บันทึกหน้า 4

www.thaipost.net ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด เปิดประชุมสภา มีวาระสำคัญรอต้อนรับรัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชา ทันที ระหว่างวันที่ 31 พ.ค.-2 มิ.ย. ที่ประชุมสภาจะมีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566 วงเงินกว่า 3.18 ล้านล้านบาท ก่อนหน้ามีกระแสข่าวเขย่าขวัญฝ่ายค้านตั้งธงจะโหวตคว่ำ ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ฝากข้อห่วงใยผ่านโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีมาว่า “นายกรัฐมนตรีฝากถึงรัฐมนตรีทุกคน ขอให้อยู่ร่วมรับฟังการอภิปราย ซึ่งมีความสำคัญต่อการใช้จ่ายภาครัฐ และการส่งเสริมการลงทุน พร้อมกำชับขอให้ทุกคนช่วยกันชี้แจงข้อสงสัยต่างๆ ตอบคำถามด้วยหลักการข้อเท็จจริง ขอให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ถกเถียงกันอย่างมีคุณภาพ”

พ.ร.บ.งบประมาณปี 2566 วงเงินกว่า 3.18 ล้านล้านบาท มีความสำคัญ เพราะเม็ดเงินจะถูกกระจายไปทุกกระทรวง หลายหน่วยงาน แต่ฝ่ายค้านบางคนตั้งแง่จับผิดแค่ยังมีการตั้งงบซื้ออาวุธ ไม่มีเม็ดเงินนำมาลงทุนพัฒนาเท่าที่ควร มองเพียงแค่บางมุม ไม่ได้ดูภาพรวม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมาและเลขาธิการพรรคเพื่อไทย เน้นย้ำฝ่ายค้านจะร่วมกันโหวตคว่ำวาระ1 พร้อมกับคำนวณคะแนนเสียง ‘ฝ่ายค้านมี ส.ส.อยู่ 206 เสียง ส่วนฝ่ายรัฐบาลมีอยู่ 230 กว่าๆ แต่ไม่เกิน 240 เสียง แม้จะมีเสียงต่างกัน  30 กว่าเสียง แต่สถานการณ์เช่นนี้ รัฐบาลจะประมาทไม่ได้ ต้องจับตากลุ่มสวิงโหวตคือ พรรคเศรษฐกิจไทยและพรรคเล็กต่างๆ จะลงมติไปทางใด ยังประเมินไม่ออกว่า กลุ่มนี้จะเทคะแนนไปให้ฝ่ายใด’ ยังต้องจับตาศึกประลองกำลังขั้วรัฐบาล ฝ่ายค้าน และกลุ่มตัวแปร จะออกมาในทิศทางใด

ปมประเด็นคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พิจารณาจะรับรองหรือไม่รับรอง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เป็นผู้ว่าราชการ กทม.หรือไม่ ท่ามกลางข้อร้องเรียนป้ายหาเสียงที่นำไปทำกระเป๋าได้ และเรื่องด้อยค่าระบบราชการ ยังไม่รู้ว่ามติ กกต.จะออกมาอย่างไร แต่งานหนักของผู้ว่าฯ กทม. มีหลายเรื่องรอการแก้ไขให้ชาว กทม. รวมไปถึงปัญหาสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว ที่เป็นปัญหาคาราคาซังมานาน ปมหนี้ที่ กทม.ค้างค่าเดินรถอีกกว่า 4 หมื่นล้าน สัญญา ข้อตกลงต่างๆ ที่ยังรอสะสาง นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย ในฐานะหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บอกเพียงว่า ‘การแก้ปัญหารถไฟฟ้าสายสีเขียวหลังได้ผู้ว่าฯ กทม.คนใหม่ คงต้องรอให้นายชัชชาติรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการก่อน ส่วนจะต้องมีการพิจารณาใหม่หรือไม่ คงต้องแล้วแต่ กทม.’

ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิดลดจำนวนลงเรื่อยๆ ผู้คนเรียนรู้ที่จะอยู่และเข้าใจเกี่ยวกับโควิดได้มากขึ้น หลายประเทศได้ผ่อนคลายมากขึ้น เปิดรับนักท่องเที่ยว บางประเทศให้อิสระประชาชนจะสวมหรือไม่สวมหน้ากากอนามัย ประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. จะมีการเปิดประเทศเต็มรูปแบบ แม้จะยังมีข้อห่วงใยอยู่บ้าง แต่เมื่อพิจารณาจากปัญหาเศรษฐกิจ ภาคบริการ ภาคการท่องเที่ยว ที่ย่ำแย่กับโควิดมา 2-3 ปี คงได้จังหวะเวลาแล้ว โดย นพ.จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์ ผู้อำนวยการกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ได้ตอบคำถามข้อห่วงใยที่หลายคนห่วง ต่อเรื่องการสวมหน้ากากอนามัยอย่างน่าสนใจว่า ‘เรื่องนี้ต้องมีเกณฑ์กำหนดอีกครั้ง คาดว่าจะไม่เกี่ยวข้องกันการปรับลดระดับเตือนภัยจาก 3 เป็น 2 ยังต้องใช้มาตรการ Universal Prevention ต่อไป ช่วยลดโรคอื่นได้ด้วย’.

ม้าไม้

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

บันทึกช่วยจำ วันนี้ 30 มี.ค. อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะนำรายชื่อ ครม.ชุดใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯถวายเพื่อโปรดพิจารณาตามกระบวนการ ต่อจากนั้น เป็นวาระของการแถลงนโยบาย 7-9 เม.ย.

บันทึกหน้า 4

เดือดกว่าในสภา! ลักหลับตอน 4 ทุ่ม แถมเลือกเวลาช่วงปิดประชุมสภาหลังถกญัตติด่วนวิกฤตน้ำมันพอดิบพอดี บอกว่าเลิกอั้น แต่ใครจะคิดว่าจะขึ้นพรวด 6 บาท เล่นเอาชาวบ้านสะดุ้งตื่น

บันทึกหน้า 4

ดูเหมือน การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 3 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1) เมื่อวันพุธที่ 25 มีนาคม พ.ศ.2569 ช่างคึกคักเสียจริง ซึ่งสาเหตุหลักก็คงมาจากเป็นสภาใหม่ถอดด้ามที่มีการประชุมครั้งแรก แต่ก่อนการประชุมนั้น “โสภณ ซารัมย์” ประธานสภาฯ พร้อมด้วยตัวแทนพรรคการเมืองก็ได้หารือถึงการกำหนดวัน-เวลาในการประชุมของทั่นผู้แทนยุคนี้ ...๐

บันทึกหน้า 4

โผ ครม.อนุทิน 2 สะเด็ดน้ำแล้วจำนวน 35 เก้าอี้ เหลือไว้ 1 เก้าอี้ ยังคงเผื่อไว้ให้ใครสักคน สำหรับ ดร.ปื๊ด-นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย ชัดเจนแล้วว่าไม่ได้ไปต่อ

บันทึกหน้า 4

แม้รัฐบาลภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล จะก้าวขึ้นสู่อำนาจด้วยเสียงสนับสนุนอย่างท่วมท้นในสภา แต่เส้นทางการบริหารประเทศจากนี้ไป ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ หากเต็มไปด้วย “โจทย์ใหญ่” และ “ปมเสี่ยง” ที่อาจกลายเป็นแรงสะเทือนทางการเมืองได้ทุกเมื่อ

บันทึกหน้า 4

บันทึกท่ามกลางอากาศร้อน แต่ยังร้อนไม่เท่ากับบรรยากาศด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมในบ้านเรา เพราะ "หน้าตา ครม.ชุดใหม่" ทำท่าว่ามิได้ไฉไลไปกว่าเก่า เพราะยังคงยึดโยงอยู่กับวัฒนธรรม "แบ่งโควตา" เก้าอี้สนองก๊วนแก๊งบ้านเล็กบ้านใหญ่เหมือนเดิม .