ไบเดนเตรียมเยือนกรุงโซล จับตา คิม จองอึน ที่เปียงยาง!

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ จะเดินทางเยือนเกาหลีใต้และญี่ปุ่น ตั้งแต่วันนี้ถึงวันอังคารหน้า (20-24 พฤษภาคม)

ท่ามกลางความตึงเครียดกับคู่แข่งอย่างจีน

และจ้องไปที่เกาหลีเหนือ

ไบเดนเพิ่งประชุมสุดยอดกับผู้นำอาเซียนที่กรุงวอชิงตัน 12-13 พฤษภาคมที่ผ่านมา

ประเด็นเรื่องสงครามยูเครนและการเผชิญหน้าระหว่าง NATO กับรัสเซียในยูเครนเป็นหัวข้อสำคัญในทั้ง 2 กรณี

นั่นแปลว่าเอเชียก็ถูกลากเข้าไปในความขัดแย้งระดับโลกนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ไบเดนจะพบกับผู้นำเกาหลีใต้และญี่ปุ่น โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริม "ความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ของฝ่ายบริหารที่มีต่ออินโดแปซิฟิกและพันธมิตรสนธิสัญญาสหรัฐฯ กับสาธารณรัฐเกาหลีและญี่ปุ่นที่เสรีและเปิดกว้าง "โฆษก Jen Psaki กล่าวในแถลงการณ์ที่โตเกียว ไบเดนจะพบกับผู้นำของกลุ่ม Quad ซึ่งรวมถึงออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และอินเดียด้วย

กลไกนี้ถูกมองว่าเป็นปราการต่อต้านจีนที่เหนียวแน่น

รัฐมนตรีต่างประเทศจีน หวาง อี้ เรียกความเคลื่อนไหวดังว่านี้ว่าเป็นความพยายามของสหรัฐฯ ที่จะจัดตั้ง “NATO ภาคเอเชีย” เพื่อปิดล้อมจีน

ไบเดนเรียกการเผชิญหน้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนว่าเป็นการต่อสู้ว่าด้วยจุดยืนที่แตกต่างระหว่างระบอบเผด็จการและประชาธิปไตยของโลกของศตวรรษ 21

การเยือนของไบเดนครั้งนี้มีขึ้นหลังจากผู้นำเกาหลีเหนือ คิม จองอึน ได้ทดลองยิงอาวุธอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุดสัปดาห์ก่อน คิมสั่งยิงขีปนาวุธพิสัยใกล้ เป็นลูกที่ 16 ตั้งแต่ต้นปี

ขณะที่เพิกเฉยต่อข้อเสนอการเจรจาของสหรัฐฯ และยังยืนยันว่าจะเร่งโครงการนิวเคลียร์ให้เร็วขึ้นอีก

ไบเดนจะพบกับประธานาธิบดี Yoon Suk Yeol ที่เพิ่งได้รับการเลือกตั้งใหม่ของเกาหลีใต้

จากนั้นก็จะพบนายกรัฐมนตรี Kishida Fumio นายกรัฐมนตรีที่ยืนเคียงคู่กับวอชิงตันในการเผชิญหน้ากับรัสเซียและจีนอย่างเต็มที่

โฆษกทำเนียบขาวบอกว่า ไบเดนกับผู้นำ 2 ประเทศนี้จะ "หารือเกี่ยวกับโอกาสในการกระชับความสัมพันธ์ด้านความปลอดภัยที่สำคัญของเรา กระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ และขยายความร่วมมืออย่างใกล้ชิดของเราเพื่อส่งมอบผลลัพธ์ในทางปฏิบัติ"

วันที่ 26 เมษายนที่ผ่านมา สถานีโทรทัศน์รัฐบาลเกาหลีเหนือ KCTV เผยแพร่ภาพการสวนสนามกองทัพของประเทศอย่างยิ่งใหญ่อลังการ เนื่องในโอกาสครบรอบ 90 ปี การก่อตั้งกองทัพปฏิวัติแห่งประชาชน

นางรี ชุนฮี ผู้ประกาศหญิงอาวุโสคนดังของเกาหลีเหนือ รายงานเหตุการณ์สำคัญนี้พร้อมภาพจากงานล่าสุดตัดสลับกับเทปที่บันทึกภาพอาวุธไว้แล้ว

เปิดด้วยช็อตคณะดิ่งพสุธากระโดดลงมายังจัตุรัสคิม อิลซุง ใจกลางกรุงเปียงยาง มีรถทหารจอดเป็นทิวแถวยาวตลอดถนน

ตามด้วยภาพนายทหารหลายพันนายเดินสวนสนามที่จัตุรัส พร้อมด้วยอาวุธยุทโธปกรณ์ละลานตา โดดเด่นที่สุดคือ ขีปนาวุธข้ามทวีป ICBM ฮวาซอง-17 ขนาดใหญ่ยักษ์

ซึ่งเกาหลีเหนือเพิ่งเผยแพร่ภาพทะยานสู่ฟ้า ประกอบข่าวที่เกาหลีเหนืออ้างความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ ซึ่ง นายคิม จองอึน บังคับบัญชาเอง เมื่อวันที่ 24 มี.ค.

