กปช.จต. แจงย้าย "น.อ.ธรรมนูญ" พ้น ผบ.ฉก.นย.ตราด ไปคุมหน่วยกู้ทุ่นระเบิด เป็นการปรับย้ายตามวาระปกติ ไม่มีกรณีพิเศษแต่อย่างใด เพื่อวางตัวให้เหมาะกับสถานการณ์ ชี้บทบาทสำคัญยุทธวิธีและเวทีโลก
31 มีนาคม 2569 - จากกรณี พล.ร.ท.อภิชาติ ทรัพย์ประเสริฐ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน (ผบ.นย.) และผู้บัญชาการกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (ผบ.กปช.จต.) ลงนามคำสั่งย้าย น.อ.ธรรมนูญ วรรณา ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด ไปดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรมกองทัพเรือ (นปท.ทร. หรือ HMAU) เมื่อวันที่ 30 มีนาคมที่ผ่านมา
ล่าสุด กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด ชี้แจงว่า การโยกย้ายดังกล่าวเป็นไปตามวงรอบการแต่งตั้งโยกย้ายกำลังพลของกองทัพเรือในวาระกลางปีเดือนเมษายน ซึ่งมีการปรับย้ายรวมทั้งสิ้น 17 นาย ไม่ได้เป็นกรณีพิเศษแต่อย่างใด
ทั้งนี้ ผู้บังคับบัญชาได้พิจารณาถึงความรู้ความสามารถและประสบการณ์ของ น.อ.ธรรมนูญ ที่เคยปฏิบัติงานในพื้นที่ภาคใต้ รวมถึงพื้นที่ชายแดนจันทบุรี–ตราด เช่น บริเวณบ้านสามหลัง และพื้นที่ทมอดา ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ จึงเห็นควรให้นำศักยภาพดังกล่าวไปเสริมการทำงานในหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดฯ ซึ่งถือเป็นหน่วยงานหลักด้านข้อมูลและเทคนิคของกองทัพเรือ และมีบทบาทสำคัญในเวทีระหว่างประเทศ
สำหรับหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรมกองทัพเรือ (นปท.ทร.) มีภารกิจสำคัญในการเก็บกู้และกวาดล้างทุ่นระเบิดในพื้นที่ชายแดน โดยเฉพาะในพื้นที่จันทบุรีและตราด ซึ่งในอดีตเคยเป็นพื้นที่สู้รบและยังคงมีวัตถุระเบิดตกค้างจำนวนมาก ส่งผลต่อความปลอดภัยของประชาชนและกำลังพล
ในเชิงยุทธวิธี การกวาดล้างทุ่นระเบิดช่วยให้หน่วยทหารสามารถปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนและควบคุมพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงในการสูญเสีย และเพิ่มขีดความสามารถในการป้องกันประเทศให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล
นอกจากนี้ การปรับบทบาทของหน่วยจากภารกิจเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม ไปสู่การสนับสนุนในลักษณะ “ชุดช่างสนาม” ยังถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญทางยุทธวิธี โดยช่วยเปิดเส้นทางในพื้นที่เสี่ยง จัดทำพื้นที่ปลอดภัยสำหรับการตั้งฐาน และสนับสนุนการเคลื่อนที่ของกำลังรบหลักให้มีความรวดเร็วและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
ขณะเดียวกัน หน่วยยังมีบทบาทด้านการรวบรวมหลักฐานในพื้นที่ปฏิบัติการ ทั้งการตรวจพิสูจน์ชนิดของทุ่นระเบิด การบันทึกพิกัด และจัดเก็บข้อมูลเชิงประจักษ์ เพื่อนำไปใช้ในกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงในระดับนานาชาติ ซึ่งมีความสำคัญต่อการยืนยันบทบาทของประเทศไทยในการปฏิบัติตามพันธกรณีด้านความมั่นคงระหว่างประเทศ
