
สัปดาห์นี้ นายกฯ ลุงตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีคิวเดินสายต่อเนื่องอีกครั้งตั้งแต่ต้นสัปดาห์ หลังสัปดาห์ก่อนล่องใต้ไปพบชาวสงขลาและพัทลุง ส่วนในรอบนี้ลงพื้นที่พบเกษตรกรเมืองชลบุรีที่คูโบต้าฟาร์ม เพื่อเยี่ยมชมการดำเนินงานภายในฟาร์ม และประชุมหารือแนวทางการพัฒนาการเกษตรของไทยไปสู่การเกษตรแบบ Smart Farming
ก่อนที่กลางสัปดาห์จะเตรียมยกคณะรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบินลัดฟ้าไปสหรัฐอเมริกา เพื่อเข้าร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน-สหรัฐฯ สมัยพิเศษ (ASEAN-US Special Summit) ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 12-13 พฤษภาคม 2565 ซึ่งได้มีการถกเตรียมความพร้อมกันแล้วก่อนจะออกเดินทาง
และด้วยช่วงนี้สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ถึงแม้ยอดผู้ติดเชื้อจะลดลงต่อเนื่อง ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวันเข้าสู่หลักพันมาหลายวันก็ตาม แต่มาตรการสาธารณสุขยังคงเคร่งครัด การ์ดไม่ตกตามคำลุงตู่ โดยเฉพาะในช่วงการลงพื้นที่ต่างๆ และการประชุมที่ทำเนียบรัฐบาล ที่มีมาตรการคัดกรอง มาตรการเว้นระยะห่าง สำหรับผู้ร่วมงานทุกคน
รวมถึงในส่วนของสื่อมวลชนที่นอกจากจะตรวจ ATK กันอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งแล้ว มาตรการเว้นระยะห่างยังสำคัญ โดยเฉพาะในช่วงการแถลงข่าวของนายกฯ ลุงตู่ ที่โดยปกติถ้าเป็นการดักสัมภาษณ์พื้นที่โล่งแจ้งหรือภายนอกอาคาร ก็จะจัดที่นั่งแบบเว้นระยะห่าง หรือถ้าเป็นการแถลงข่าวภายในห้องที่สถานที่คับแคบ ก็จะจัดคิวส่งตัวแทนเข้าไปเพียงบางส่วน
และหลังจากสัปดาห์ที่ผ่านมาเปลี่ยนห้องประชุมคณะรัฐมนตรี จากตึกสันติไมตรีมาใช้ตึกบัญชาการ 1 เป็นการชั่วคราว สถานที่แถลงข่าวภายหลังการประชุมของนายกฯ ลุงตู่ก็เปลี่ยนมาใช้ห้องโถงตึกบัญชาการ 1 แทนด้วยเช่นกัน แต่ด้วยความที่ห้องคับแคบ มาตรการป้องกันโควิด-19 จึงยังสำคัญที่สุด รอบนี้เลยมีแค่ตัวแทนสื่อมวลชนเข้าไปฟังแถลงเท่านั้น
ครั้นถึงเวลาแถลงข่าว นายกฯ ลุงตู่ขึ้นโพเดียม เมื่อเห็นมีนักข่าวเพียงแค่ 4-5 คนน้อยผิดหูผิดตา ก็ถึงกับทักทันทีว่า “อ้าวทำไมมีแค่นี้ ไปไหนกันหมด” พร้อมบอกตัวแทนสื่อให้แบ่งๆ ข่าวกัน ก่อนที่ลุงตู่จะรู้ทัน นึกขึ้นได้ว่าถึงแม้นักข่าวภายในห้องแถลงจะมีไม่กี่คน แต่ด้านนอกต้องเจอกองทัพนักข่าวที่ดักรอยิงคำถามเป็นแน่ ลุงตู่เลยบอกอย่างอารมณ์ดีด้วยว่า “อ๋อ เดี๋ยวออกไปเขาก็ต้องถาม” ทำทุกคนถึงกับหัวเราะ
แหม..แบบนี้สิที่เรียกว่ารู้ทันกัน สมกับที่อยู่คู่นักข่าวทำเนียบฯ มาร่วม 8 ปีจริงๆ ฮ่าๆๆ.
บรรจง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
โพสต์เดือด!
พร้อมชนทุนผูกขาดทุกวงการ คำนี้เป็นอันรู้กันต้องยกให้ “พรรครวมไทยสร้างชาติ” ของ “หัวหน้าตุ๋ย-พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ประกาศดุดันพร้อมทลายทุกทุนผูกขาด ทุกการทุจริต ทุนเทา ทุนดำ พรรครวมไทยสร้างชาติพร้อมเป็นพรรคสีขาว ที่ไม่สามารถย้อมด้วยอำนาจหรือผลประโยชน์ได้
‘อีหล่า’ จะทำให้เบิ่ง
ศรีสะเกษจะมีรัฐมนตรีเป็นศักดิ์เป็นศรีคนบ้านเฮาหรือไม่ งวดนี้อยู่ในกำมือพี่น้องคนนครดอกลำดวนแล้วเด้อ ส่องสปอร์ตไลต์เลือกตั้งเที่ยวนี้ เหมือนจะมีแค่ 2 พรรคที่ต้องชิงดำ คือ พรรคภูมิใจไทย กับพรรคเพื่อไทย
คำสั่งอา
เวทีปราศรัยสุพรรณบุรี ค่ำวันที่ 2 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ถ้าใครคิดว่าจะได้ฟังปราศรัยการเมืองแบบเคร่งขรึม คงต้องเสียใจ เพราะ "เสี่ยหนู" อนุทิน ชาญวีรกูล" นายกรัฐมนตรี รมว.มหาดไทย และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย แกมาในโหมดกันเอง คึกคัก และเต็มไปด้วยเรื่องเล่าที่มากกว่านโยบาย
แสวงท่ามกลางมรสุม
ช่วงนี้ถ้าถามว่าใครในรั้วการเมืองไทยที่ “เนื้อหอม” ในทางที่ควันออกหูที่สุด คงหนีไม่พ้น “บิ๊กแสวง” แสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่นาทีนี้ดูเหมือนพระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก มรสุมลูกใหญ่ถาโถมเข้าใส่ชนิดที่ว่ากางร่มคันไหนก็เอาไม่อยู่
‘พวงมาลัยชาวบ้าน’
ช่วงนี้ใกล้จะถึงวันที่ 8 ก.พ.เข้ามาทุกที หลายพรรคการเมืองก็ใกล้จะปราศรัยโค้งสุดท้ายก่อนถึงวันเลือกตั้ง แต่ก่อนถึงวันนั้นก็ต้องลงพื้นที่หนักหน่วง แถมการลงพื้นที่ในแต่ละครั้งต้องใช้ระยะเวลา จึงทำให้บางครั้งเรียกได้ว่าต้องเติบโตบนรถกันเลยทีเดียว
เปิด ‘หมูปิ้ง’
เข้าสู่โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง เป็นสัปดาห์สุดท้ายที่ทุกพรรคการเมืองเร่งลงสนามขอคะแนนเสียงประชาชน รวมถึง “พรรคเป็นธรรม” ของ “ดร.ดุ่ย-ปิติพงศ์ เต็มเจริญ” หัวหน้าพรรค ที่ลุยลงสนามเต็มที่ก่อนถึงวันชิงชัย

