บันทึกหน้า4

ต้องบอกโลกถึงยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงจริงๆ เพราะโควิด-19 ยังไม่สร่างซาดี ก็มี “โรคฝีดาษวานร” หรือ “ฝีดาษลิง” ลุกขึ้นออกมาอาละวาดซ้ำเติมทั่วโลก เข้าไปอีก ในขณะที่พี่ไทยแม้เริ่มมีข่าวดีต่อเนื่องในเรื่องโควิด-19 ทั้งการเปิดประเทศและเปิดผับ-บาร์ได้ในวันที่ 1 มิ.ย.นี้ รวมถึงแนวโน้มปลดแมสก์ในกลางเดือน มิ.ย.ก็ตามที แต่หากดูตัวเลขการ ติดเชื้อใหม่รายวันที่ล่าสุดยังอยู่ที่ 5,013 ราย หรือเกินครึ่งหมื่น และผู้เสียชีวิตที่ยังอยู่ถึง 33 คน ก็ทำให้น่าคิดว่า มันจะกลายเป็นโรคประจำถิ่นได้ตามกำหนดแน่หรือ ...๐ 

ในขณะที่ 10 จังหวัดที่ติดเชื้อสูงสุดนั้นก็ปฏิเสธไม่ได้อีกเช่นกันว่าเป็นผลพวงลากยาวมาจากเทศกาลสงกรานต์ เพราะครึ่งหนึ่งหรือ 5 จังหวัดภาคอีสานนั้นติดโผด้วย นี่ยังไม่นับรวมปัญหาลองโควิดที่จะตามมาอีก งานนี้เลยบอกได้คำเดียวว่าอย่าเพิ่งดีใจและลดการ์ดป้องกันตัวลง ...๐

พูดถึงเรื่องเปิดผับเปิดบาร์ก็เลยหันไปส่องดูแนวคิดของว่าที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครคนใหม่ อย่าง “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ซึ่งได้คะแนนเสียงล้นหลาม โดยมีข้อหนึ่งระบุว่าจะเป็น “ผู้ว่าฯ เที่ยงคืน” สนับสนุนการใช้ชีวิตและเศรษฐกิจกลางคืน ซึ่งกรณีนี้ก็ไม่รู้ว่ารวมถึงบรรดาธุรกิจค้าประเวณีด้วยหรือไม่อย่างไร เพราะในการหาเสียงของผู้ว่าฯ กทม.ที่ผ่านมา ก็ไม่เห็นมีผู้สมัครคนใดเคยกล่าวถึง ไม่เว้นแม้แต่ “วิโรจน์ ลักขณาอดิศร” แห่งพรรคก้าวไกลที่พยายามสร้าง “กิมมิก” ว่าด้วยคนเท่ากัน เลยทำให้สงสัยว่า “หญิง-ชาย” ที่อยู่ในธุรกิจค้ากามนี้อาจไม่อยู่ในหมวดของความเท่าเทียมของ “วิโรจน์” ก็เป็นได้ ...๐

ยิ่งช่วงที่ผ่านมา “คังคุไบ” หนังเน็ตฟลิกซ์ฮิตทั่วบ้านทั่วเมืองทำให้ดารา-เซเลบต่างแต่งส่าหรีหรือชุดจากดินแดนภารตะกันถ้วนทั่ว ซึ่งก็ ไม่แปลกที่ “โทนี่ วูดซัม” หรือทักษิณ ชินวัตร ผู้โหนกระแสโลกด่าบ้านเกิดเมืองนอนจะทำตัวเป็นไอ้ห้อยไอ้โหนในเรื่องนี้ด้วย แต่ที่ไหนได้กลับโดน “ทิพานัน ศิริชนะ” ข้าราชการการเมืองประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีย้อนเกล็ดเสียแสบสันต์ ว่าสงสัยลืมดูฉากว่าด้วย “Be Honest” ความซื่อสัตย์และจริงใจ ...๐

แล้วที่ขำไม่ออกบอกไม่ถูกคือสัมภเวสีแม้วไม่ว่าเวลาจะผ่านมาเท่าใด “สันดาน” หรือนิสัยภายในยังคงไม่เปลี่ยนแปลง นั่นคือการเป็นผู้ถูกต้องเสมอๆ ไม่เคยทำอะไรผิดแต่ประการใด เหมือนกับประโยคที่ว่า “บกพร่องโดยสุจริต” นั่นแล เพราะที่ไหนได้ออกมาโม้หน้าตาเฉยว่าตอนครองอำนาจถูกจ้องลอบสังหารโน่นนี่ พิโธ่! ถ้าแม้วถูกลอบสังหารจริง บ้านนี้เมืองนี้ก็ยิ่งกว่าการ์ตูนแล้วพ่อคุณ เพราะตอนอยู่ในอำนาจพี่ชายก็นั่งผู้บัญชาการทหารบก ในขณะพี่ศรีภรรยาก็เป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยังไม่นับองคาพยพอื่นๆ ที่นายใหญ่ใช้ได้อีก ไม่ว่าจะเป็น ป.ป.ง.ในการตรวจสอบบัญชีหรือกรมสรรพากรในการเช็กเรื่องภาษี แล้วใครจะไปลอบสังหาร แค่คิดก็ไม่มีใครกล้าแล้วพ่อคุณ ...๐