กปช.จต. ย้ำว่า การปรับย้ายกำลังพลครั้งนี้ เป็นไปเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานทั้งในมิติความมั่นคงและการสนับสนุนภารกิจในระดับสากล ควบคู่กับการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ชายแดนอย่างยั่งยืน


ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ทร. โต้ล็อกสเปก 'ฮันวา' ต่อเรือฟริเกต เดินหน้าต่อหวั่นงบตกน้ำ แจงเหตุ 5 บริษัทคู่แข่งไม่ผ่าน
บริษัทตกรอบ “ต่อเรือฟริเกต” อุทธรณ์ “ทร.”ชะลอเซ็นสัญญา “ฮันวา โอเชี่ยน” รอผลสอบจบ พร้อมเปิดแถลงเหตุ 5บริษัทคู่แข่งไม่ผ่าน” ด้าน ผบ.ทร. เปิดข้อเสนอ“ยกเลิกได้”เพราะเหลือเพียงรายเดียว แต่ผบ.ทร.ให้เดินหน้าต่อ เกรงไม่ทันเวลาส่งผล“งบฯตกน้ำ” ย้ำเลือกเรือมาตรฐานนาโต้ -ให้คะแนนอาวุธตามโมเดลกห.สหรัฐฯ ยันเลือก offset ที่เป็นจริง เปิดข้อผิดพลาดจาก“รล.ภูมิพลฯ” ถูกปิดช่องโหว่ในทีโออาร์ไว้หมดแล้ว
แห่สมัคร 'พลทหารอาสา' เกือบ 8 พันนาย คัดเลือกครั้งแรก 28 พ.ย.
ยอดสมัคร 'พลทหารอาสา' 8 วัน ทุกเหล่าทัพ รวม 7,898 นาย คิดเป็น 31.59% จากยอดเปิดรับทั้งหมด 25,000 นาย กำหนดคัดเลือกครั้งที่ 1 วันที่ 28 พ.ย.
กองทัพเรือ นัดแถลงใหญ่ 18 ก.ย. เคลียร์ทุกข้อสงสัยจัดซื้อเรือฟริเกต
พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า กองทัพเรือได้รับทราบจากการรายงานของสื่อมวลชน กรณีมีการยื่นหนังสือขอให้ตรวจสอบและขอทราบรายละเอียดเกี่ยวกับกระบวนการจัดหาเรือฟริเกตสมรรถนะสูงของกองทัพเรือแล้ว
กมธ.ทหาร จี้ ทร. ต่อรอง 'ฮันวา' แก้ปัญหาเรือเก่าปืนพังให้จบก่อนเซ็นสัญญาต่อเรือฟริเกตลำใหม่
กมธ.ทหาร เรียก ทร. แจงปมปืนฟาลังซ์ เรือหลวงภูมิพล ใช้งานไม่ได้ พบไม่มีอะไหล่เหตุตกรุ่น แนะก่อนเซ็นสัญญาต่อเรือฟริเกตลำใหม่ ให้ต่อรองฮันวาจบปัญหาเดิมก่อน โยนทัพเรือพิจารณายึดเงินประกันไว้ก่อน ขู่ส่งเรื่อง สตง. ตรวจสอบ หากไม่ส่งรายละเอียดสัญญาใน 14 วัน
นายกฯ ติดตามการซักซ้อมขบวนพยุหยาตราทางชลมารค
นายกฯ ติดตามการซักซ้อมขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในโอกาสพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน และในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี
“สุชาติ” ร่วมภารกิจตรวจเยี่ยมการฝึกกองทัพเรือ ติดตามความพร้อมภารกิจความมั่นคงทางทะเล
วันนี้ (27 สิงหาคม 2569) เวลา 09.45 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมภารกิจนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในการตรวจเยี่ยมการฝึกกองเรือปฏิบัติการเฉพาะกิจ ณ บริเวณพื้นที่อ่าวไทยตอนบน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เพื่อติดตามความพร้อมและขีดความสามารถของกองทัพเรือในการปฏิบัติภารกิจ ตลอดจนศักยภาพของยุทโธปกรณ์และเทคโนโลยีสมัยใหม่ในการสนับสนุนภารกิจด้านความมั่นคงทางทะเล

