บันทึกหน้า4

แล้วในที่สุด “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี ก็ควงแขน “ดอน ปรมัตถ์วินัย” รองนายกฯ และ รมว.การต่างประเทศ และ “สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์” รองนายกฯ และ รมว.พลังงาน พร้อมคณะบินลัดฟ้าข้ามโลกไปประชุมสุดยอดอาเซียน-สหรัฐอเมริกาสมัยพิเศษ ครั้งที่ 2 ที่กรุงวอชิงตันแล้ว เรียกว่าเป็นการชิมลางระดับอินเตอร์เนชั่นแนลก่อนที่พี่ไทยจะเป็นเจ้าภาพเอเปกในช่วงปลายปีนี้ ...๐

ที่น่าสนใจคือ การไปครั้งนี้ “บิ๊กตู่” จะได้พบกับ “โจ ไบเดน” ประธานาธิบดีสหรัฐด้วย แต่เชื่อว่าด้วยฝีมือปรมาจารย์ด้านการต่างประเทศอย่าง “ดอน” จะไม่ทำให้พี่ไทยที่เปรียบเสมือนอยู่กลางเขาควายของมหาอำนาจโลกอย่าง “สหรัฐ-จีน+รัสเซีย” ต้องเลือกข้างอย่างที่ใครต่อใครกังวล แต่ที่ น่าสนใจคือ ในการประชุมครานี้มีการหารือกับนักธุรกิจสหรัฐ รวมทั้งกระทรวงพาณิชย์ สหรัฐด้วย แต่กลับไม่มี “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ร่วมขบวน เป็นประเด็นให้น่าคิดมิใช่น้อย ...๐

หันมาเรื่องภายในประเทศกันบ้าง เพราะเหลืออีกไม่เพียงกว่า 10 วันเราก็จะได้พ่อเมืองกรุงเทพมหานครคนใหม่แล้ว ซึ่งโพลล่าสุดของ “สถาบันพระปกเกล้า” ก็เรียกว่า ตามฟอร์มเหมือนทุกโพลที่ผ่านมา นั่นคือ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” เต็งหามคะแนนแบบทิ้งใครไม่เห็นฝุ่น แต่ที่น่าสนใจคือ คะแนนผู้ยังไม่ตัดสินใจเลือกใคร ซึ่งมากเป็นอันดับสองเลยทีเดียว แต่ก็แทบไม่มีผลต่อผู้แข็งแกร่งในปฐพีแต่ประการใด เพราะ แม้ผู้ไม่เลือกใครเทคะแนนให้เบอร์ที่เหลือหมด “ชัชชาติ” ก็ยังครองเก้าอี้อยู่ดี เรียกว่าตอนนี้ไปหาที่ฉลองเก้าอี้ได้แล้ว ...๐

แต่ก็มีประเด็นที่น่าสนใจอีกเรื่องหนึ่ง ใน กรณี “ดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย” รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์และรองผู้อำนวยการศูนย์เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก.ที่ได้ออกมาเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) วิชามารว่าด้วยการใส่ร้าย “สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์” ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ของพรรค โดยเฉพาะการเปิดโปงเรื่องต่างๆ และได้ยื่นเรื่องผ่าน กมธ.สภาผู้แทนราษฎร เพราะเรื่องดังกล่าวจะเรียกว่า “หินลองทอง” ดร.เอ้ก็ไม่ได้ เพราะดูเหมือนปูดออกมาได้จังหวะจะโคนแบบตีหัวเข้าบ้านแล้วเงียบหายเหมือนเป็นการทำเป็นขบวนการ เตะตัดขาก “สุชัชวีร์” อย่างไรอย่างนั้น เพราะหาก ดร.เอ้ผิดจริงตามข้อกล่าวหาก็ถือขาดคุณสมบัติในการลงสมัครด้วยซ้ำไป แต่ นี่ กกต.ก็ไม่ได้ประกาศว่าขาดคุณสมบัติ แต่กลับปล่อยให้เรื่องนี้คาราคาซังอยู่ ก็เป็นอย่างที่ “ดรุณวรรณ” บอกนั้นแลว่า เป็นการใช้วิชามารและใส่ร้ายป้ายสี ...๐

ซ้ำร้าย “ศรีสุวรรณ จรรยา” เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยยังจะมาขย้ำในเรื่องการหาเสียงและการปิดป้ายหาเสียงอีกต่างหาก ซึ่งดูๆ อาจเป็นเรื่องเบาๆ ขำๆ แต่ไม่ขำเสียแล้ว เพราะศรีสุวรรณขีดเส้นให้แก้ไขภายใน 3 วัน โดยระบุหากล่าช้าเพิกเฉยให้ถือเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายการเลือกตั้ง กกต.ต้องสั่งให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะกันเลยที่เลย และหาก กกต.ไม่ดำเนินการจะนำความไปฟ้องต่อศาลต่อไป เรียกว่าเรื่องไม่เบาทีเดียว ...๐