แล้วที่ตลกเข้าไปอีกที่ “ทักษิณ” พยายาม โยนบาปเรื่องสารพัดสารพันเกี่ยวกับสถาบัน ตั้งแต่การทำบุญในวัดพระแก้ว หรือการแต่งตั้งรักษาการสมเด็จพระสังฆราชว่าเกิดจาก “วิษณุ เครืองาม” เป็นคนชงเป็นคนเสนอ สาวกฟังก็คงเชื่อตามแน่ แต่ถ้าไม่กินหญ้าเป็นภักษาหารแล้วก็น่าจะรู้ เพราะคนอย่างนายใหญ่มีหรือที่จะหลับหูหลับตาทำตามที่เสนอโดยตัวเองไม่ได้ดำริ ถามหน่อยเถอะว่า ปกติวันที่ 31 ธันวาคมของทุกปีเป็นวันหยุด แต่กลับสั่งให้เป็นวันเปิดราชการเพื่อทำเรื่องภาษีและการโอนนั้น เป็นข้อเสนอของ “วิษณุ” ด้วยไหม หรือแม้แต่ประโยคที่บอกว่า “กระซิบข้างหู” ก็พร้อมออกนั้น ก็เป็น “เนติบริกร” เขียนบทให้หรืออย่างไรจ๊ะพ่อคุณ ...๐

พูดถึงแม้วไม่พูดถึงคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ก็ไม่ได้ เพราะต้องบอกว่าเป็นคู่บุญบารมีมาตั้งแต่ “เหลี่ยมซัง” เข้าสู่ถนนการเมือง ซึ่งล่าสุดแม้จะแยกตัวออกไป ก็ยังถูกนายใหญ่แดกดันนึกว่าเป็นแม่เหล็กแต่สุดท้ายก็ไปไม่รอด ซึ่งล่าสุดเจ๊หน่อยก็ยืนยันว่าจะเดินหน้าลุยต่อ แม้ว่า สนามท้องถิ่นอย่าง ส.ก.ได้เพียง 2 เก้าอี้ จากส่งชิง 50 เขตก็ตาม ...๐

งานนี้ก็ต้องบอกว่า “หญิงหน่อย” ประเมินภาพและตั้งความฝันไว้สูงเลิศเลอนั่นแล หากเจ้าตัวลงชิงสนามเล็กอย่างผู้ว่าฯ กทม. เราอาจได้เห็นผู้ว่าฯ หญิงคนแรกแล้วก็เป็นได้ แต่นี่กระเตง “น.ต.ศิธา ทิวารี” ที่เหมือนเด็กในปกครองมาลงแทน คะแนนที่ออกมาเลยดับอนาถ เพราะยังต่ำกว่า “รสนา โตสิตระกูล” เสียอีก ที่สำคัญขนาดฝันเล็กหายไปแล้ว ฝันใหญ่ที่จะเป็น นายกฯ หญิงคนที่สองของประเทศ ก็บอกได้เลยว่าจะช้ำยิ่งกว่าฝันท้องถิ่นเสียอีก ...๐ 

ท.ศักดิ์

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

นับถอยหลังเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่และการออกเสียงประชามติที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แล้ว และดูเหมือน หนังหน้าไฟอย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ยังคงเป็นเป้าหลักของการวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งก็ไม่แปลกใจแต่ประการใด เพราะผลการทดลองงานในการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ. แม้จะคึกคักอย่างยิ่ง แต่ก็มากด้วยปัญหาสารพัดสารพัน

บันทึกหน้า 4

โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ปฏิเสธว่า ไม่เคยพูดว่า ภท.จะได้ สส. 200 ที่นั่ง ความจริงแล้วสื่อถามนำ นายอนุทินก็รับลูกไปตามน้ำ แต่ภายใน ภท.ประเมินกันว่าจะได้ สส.เขตประมาณ 150-160 ที่นั่ง

บันทึกหน้า 4

การเมืองไทยในห้วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งครั้งนี้ กำลังสะท้อน “รอยเดิมที่ไม่เคยหาย” และ “บทเรียนที่บางฝ่ายยังดื้อจะไม่เรียนรู้” ไม่ว่าจะเป็นฝั่งพรรคส้ม หรือฝั่งฝ่ายอนุรักษนิยมเองก็ตาม

บันทึกหน้า 4

เห็นนักการเมืองมักเสนอตัดงบประมาณกองทัพ งานด้านความมั่นคง อย่างภาคภูมิใจ แต่น้อยคนที่จะเสนอตัดงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับตัวเองโดยตรง นั่นคือเงินเดือน สส. ค่าตอบแทน รวมไปถึงผู้ช่วย สส. ที่แต่ละปีใช้งบประมาณแผ่นดินจำนวนมาก ยิ่งช่วงหาเสียงเลือกตั้งแบบนี้ก็ยิ่งแล้วใหญ่ หาพรรคการเมืองที่ชูนโยบายรัดเข็มขัดรัฐสภา เพื่อช่วยลดงบประมาณแผ่นดินยามประเทศเจอวิกฤตเศรษฐกิจไม่ได้เลย

บันทึกหน้า 4

"แบงก์ชาติ" ออกโรงเอง! "วิทัย รัตนากร" ผู้ว่าการ ธปท. สายบู๊ นั่งเก้าอี้ไม่ถึง 4 เดือน ลุยปราบทุนเทา ล่าสุดโชว์ผลงานช่วยจับซื้อเสียง หลังได้กลิ่นตุๆ ในช่วง 2 สัปดาห์นี้ มีการถอนเงินสดก้อนใหญ่ประมาณ 450 ล้านบาท

บันทึกหน้า 4

เรียกว่าเริ่มเข้าสู่โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งแล้ว พรรคการเมืองต่างๆ ก็เริ่มปล่อยหมัดเด็ดหมัดน็อกออกมากันยกใหญ่ โดยใน ค่ายน้ำเงินของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นอกจากเดินสายหาเสียงแบบออร์แกนิกแล้ว