วันนี้เป็น “วันเปิดประเทศ” อีกทั้งยังเป็น “วันเปิดโรงเรียน” และ “วันเปิดสภา”
จึงเป็นวันสำคัญที่เราต้องจับตาหลายๆ ด้านเป็นพิเศษ
หากฝ่าข้ามได้ก็จะพบว่าแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์นั้นเป็นของจริง ไม่ใช่แค่แสงหิ่งห้อย
หากพลาดท่าเสียทีหรือไม่มี “แผนสำรอง” ที่มีประสิทธิภาพ ก็จะกลายเป็นการถดถอยที่น่ากังวล
คำว่า “ทาง 3 แพร่ง” นั้นมาจากการวาด “ฉากทัศน์” ของกระทรวงสาธารณสุขหลังวันเปิดประเทศวันนี้
เป็น 3 ภาพที่เรียงลำดับตั้งแต่ดี, ปานกลางและแย่
เส้นสีเขียว แสดงถึงกรณีการระบาด ค่า (R) ลดลงประมาณ 25%
เทียบกับก่อนล็อกดาวน์ ทุกภาคส่วนร่วมมือกับ 4 มาตรการหลักต่อเนื่อง
ได้แก่ มาตรการป้องกันโรคส่วนบุคคล Universal Prevention, มาตรการ COVID-Free Area, Zone, Setting, มาตรการคัดกรองด้วย ATK เฝ้าระวังกลุ่มแรงงานต่างด้าว และฉีดวัคซีนป้องกัน COVID-19 ได้ตามเป้าหมาย เดือน ต.ค.-ธ.ค.64
โดยยอดผู้ติดเชื้อแนวโน้มลดลง ไม่เกินวันละ 5,000 ในเดือน ม.ค.2565
เส้นสีส้ม คาดการณ์หากการ์ดตกเล็กน้อย มาตรการไม่เข้มงวดเพียงพอ กรณีการระบาด ค่า (R) ลดลงประมาณ 15% เทียบกับก่อนล็อกดาวน์
ผลจากการคงมาตรการปิดสถานที่เสี่ยงมาก งดดื่มสุราในร้านอาหาร จำกัดการรวมกลุ่ม ทำให้มีประสิทธิภาพการป้องกันการระบาดลดลงบ้าง
ทั้งนี้ การฉีดวัคซีนกลุ่มเสี่ยงได้ตามเป้าหมาย เดือน ต.ค.-ธ.ค.2564 โดยยอดผู้ติดเชื้อแนวโน้มลดลง ไม่เกินวันละ 10,000 ในเดือน ม.ค.2565
เส้นสีเทา คาดการณ์ถึงกรณีการ์ดตกมาก ไม่คำนึงเรื่องความปลอดภัย และอนามัยส่วนบุคคล กรณีการระบาด ค่า (R) กลับไปเท่ากับก่อนล็อกดาวน์
หากผ่อนคลายมาตรการทั้งหมด และการฉีดวัคซีน COVID-19 น้อยกว่าเป้าหมายในเดือน ต.ค.-ธ.ค.2564 โดยผู้ติดเชื้อมีแนวโน้มสูงขึ้น ยอดติดเชื้อรายวันสูงสุดเกือบ 40,000 คน ในเดือน ม.ค.2565
โฆษก ศบค. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน แถลงเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า
“สัปดาห์หน้าจะเข้าสู่ทางแยกนี้แล้ว แค่เปิดประเทศ 1 สัปดาห์ สามารถที่จะทำให้เรารู้กำหนดชีวิต อนาคตได้ ถ้าเราผ่านกันไปได้ เราจะนำเม็ดเงินและความเป็นอยู่ที่เป็นสุข กลับมาคืนสู่ชีวิตวิถีใหม่ตามที่เราต้องการ”
อีกด้านหนึ่งก็มีคำถามว่าหากเปิดประเทศแล้วเกิดมีการระบาดของโควิดเพิ่มขึ้น จะมีเกณฑ์ประเมินว่าต้องถอยตั้งหลักอย่างไร
คำอธิบายจาก นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ว่า
ภายหลังการเปิดประเทศ หากเกิดการระบาดเพิ่มขึ้นตามข้อกำหนดต่อไปนี้ จะพร้อมชะลอหรือยุติกิจกรรม เช่น 1.จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่มากกว่า 15 รายต่อประชากร 100,000 คนต่อสัปดาห์