หันมาส่องเรื่องของ แพลตฟอร์มค้าขายออนไลน์ที่โด่งดังอย่าง “ลาซาด้า” กันบ้าง ถ้าเอาตามสำนวนจีนก็คือ “เจี๊ยะป้าบ่อสื่อ” นั่นแล ทั้งที่มีตัวอย่างมาให้เห็นแล้วว่าโลกออนไลน์นั้นเร็วและแรงเพียงใด ไม่เชื่อลองไปดู “ฟู้ดแพนด้า” หรือแม้แต่ “สิงห์” ที่โหนเรื่องแตงโมดูได้ ขนาดทั้ง 2 ธุรกิจไปโยงไปใยเรื่องไม่หนักหนายังทำเอาหืดขึ้นคอ แต่นี่  LAZADA เล่นใหญ่ขนาดนี้ก็ต้องแบกรับผลกรรมที่ตามมานั่นแล และที่สำคัญลาซาด้าซึ่งรู้กระแสสังคมดีอยู่แล้วแทนที่กระชับฉับไวในการขอโทษขอโพย กลับประวิงเวลาเหมือนรอกระแสตีกลับอย่างไรอย่างนั้น งานนี้เลยต้องฟีดแบ็ก 2 เด้งนั่นเอง ...๐

ได้ลุ้นกันอีกรอบแล้วในการจัดงานครอบครัวเพื่อไทยในวันที่ 14 พ.ค.นี้ ว่า จะมีการประกาศชื่อ “แพทองธาร ชินวัตร” อุ๊งอิ๊ง บุตรสุดสวาทขาดใจของนายใหญ่ “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรีที่หนีคุกอยู่กับน้องสาวที่ดูไบจะได้เป็น “แคนดิเดต” นายกฯ ของพรรคหรือไม่อย่างไร แต่เห็นการประกาศการจัดงานของ “ชลน่าน ศรีแก้ว” ก็บอกได้คำเดียวว่า ทำทั้งสังคมต้องหนาวสะท้านและกลับมาฉุกคิดกันอีกรอบว่านี่ประเทศจะย้อนกลับไปยุคเผาบ้านเผาเมืองอีกแล้วเหรอ เพราะผู้นำฝ่ายค้านในสภาประกาศชัดแจ้งแดงแจ๋ว่าเลือกจัดที่ “สมุทรปราการ” เพราะเป็นวาระครบรอบ 12 ปีเหตุการณ์สังหารหมู่ประชาชนในปี 2553 โดยพรรคเพื่อไทยจะผนึกกำลังคนเสื้อแดงที่เคยร่วมต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กันมายาวนานเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศ คืนสิทธิเสรีภาพ คืนประชาธิปไตยและคืนความยุติธรรม อ้าวแล้ว ทหารกับประชาชนที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ที่เสียชีวิต หรือมือเผาศาลากลางที่นอนติดคุกอยู่ จะทวงความยุติธรรมจากใครหรือท่านผู้นำฝ่ายค้าน ...๐

ท.ศักดิ์

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

แม้รัฐบาลภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล จะก้าวขึ้นสู่อำนาจด้วยเสียงสนับสนุนอย่างท่วมท้นในสภา แต่เส้นทางการบริหารประเทศจากนี้ไป ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ หากเต็มไปด้วย “โจทย์ใหญ่” และ “ปมเสี่ยง” ที่อาจกลายเป็นแรงสะเทือนทางการเมืองได้ทุกเมื่อ

บันทึกหน้า 4

บันทึกท่ามกลางอากาศร้อน แต่ยังร้อนไม่เท่ากับบรรยากาศด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมในบ้านเรา เพราะ "หน้าตา ครม.ชุดใหม่" ทำท่าว่ามิได้ไฉไลไปกว่าเก่า เพราะยังคงยึดโยงอยู่กับวัฒนธรรม "แบ่งโควตา" เก้าอี้สนองก๊วนแก๊งบ้านเล็กบ้านใหญ่เหมือนเดิม .

บันทึกหน้า 4

ท่วมท้น! 293 เสียง "อนุทิน ชาญวีรกูล" ฉลุยนายกฯ สมัย 2 ถึงจะโดนฝ่ายค้านรุมอภิปรายกังขาปมจริยธรรมในเรื่องคดีฮั้ว สว. ก็ตาม "

บันทึกหน้า 4

ต้องบอกว่าการเลือกตั้งเมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ได้ถึงทางแยกที่สำคัญประการหนึ่ง เมื่อศาล รัฐธรรมนูญมีมติ 6 ต่อ 3 รับคำร้องที่ “ผู้ตรวจการแผ่นดิน” ขอให้พิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 ในการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีการใช้รหัสแท่งหรือบาร์โค้ดและรหัสคิวอาร์ ที่จะทำให้การออกเสียงลงคะแนนไม่ได้เป็นไปโดยลับตามรัฐธรรมนูญ

บันทึกหน้า 4

สงครามสหรัฐ-อิสราเอลบุกอิหร่าน ส่งผลกระทบไปทั่วโลก โดยเฉพาะการขนส่งน้ำมันดิบผ่านช่องแคบฮอร์มุซไม่ได้ ประเทศไทยก็โดนกันทั่วหน้า ประชาชนแตกตื่นแห่ไปเติมน้ำมัน แต่ปั๊มไม่มีน้ำมันพร้อมขึ้นป้าย "อยู่ระหว่างการขนส่ง" และในวันที่ 18 ส.ค.

บันทึกหน้า 4

ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กำลังส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานทั่วโลก หนึ่งในประเด็นที่เริ่มถูกจับตาในประเทศไทยคือ ความเสี่ยงเรื่องการขาดแคลนน้ำมัน ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ รัฐบาลจึงเริ่มออกมาตรการประหยัดพลังงานในภาครัฐ เช่น การให้หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจทำงานที่บ้าน หรือ Work from Home (WFH) ลดการเดินทาง รวมถึงชะลอการดูงานต่างประเทศ