
ประเด็นเรื่อง ‘ค่าไฟถนน’ หรือ ‘ค่าไฟฟ้าสาธารณะ’ ที่ถูกแฝงเข้ามาในบิลค่าไฟของประชาชน กำลังเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างดุเดือดในสังคมขณะนี้ หลังจากที่ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ออกมาเปิดเผยความจริงที่ซ่อนอยู่หลังบิลค่าไฟว่า ประชาชนคนไทยร่วมกันแบกรับภาระค่าไฟถนนสาธารณะมานานนับ 10 ปีโดยที่ไม่เคยรู้ตัวคำถามที่ตามมาทันทีคือ ในเมื่อเราจ่ายภาษีให้รัฐไปแล้ว ทำไมเรายังต้องมาหารยาวจ่ายค่าไฟทางหลวงกันเองอีก? แล้วเงินส่วนนี้ซ่อนอยู่ตรงไหนในบิลค่าไฟ?
หากเปิดบิลค่าไฟดู เราจะไม่มีทางเจอคำว่า “ค่าไฟสาธารณะ” หรือ “ค่าไฟถนน” ปรากฏอยู่แน่นอน เพราะต้นทุนส่วนนี้ไม่ได้ถูกคิดแยกออกมา แต่ถูกนำไปมัดรวมเป็นหนึ่งในต้นทุนของ “ค่าไฟฟ้าฐาน” (ไม่ใช่ค่า Ft ที่ผันแปรตามค่าเชื้อเพลิง) ทุกอย่างเกิดขึ้นจากในอดีต ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีข้อตกลงและโควตาให้หน่วยงานท้องถิ่นหรือหน่วยงานรับผิดชอบสายทาง สามารถใช้ไฟส่องสว่างสาธารณะได้ โดยจัดให้อยู่ในหมวด “ความสูญเสียในระบบไฟฟ้า” หรือคิดเหมาคำนวณรวมเป็นต้นทุนส่วนกลางของการไฟฟ้า แล้วใช้วิธี “หารเฉลี่ย” กระจายกลับมาเก็บจากผู้ใช้ไฟบ้านทุกคนทั่วประเทศ ซึ่งกลไกนี้ถูกใช้ปฏิบัติสืบเนื่องมานานกว่า 10 ปี
ทำให้ในปัจจุบันไฟส่องสว่างตามตรอก ซอย และถนนในชุมชน (ดูแลโดย อปท. เทศบาล หรือ อบต.) ไฟถนนสายรองหรือถนนเชื่อมหมู่บ้าน ไฟส่องสว่างตามสะพานข้ามคลอง หรืออุโมงค์ในความรับผิดชอบของท้องถิ่น รวมถึงทางหลวงบางส่วนในปัจจุบันคิดเป็นค่าไฟแฝง สัดส่วนเฉลี่ยประมาณ 10 สตางค์ต่อหน่วย
หากบ้านของคุณใช้ไฟฟ้าเฉลี่ย 400 หน่วยต่อเดือน เท่ากับว่าในแต่ละเดือนคุณกำลังช่วยรัฐจ่ายค่าไฟถนนไปฟรีๆ ประมาณ 40-60 บาทต่อเดือน เมื่อนำตัวเลขเล็กๆ นี้จากบ้านทุกหลังคาเรือนมารวมกันทั่วประเทศ เท่ากับว่าประชาชนไทยต้องแบกรับภาระค่าไฟส่วนนี้รวมกันเป็นมูลค่า “กว่าหมื่นล้านบาทต่อปี”
ในขณะเดียวกัน ฝั่งกระทรวงคมนาคม (ผู้ดูแลกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท) ก็ออกมาออกตัวยอมรับตรงๆ ว่า ค่าไฟถนนสายหลักสายรองทั่วประเทศนั้นสูงมาก และลำพังงบประมาณของกระทรวงเองก็ “แบกรับไม่ไหว” เช่นกัน ระบบจึงปล่อยให้เลยตามเลยด้วยการผลักภาระมาที่ผู้ใช้ไฟรายย่อยมาโดยตลอด
สำหรับระบบการจัดเก็บค่าไฟฟ้าสาธารณะในปัจจุบัน มีที่มาจากมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ตั้งแต่ปี 2530 ที่กำหนดให้การไฟฟ้ายกเว้นการเรียกเก็บค่าไฟฟ้าสาธารณะจากหน่วยงานภาครัฐ อาทิ กรุงเทพมหานคร กรมทางหลวง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เพื่อแลกเปลี่ยนกับการที่หน่วยงานภาครัฐเหล่านั้นจะไม่เรียกเก็บค่าเช่าพื้นที่ในการติดตั้งเสาไฟฟ้าและพาดสายส่งกระแสไฟฟ้า
ในช่วงเวลานั้นปริมาณการใช้ไฟฟ้าสาธารณะยังมีไม่มากนัก แต่เมื่อประเทศไทยเกิดการขยายตัวของเมืองอย่างรวดเร็ว มีการสร้างถนนและติดตั้งไฟส่องสว่างเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ภาระต้นทุนส่วนนี้เติบโตเป็นเงาตามตัว
