แล้วในที่สุด “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี ก็ควงแขน “ดอน ปรมัตถ์วินัย” รองนายกฯ และ รมว.การต่างประเทศ และ “สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์” รองนายกฯ และ รมว.พลังงาน พร้อมคณะบินลัดฟ้าข้ามโลกไปประชุมสุดยอดอาเซียน-สหรัฐอเมริกาสมัยพิเศษ ครั้งที่ 2 ที่กรุงวอชิงตันแล้ว เรียกว่าเป็นการชิมลางระดับอินเตอร์เนชั่นแนลก่อนที่พี่ไทยจะเป็นเจ้าภาพเอเปกในช่วงปลายปีนี้ ...๐
ที่น่าสนใจคือ การไปครั้งนี้ “บิ๊กตู่” จะได้พบกับ “โจ ไบเดน” ประธานาธิบดีสหรัฐด้วย แต่เชื่อว่าด้วยฝีมือปรมาจารย์ด้านการต่างประเทศอย่าง “ดอน” จะไม่ทำให้พี่ไทยที่เปรียบเสมือนอยู่กลางเขาควายของมหาอำนาจโลกอย่าง “สหรัฐ-จีน+รัสเซีย” ต้องเลือกข้างอย่างที่ใครต่อใครกังวล แต่ที่ น่าสนใจคือ ในการประชุมครานี้มีการหารือกับนักธุรกิจสหรัฐ รวมทั้งกระทรวงพาณิชย์ สหรัฐด้วย แต่กลับไม่มี “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ร่วมขบวน เป็นประเด็นให้น่าคิดมิใช่น้อย ...๐
หันมาเรื่องภายในประเทศกันบ้าง เพราะเหลืออีกไม่เพียงกว่า 10 วันเราก็จะได้พ่อเมืองกรุงเทพมหานครคนใหม่แล้ว ซึ่งโพลล่าสุดของ “สถาบันพระปกเกล้า” ก็เรียกว่า ตามฟอร์มเหมือนทุกโพลที่ผ่านมา นั่นคือ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” เต็งหามคะแนนแบบทิ้งใครไม่เห็นฝุ่น แต่ที่น่าสนใจคือ คะแนนผู้ยังไม่ตัดสินใจเลือกใคร ซึ่งมากเป็นอันดับสองเลยทีเดียว แต่ก็แทบไม่มีผลต่อผู้แข็งแกร่งในปฐพีแต่ประการใด เพราะ แม้ผู้ไม่เลือกใครเทคะแนนให้เบอร์ที่เหลือหมด “ชัชชาติ” ก็ยังครองเก้าอี้อยู่ดี เรียกว่าตอนนี้ไปหาที่ฉลองเก้าอี้ได้แล้ว ...๐
แต่ก็มีประเด็นที่น่าสนใจอีกเรื่องหนึ่ง ใน กรณี “ดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย” รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์และรองผู้อำนวยการศูนย์เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก.ที่ได้ออกมาเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) วิชามารว่าด้วยการใส่ร้าย “สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์” ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ของพรรค โดยเฉพาะการเปิดโปงเรื่องต่างๆ และได้ยื่นเรื่องผ่าน กมธ.สภาผู้แทนราษฎร เพราะเรื่องดังกล่าวจะเรียกว่า “หินลองทอง” ดร.เอ้ก็ไม่ได้ เพราะดูเหมือนปูดออกมาได้จังหวะจะโคนแบบตีหัวเข้าบ้านแล้วเงียบหายเหมือนเป็นการทำเป็นขบวนการ เตะตัดขาก “สุชัชวีร์” อย่างไรอย่างนั้น เพราะหาก ดร.เอ้ผิดจริงตามข้อกล่าวหาก็ถือขาดคุณสมบัติในการลงสมัครด้วยซ้ำไป แต่ นี่ กกต.ก็ไม่ได้ประกาศว่าขาดคุณสมบัติ แต่กลับปล่อยให้เรื่องนี้คาราคาซังอยู่ ก็เป็นอย่างที่ “ดรุณวรรณ” บอกนั้นแลว่า เป็นการใช้วิชามารและใส่ร้ายป้ายสี ...๐
ซ้ำร้าย “ศรีสุวรรณ จรรยา” เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยยังจะมาขย้ำในเรื่องการหาเสียงและการปิดป้ายหาเสียงอีกต่างหาก ซึ่งดูๆ อาจเป็นเรื่องเบาๆ ขำๆ แต่ไม่ขำเสียแล้ว เพราะศรีสุวรรณขีดเส้นให้แก้ไขภายใน 3 วัน โดยระบุหากล่าช้าเพิกเฉยให้ถือเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายการเลือกตั้ง กกต.ต้องสั่งให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะกันเลยที่เลย และหาก กกต.ไม่ดำเนินการจะนำความไปฟ้องต่อศาลต่อไป เรียกว่าเรื่องไม่เบาทีเดียว ...๐
หันมาส่องเรื่องของ แพลตฟอร์มค้าขายออนไลน์ที่โด่งดังอย่าง “ลาซาด้า” กันบ้าง ถ้าเอาตามสำนวนจีนก็คือ “เจี๊ยะป้าบ่อสื่อ” นั่นแล ทั้งที่มีตัวอย่างมาให้เห็นแล้วว่าโลกออนไลน์นั้นเร็วและแรงเพียงใด ไม่เชื่อลองไปดู “ฟู้ดแพนด้า” หรือแม้แต่ “สิงห์” ที่โหนเรื่องแตงโมดูได้ ขนาดทั้ง 2 ธุรกิจไปโยงไปใยเรื่องไม่หนักหนายังทำเอาหืดขึ้นคอ แต่นี่ LAZADA เล่นใหญ่ขนาดนี้ก็ต้องแบกรับผลกรรมที่ตามมานั่นแล และที่สำคัญลาซาด้าซึ่งรู้กระแสสังคมดีอยู่แล้วแทนที่กระชับฉับไวในการขอโทษขอโพย กลับประวิงเวลาเหมือนรอกระแสตีกลับอย่างไรอย่างนั้น งานนี้เลยต้องฟีดแบ็ก 2 เด้งนั่นเอง ...๐
