่อ
บันทึกหน้า 4
บันทึกท่ามกลางอากาศร้อน แต่ยังร้อนไม่เท่ากับบรรยากาศด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมในบ้านเรา เพราะ "หน้าตา ครม.ชุดใหม่" ทำท่าว่ามิได้ไฉไลไปกว่าเก่า เพราะยังคงยึดโยงอยู่กับวัฒนธรรม "แบ่งโควตา" เก้าอี้สนองก๊วนแก๊งบ้านเล็กบ้านใหญ่เหมือนเดิม .
บันทึกหน้า 4
ท่วมท้น! 293 เสียง "อนุทิน ชาญวีรกูล" ฉลุยนายกฯ สมัย 2 ถึงจะโดนฝ่ายค้านรุมอภิปรายกังขาปมจริยธรรมในเรื่องคดีฮั้ว สว. ก็ตาม "
บันทึกหน้า 4
ต้องบอกว่าการเลือกตั้งเมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ได้ถึงทางแยกที่สำคัญประการหนึ่ง เมื่อศาล รัฐธรรมนูญมีมติ 6 ต่อ 3 รับคำร้องที่ “ผู้ตรวจการแผ่นดิน” ขอให้พิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 ในการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีการใช้รหัสแท่งหรือบาร์โค้ดและรหัสคิวอาร์ ที่จะทำให้การออกเสียงลงคะแนนไม่ได้เป็นไปโดยลับตามรัฐธรรมนูญ
บันทึกหน้า 4
สงครามสหรัฐ-อิสราเอลบุกอิหร่าน ส่งผลกระทบไปทั่วโลก โดยเฉพาะการขนส่งน้ำมันดิบผ่านช่องแคบฮอร์มุซไม่ได้ ประเทศไทยก็โดนกันทั่วหน้า ประชาชนแตกตื่นแห่ไปเติมน้ำมัน แต่ปั๊มไม่มีน้ำมันพร้อมขึ้นป้าย "อยู่ระหว่างการขนส่ง" และในวันที่ 18 ส.ค.
บันทึกหน้า 4
ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กำลังส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานทั่วโลก หนึ่งในประเด็นที่เริ่มถูกจับตาในประเทศไทยคือ ความเสี่ยงเรื่องการขาดแคลนน้ำมัน ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ รัฐบาลจึงเริ่มออกมาตรการประหยัดพลังงานในภาครัฐ เช่น การให้หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจทำงานที่บ้าน หรือ Work from Home (WFH) ลดการเดินทาง รวมถึงชะลอการดูงานต่างประเทศ