2.มีการระบาดเกิน 3 คลัสเตอร์ มีผู้ติดเชื้อครองเตียงตั้งแต่ 80% ขึ้นไป
3.พบเชื้อกลายพันธุ์แบบวงกว้างควบคุมไม่ได้
และ 4.หากเกิดเหตุการณ์กรณีอื่นๆ จะให้เป็นการพิจารณาโดยคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัด
โดยอาจปรับหรือลดกิจกรรม ลดจำนวนเส้นทางท่องเที่ยว ถ้ารุนแรงมากจะยุตินักท่องเที่ยวเข้าพื้นที่
สถานการณ์เตียงล่าสุดในพื้นที่ 17 จังหวัดนำร่องการท่องเที่ยว นพ.ธเรศแจ้งว่าจากการประเมินรายจังหวัด พบว่าทุกจังหวัดเตรียมความพร้อมอย่างดี และมีเตียงเพียงพอ รวมทั้งภาพรวมการติดเชื้อภายในประเทศขณะนี้ลดลง นอกจากเตียงหลักแล้วยังสามารถเพิ่มเตียงจากพื้นที่ใกล้เคียงและ Hospitel ด้วย จำนวนเตียงยังคงมีเพียงพอ
“ยืนยันได้ว่า 17 จังหวัดที่เตรียมจะเปิดนำร่องรับนักท่องเที่ยวนั้น ระบบสุขภาพโดยรวมทั้งหมด โดยตอนนี้ครองเตียงเหลือง-แดง อยู่ที่ 20-30% เรื่องห้องปฏิบัติการตรวจหาเชื้อมีความสามารถตรวจได้ 1.2 แสนตัวอย่างต่อวัน เรื่องการควบคุมโรค เรื่องระบบการติดตาม และรายงานผลมีความพร้อม” นพ.ธเรศบอก
เป็นอันว่าทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องรับรู้ถึง “ความเสี่ยงที่ประเมินแล้ว” และพร้อมจะตั้งรับกับ “สถานการณ์นอกความคาดหมาย” ได้ทันท่วงที
สิ่งที่จะพิสูจน์คือของจริงในสมรภูมิรบเท่านั้น.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ยุค‘ประโยชน์นิยม’ ชัยวุฒิซัดข้ามขั้วแบ่งเค้ก ยศชนันโอดกาสิโนหลอน
“อนุทิน" โต้เดือด "หยุ่น-วีระ" ลั่นชัดเจน "สีหศักดิ์-ศุภจี-เอกนิติ" คนของ "ภูมิใจไทย"
สื่ออาวุโสลืมหน้าที่ ‘หยุ่น-วีระ’ มาตรฐานที่หายไปในดงส้ม
การวิจารณ์นักการเมืองไม่ใช่เรื่องผิด และการตั้งคำถามกับพรรคการเมืองก็เป็นหน้าที่ปกติของสื่อมวลชน
แชร์สนั่นโซเชียล ลุกโชนเป็นไฟลามทุ่ง! ‘อนุทิน’ บุกเพจ ‘สุทธิชัย’ แจงกรณีคุยกับ ‘ทรัมป์’
ภายหลัง เพจ Suthichai Yoon โพสต์ข้อความว่า‘ทรัมป์‘ ให้สัมภาษณ์ Wall Street Journal ว่าเขาได้ใช้ tariff กดดันให้ไทยกับกัมพูชายุติการสู้รบ!
มีแม้วไม่มีเรา! วัดใจจุดยืน 'พรรคส้ม' หลังทักษิณขีดเส้นแบ่งข้างทุกเวทีแล้ว
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่า "พรรคส้มกล้าไหม? มีแม้วไม่มีเรา!
ประเทศเดียวในโลก ‘นายกฯทับซ้อน’ มหันตภัยปี 2568
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่าสำนักวิจัยต่าง ๆ กำลังวิเคราะห์เพื่อพยากรณ์ว่าประเทศไทยจะต้องเผชิญกับความท้าทายสาหัสอะไรบ้างใน