ได้ลุ้นกันอีกรอบแล้วในการจัดงานครอบครัวเพื่อไทยในวันที่ 14 พ.ค.นี้ ว่า จะมีการประกาศชื่อ “แพทองธาร ชินวัตร” อุ๊งอิ๊ง บุตรสุดสวาทขาดใจของนายใหญ่ “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรีที่หนีคุกอยู่กับน้องสาวที่ดูไบจะได้เป็น “แคนดิเดต” นายกฯ ของพรรคหรือไม่อย่างไร แต่เห็นการประกาศการจัดงานของ “ชลน่าน ศรีแก้ว” ก็บอกได้คำเดียวว่า ทำทั้งสังคมต้องหนาวสะท้านและกลับมาฉุกคิดกันอีกรอบว่านี่ประเทศจะย้อนกลับไปยุคเผาบ้านเผาเมืองอีกแล้วเหรอ เพราะผู้นำฝ่ายค้านในสภาประกาศชัดแจ้งแดงแจ๋ว่าเลือกจัดที่ “สมุทรปราการ” เพราะเป็นวาระครบรอบ 12 ปีเหตุการณ์สังหารหมู่ประชาชนในปี 2553 โดยพรรคเพื่อไทยจะผนึกกำลังคนเสื้อแดงที่เคยร่วมต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กันมายาวนานเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศ คืนสิทธิเสรีภาพ คืนประชาธิปไตยและคืนความยุติธรรม อ้าวแล้ว ทหารกับประชาชนที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ที่เสียชีวิต หรือมือเผาศาลากลางที่นอนติดคุกอยู่ จะทวงความยุติธรรมจากใครหรือท่านผู้นำฝ่ายค้าน ...๐
ท.ศักดิ์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
นับถอยหลังเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่และการออกเสียงประชามติที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แล้ว และดูเหมือน หนังหน้าไฟอย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ยังคงเป็นเป้าหลักของการวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งก็ไม่แปลกใจแต่ประการใด เพราะผลการทดลองงานในการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ. แม้จะคึกคักอย่างยิ่ง แต่ก็มากด้วยปัญหาสารพัดสารพัน
บันทึกหน้า 4
โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ปฏิเสธว่า ไม่เคยพูดว่า ภท.จะได้ สส. 200 ที่นั่ง ความจริงแล้วสื่อถามนำ นายอนุทินก็รับลูกไปตามน้ำ แต่ภายใน ภท.ประเมินกันว่าจะได้ สส.เขตประมาณ 150-160 ที่นั่ง
บันทึกหน้า 4
การเมืองไทยในห้วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งครั้งนี้ กำลังสะท้อน “รอยเดิมที่ไม่เคยหาย” และ “บทเรียนที่บางฝ่ายยังดื้อจะไม่เรียนรู้” ไม่ว่าจะเป็นฝั่งพรรคส้ม หรือฝั่งฝ่ายอนุรักษนิยมเองก็ตาม
บันทึกหน้า 4
เห็นนักการเมืองมักเสนอตัดงบประมาณกองทัพ งานด้านความมั่นคง อย่างภาคภูมิใจ แต่น้อยคนที่จะเสนอตัดงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับตัวเองโดยตรง นั่นคือเงินเดือน สส. ค่าตอบแทน รวมไปถึงผู้ช่วย สส. ที่แต่ละปีใช้งบประมาณแผ่นดินจำนวนมาก ยิ่งช่วงหาเสียงเลือกตั้งแบบนี้ก็ยิ่งแล้วใหญ่ หาพรรคการเมืองที่ชูนโยบายรัดเข็มขัดรัฐสภา เพื่อช่วยลดงบประมาณแผ่นดินยามประเทศเจอวิกฤตเศรษฐกิจไม่ได้เลย
บันทึกหน้า 4
"แบงก์ชาติ" ออกโรงเอง! "วิทัย รัตนากร" ผู้ว่าการ ธปท. สายบู๊ นั่งเก้าอี้ไม่ถึง 4 เดือน ลุยปราบทุนเทา ล่าสุดโชว์ผลงานช่วยจับซื้อเสียง หลังได้กลิ่นตุๆ ในช่วง 2 สัปดาห์นี้ มีการถอนเงินสดก้อนใหญ่ประมาณ 450 ล้านบาท
บันทึกหน้า 4
เรียกว่าเริ่มเข้าสู่โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งแล้ว พรรคการเมืองต่างๆ ก็เริ่มปล่อยหมัดเด็ดหมัดน็อกออกมากันยกใหญ่ โดยใน ค่ายน้ำเงินของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นอกจากเดินสายหาเสียงแบบออร์แกนิกแล้ว