แผนลดค่าไฟต่ำกว่า 3 บาท
ด้วยเหตุนี้เอง เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในปัจจุบันก็ออกมาประกาศกร้าวถึงประเด็นดังกล่าว ที่จะเดินหน้าเร่งรื้อระบบโครงสร้างราคาใน 3 ส่วนหลัก เพื่อมุ่งเป้าลดค่าไฟฟ้าให้เหลือ 3 บาทต่อหน่วยในอนาคต ได้แก่ 1.เรื่องของสัญญาทาสแอดเดอร์ (Adder) หรือเงินส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่มีมาตั้งแต่อดีต และบางส่วนเป็นการต่อสัญญาอัตโนมัติ ซึ่งมีอัตราค่าไฟฟ้าแพงเกินจริง ขณะนี้ได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาทบทวนสัญญาเหล่านี้ ก็จะทำให้ค่าไฟลดลง
2.พวกโรงไฟฟ้าที่ได้เงินฟรีๆ ในรูปแบบของค่าพร้อมจ่าย (Availability Payments: AP) ปีละ 60,000-70,000 ล้านบาท และไม่มีการผลิตไฟ รวมไปถึงโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP) เดิมทีไปผลิตไฟให้กับกลุ่มอุตสาหกรรม เมื่อขายได้แล้วยังจะมาบังคับขายเข้าระบบไฟฟ้าอีก ก็เป็นระบบที่มีมาต่อเนื่องยาวนาน และมาถึงประเด็นสุดท้าย คือ 3.ปัญหาความสูญเสียในระบบทั้งหลาย ประชาชนไม่เคยทราบเลยว่า พวกไฟทางหลวงใช้หลอดไฟที่สิ้นเปลือง ซึ่งหากเปลี่ยนไปติดหลอด LED ที่ช่วยให้ประหยัด เพราะไฟหลวงเอามาบวกกับค่าไฟและคนที่ถูกชาร์จคือประชาชนผู้ใช้ไฟ เพิ่มขึ้นอีกเป็น 10 สตางค์
PEA โยนพลังงานจัดการ
ประเด็นนี้ร้อนแรงขึ้นภายในไม่กี่วัน ทำให้เกิดคำถามในหลายส่วน โดยเฉพาะหน่วยงานที่ดูแลระบบไฟฟ้าในพื้นที่ต่างจังหวัด โดย มงคล ตรีกิจจานนท์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) หรือ PEA กล่าวถึงประเด็นดังกล่าวว่า ตามโครงสร้างค่าไฟฟ้าก็เป็นไปตามนั้น ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว อยากให้นายเอกนัฏเป็นคนชี้แจงจะดีกว่า และทราบว่าก่อนหน้านี้ รมว.พลังงานได้มีการให้ข้อมูลกับทางสื่อมวลชนไปแล้ว
ทั้งนี้ ตามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการพิจารณาโครงสร้างค่าไฟฟ้านั้น จะมีสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เป็นผู้ดำเนินการ ทั้งการพิจารณาโครงสร้างค่าไฟฟ้าของ กฟภ. และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ซึ่งในส่วนนี้หน่วยงานเป็นเพียงผู้ปฏิบัติตามนโยบายโครงสร้างค่าไฟฟ้าที่ผ่านการพิจารณามาเรียบร้อยแล้วเท่านั้น ดังนั้นหากฝ่ายนโยบายที่กำกับดูแลเรื่องนี้กำหนดมาอย่างไร ก็ต้องดำเนินการไปตามนั้น
“เรื่องนี้เป็นไปตามที่ รมว.พลังงานได้ให้ข่าวกับสื่อมวลชนไปแล้ว และโครงสร้างค่าไฟฟ้าก็เป็นไปตามนั้น กฟภ.และ กฟน.เป็นเพียงหน่วยงานปฏิบัติที่จะต้องดำเนินการตามโครงสร้างค่าไฟฟ้าที่ผ่านการพิจารณามาเรียบร้อยแล้ว หากมีการกำหนดมาอย่างไรก็ต้องดำเนินการไปตามนั้น” นายมงคลกล่าว
คมนาคมเผยไร้งบดูแล
พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม กล่าวถึงกรณีมีเก็บค่าไฟทาง ว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มีข้อสั่งการให้กระทรวงพลังงาน หาวิธีการแก้ปัญหา ส่วนกระทรวงคมนาคมที่เคยออกข่าวไปว่าในโคมไฟต่างๆ ที่อยู่บนถนน อันไหนที่หมดอายุไปแล้วก็ต้องมีการเปลี่ยนไปใช้หลอด LED ซึ่งจะสามารถลดค่าไฟได้ 40-50% เป็นสิ่งที่กระทรวงคมนาคมได้มีการออกข่าวไปแล้วว่า ในการประหยัดค่าไฟ หากทำไม่ได้จริงๆ ก็จะต้องหารือกับสำนักงบประมาณว่าเราจะทำอย่างไร เพราะกระทรวงคมนาคมเราก็ไม่มีปัญญาที่จะไปรับผิดชอบหรือจ่ายค่าใช้จ่ายในส่วนนั้นได้ เนื่องจากตกปีละประมาณ 10,000 กว่าล้านบาท ซึ่งถือว่าเยอะมากพอสมควร
ทั้งนี้ เรื่องไม่ได้เกิดขึ้น ณ เวลานี้ แต่เกิดขึ้นมาหลาย 10 ปี และนายกรัฐมนตรีสั่งการให้แก้ไขปัญหาเพื่อลดค่าไฟฟ้าให้กับประชาชน โดยจะต้องหาผู้ที่จะมาเป็นผู้ชำระแทนโดยที่ไม่ต้องไปบวกอยู่ในค่า FT ส่วนกรณีที่เอกนัฏเปิดเผยว่าสามารถไปของบประมาณจากสำนักงบประมาณได้นั้น ก็เป็นอีกหนึ่งแนวทาง แต่เมื่อไปขอจากสำนักงบประมาณก็จะมีคำถามต่อไปว่า งบประมาณที่สำนักงบประมาณ และกระทรวงการคลังเก็บรวบรวมมาได้เป็นของใคร เงินมาจากไหน ก็จะเกิดคำถามตามมาอีก ในที่สุดก็ต้องหาวิธีที่ตัวเองรับผิดชอบตัวเองให้ได้ ไม่ว่าจะวิธีการใดหรือวิธีการหนึ่ง
แผนเด็ด รมว.พลังงานแยกบิลไฟทาง
เอกนัฏ กล่าวว่า กระทรวงอยู่ระหว่างจัดทำแนวทางแก้ไขปัญหาค่าไฟฟ้าสาธารณะ ซึ่งปัจจุบันยังถูกนำไปรวมอยู่ในต้นทุนค่าไฟฟ้าที่ประชาชนทั่วประเทศต้องร่วมรับภาระ โดยเตรียมเสนอเรื่องเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อปรับเปลี่ยนโครงสร้างราคาไฟฟ้าให้มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นธรรมต่อผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น
“ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 10 ปีก่อน ต้นทุนค่าไฟสาธารณะที่ถูกเฉลี่ยอยู่ในบิลค่าไฟฟ้าของประชาชนคิดเป็นประมาณ 4 สตางค์ต่อหน่วย ก่อนจะขยับเพิ่มขึ้นเป็น 7-8 สตางค์ต่อหน่วยในช่วงปี 2562-2563 และล่าสุดคาดการณ์ว่าจะพุ่งสูงขึ้นเป็นราว 10 สตางค์ต่อหน่วย หรือคิดเป็นมูลค่ารวมสูงถึง 15,000-20,000 ล้านบาทต่อปี โดยที่ประชาชนไม่เคยรับรู้มาก่อน” นายเอกนัฏ กล่าว
ทั้งนี้ กระทรวงได้วางแนวทางการบริหารจัดการเพื่อแก้ไขปัญหาออกเป็น 2 ระยะ คือ ระยะสั้น (มาตรการเร่งด่วน) จะดำเนินการแยกบัญชีต้นทุนค่าไฟฟ้าสาธารณะออกจากโครงสร้างค่าไฟฟ้าในปัจจุบันทันที เพื่อไม่ให้นำต้นทุนส่วนนี้ไปมัดรวมอยู่ใน “ค่าไฟฟ้าฐาน” อีกต่อไป
ระยะยาว (มาตรการยั่งยืน) จะเปิดเวทีหารือร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อกำหนดแนวทางการจัดสรรงบประมาณมารองรับค่าใช้จ่ายส่วนนี้โดยเฉพาะ โดยยึดหลักเกณฑ์ผู้ใช้เป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายของตนเอง สอดคล้องกับปัจจุบันที่ อปท.ต่างๆ มีรายได้และระบบงบประมาณเป็นของตนเองแล้ว แตกต่างจากในอดีต
นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดที่จะออกข้อบังคับให้มีการติดตั้งมิเตอร์วัดการใช้ไฟฟ้าสาธารณะในทุกพื้นที่อย่างครบถ้วน เพื่อให้สามารถตรวจสอบปริมาณการใช้ไฟฟ้าจริงได้อย่างแม่นยำ และสร้างแรงจูงใจให้หน่วยงานท้องถิ่นหันมาบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การปรับเปลี่ยนไปใช้หลอดไฟประหยัดพลังงานประเภท LED หรือการลงทุนในระบบไฟทางพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) มากขึ้น จากเดิมที่ปล่อยปละละเลยเพราะไม่ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายโดยตรง
ในระยะถัดไป กระทรวงได้มอบหมายให้ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เร่งศึกษารายละเอียดเชิงลึกและประเมินผลกระทบ ก่อนจะนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) และส่งต่อให้ ครม.พิจารณาอนุมัติต่อไป
อย่างไรก็ตาม การปรับโครงสร้างครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของหมุดหมายสำคัญในการปฏิรูประบบพลังงานของประเทศ เพื่อยกระดับให้ทุกต้นทุนมีความโปร่งใส และยุติการผลักภาระค่าใช้จ่ายที่ไม่เกี่ยวข้องไปให้ประชาชน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘กกพ.’ แจงค่าไฟฟ้าสาธารณะขึ้นอยู่กับนโยบายรัฐบาล
แจงค่าไฟฟ้าสาธารณะมาจากมติ กพช. ยกเว้นการเรียกเก็บไม่เกิน 10% ของปริมาณการใช้ในเขตพื้นที่ ขณะที่ กกพ. ทำได้เพียง เร่งรัดการไฟฟ้าติดมิเตอร์วัดการใช้ไฟให้ครบถ้วน เพื่อไม่ให้ ประชาชนแบกภาระเกินควร
ไทยออยล์ ร่วมกับ พพ. ลงนาม MOU พัฒนา ปรับปรุง และส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน จากพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อยกระดับและสร้างโมเดลความร่วมมือระหว่างภาครัฐ-เอกชน
เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) และ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กระทรวงพลังงาน ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) “ว่าด้วยความร่วมมือในการพัฒนา ปรับปรุง และส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนจากพลังงานแสงอาทิตย์ สำหรับหน่วยงานด้านสาธารณสุขและสถานศึกษาของภาครัฐ” เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานในพื้นที่ห่างไกล
อดีตนายกสภาทนายความ ชี้ช่องฟ้องรัฐ ยัดค่าไฟสาธารณะให้ประชาชนจ่าย
ดร.วิเชียร ชุบไธสง อดีตนายกสภาทนายความ ได้เปิดเผยถึงกรณี ที่มีการนำค่าไฟฟ้าส่องทางสาธารณะ หรือในที่สาธารณะสอดไส้รวมใส่ใบแจ้งหนี้ให้ประชาชนเป็นผู้จ่ายทำให้ประชาชนต้องแบกภาระจ่ายค่าไฟฟ้าแพงกว่าที่ได้ใช้ไฟจริง ว่าเรื่องนี้เป็นการผลักภาระให้แก่ประชาช
'พีระพันธุ์' จี้รื้อโครงสร้างค่าไฟ ประชาชนโดนกำไร 2 เด้ง พ่วงค่าพร้อมจ่าย เฉียดล้านล้านบาท
นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวเปิดประเด็นโครงสร้างค่าไฟฟ้าที่ซับซ้อน โดยเปรียบเทียบว่าเหมือนขนมชั้นที่มีต้นทุนและค่าใช้จ่ายซ่อนอยู่หลายชั้น และสุดท้ายภาระทั้งหมดตกอยู่ที่ประชาชน
'ศรีสุวรรณ' ร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน สอบรัฐฉ้อโกงประชาชน ผ่านบิลค่าไฟส่องสว่าง/ค่าไฟแผง
นายศรีสุวรรณณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ยื่นคำร้องขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินสอบหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงพลังงาน คณะกรรมการ กบง. คณะกรรมการร กกพ. การไฟฟ้า กฟภ. กฟน. กรมทางหลวง ฯลฯ