ก่อนหน้านี้ สื่อทางการเกาหลีเหนือเผยแพร่ภาพ นายคิม จองอึน พานางรี โซลจู ภริยา ทักทายบรรดานายทหาร ก่อนชมการสวนสนามที่มีประชาชนจำนวนมากมาร่วมฉลองด้วย เมื่อวันที่ 25 เม.ย.

คิมประกาศในงานนี้ว่าจะเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพด้านนิวเคลียร์ของประเทศ “ด้วยอัตราเร่งความเร็วอย่างที่สุด”

และยังย้ำว่าหากเกาหลีเหนือถูกข่มขู่คุกคาม ก็อาจใช้ระเบิดปรมาณูตอบโต้

จังหวะของคำขู่ดุดันจากคิมตรงกับการขึ้นมาบริหารประเทศของยุน ซอกยอล ผู้นำคนใหม่ของเกาหลีใต้ที่เพิ่งรับตำแหน่งใหม่ เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคมที่ผ่านมา

เขาถูกมองว่าเป็น “สายเหยี่ยว” รับอำนาจต่อจากนายมุน แจอิน ที่เป็น “สายพิราบ”

น่าสังเกตว่า นายคิมพูดเจาะจงถึงเป้าหมายทางอาวุธนิวเคลียร์ หลังจากนายยุน ผู้ชนะเลือกตั้งประธานาธิบดีเกาหลีใต้ขู่ว่าอาจ “โจมตีกรุงเปียงยางก่อนถ้าจำเป็น”

คิมโต้ทันควันว่า ถ้าทำเช่นนั้นจะต้องถูกตอบโต้ด้วยอาวุธนิวเคลียร์

ที่น่ากังวลคือ เปียงยางได้ดำเนินการทดสอบอาวุธหลายครั้งในปีนี้ รวมถึงขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM) ซึ่งเป็นการเปิดตัวครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2017 หลังจากการระงับการทดสอบอาวุธครั้งใหญ่มาระยะหนึ่ง

มีการตั้งคำถามว่า ถ้าหาก คิม จองอึน ต้องการจะแสดงอิทธิฤทธิ์ให้โจ ไบเดน เห็น เขาอาจจะยิงขีปนาวุธเหมือนที่เคยทำมาหลายครั้งก่อนหน้านี้ในระหว่างที่ผู้นำสหรัฐฯ มาเยือนเกาหลีใต้

ถ้าเป็นเช่นนั้น น่าจะถือเป็นการท้าทายที่โจ๋งครึ่มเกินไป

แต่ก็ไม่แน่ เพราะนี่คือจังหวะของสงครามยูเครน

เกาหลีเหนือยืนเคียงข้างรัสเซียในทุกเรื่องใหญ่ๆ

และหากคิมต้องการแสดงความไม่พอใจต่อผู้นำเกาหลีใต้คนใหม่กับประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่มายืนอยู่ใกล้ๆ บ้านตัวเองก็อาจจะแสดงอะไรที่ดังไปทั่วโลกอีกครั้งหนึ่งก็ได้

ในกรณีของคิมแล้วไม่มีใครกล้าฟันธงว่าจะทำหรือไม่ทำอะไร...แม้ในช่วงที่ต้องสู้กับโควิด-19 อย่างร้อนแรงก็ตาม.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จับตา ‘โจโกวี’ แห่งอินโดฯ บินไปเจอปูตินและเซเลนสกี

ถ้าเป็นไปตามแผนจริง ประธานาธิบดีของอินโดนีเซียจะเป็นผู้นำเอเชียคนแรกที่สร้างประวัติศาสตร์การเมืองระหว่างประเทศในภาวะสงครามยูเครนเลยทีเดียว

สี จิ้นผิง, ปูตินประสานเสียง แลกหมัดกับตะวันตกทุกประเด็น!

การประชุมสุดยอด BRICS ห้าประเทศจีนเป็นเจ้าภาพปีนี้เป็นจังหวะที่สี จิ้นผิง กับปูตินได้แสดงจุดยืนเรื่องบทบาทอันไม่พึงปรารถนาของโลกตะวันตกอย่างเต็มที่