บันทึกหน้า4

ไทยโพสต์ "อิสรภาพแห่งความคิด" www.thaipost.net เสียงเตือนจากสภา สั่นสะเทือนถึงทำเนียบฯ! "อยากฝากรัฐมนตรีไปยังนายกฯ ให้เตือนท่านนายกฯ ในที่ประชุม ครม. ว่า สภามีข้อบังคับการประชุมข้อที่ 151 ท่านควรมาตอบเอง ให้เกียรติสภาหน่อย ถ้าติดภารกิจควรต้องมอบหมายบุคคลที่มาตอบได้ ไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรีหรือรองนายกฯ ได้หรือไม่ หรือใครที่มีความรู้ที่จะมาตอบได้ ก็ขอฝากตรงนี้ด้วย ขอกำชับว่าการมอบหมายอย่าสั่งเหมือนทหาร คือสั่งไปแล้วถือว่าจบกันแบบนั้นไม่ใช่ แต่ขอให้สั่งเหมือนนักการเมือง ต้องสอบถามกันหน่อยว่าว่างหรือไม่ ตอบได้หรือไม่ แบบนี้ไม่เรียกว่ามอบหมาย เพราะมอบหมายแล้วไม่มาตอบถือว่าไม่มีความรับผิดชอบ" เข้าตำรา "พูดน้อย ต่อยหนัก" ต้องยอมรับว่าสภาผู้แทนราษฎรไทย ชุดที่ 25 ในยุคที่มีนายชวน หลีกภัย ดำรงตำแหน่งประธานสภาฯ

ทำหน้าที่ได้อย่างโดดเด่น จนกลบบทบาทรองประธานสภาฯ ทั้งสองคน แต่ในช่วงกระทู้ถามสดพฤหัสฯ ที่ผ่านมาของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล ที่ถามนายกฯ เกี่ยวกับแนวทางจัดการปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ พลังงาน และค่าครองชีพ ปรากฏชิ่งกันเป็นทอดๆ นายกฯ มอบ รมว.คลัง อาคมโยน รมช.คลัง สันติก็ไม่ว่าง สุดท้ายไม่มีใครมา "สุชาติ ตันเจริญ" รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 เลยต้องโชว์บท "ตี๋กร่าง" อีกครั้ง ฉายาที่สื่อมวลชนประจำรัฐสภาตั้งให้ สมัยเป็นรองประธานสภาฯ ช่วงปี 2548 ซึ่งทำหน้าที่ชนิดที่ไม่ยอมใครง่ายๆ งานนี้ มท.3 "นิพนธ์ บุญญามณี" รัฐมนตรีคนเดียวที่นั่งอยู่ในห้องประชุม คงไม่ต้องรับงานเอ่ยปากอะไร เชื่อว่า "บิ๊กตู่" ได้ยินเต็มสองหูอยู่แล้วล่ะ

๐ นอกจากข้อบังคับสภา ข้อที่ 151 ที่ "บิ๊กตู่" ต้องหันมาให้ความสำคัญแล้ว ยังมีรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 ที่ต้องเตรียมรับมือ หลัง "ประธานชวน" ไฟเขียวญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล บรรจุเป็นวาระด่วน ก่อนจะส่งญัตติไปให้ ครม. แต่ดูท่านายกฯ ไม่วิตกศึกซักฟอกครั้งสุดท้ายสักเท่าไหร่ แว่วมาสั่งทีมงานนายกฯ หาข้อมูล เก็งข้อสอบไว้แล้วว่าฝ่ายค้านจะไล่บี้ประเด็นไหนบ้าง เรียกว่ากรำศึกใหญ่มา 3 รอบ เชี่ยวชาญสนามไม่น้อย ขนาดอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายฯ ปี 2566 บิ๊กตู่ยังตอบได้ทุกเม็ดไม่แพ้นักการเมืองอาชีพทีเดียว ถึงอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้จะไม่มีองครักษ์พิทักษ์นายกฯ ขาประจำอย่าง "สิระ เจนจาคะ" กับ "ปารีณา ไกรคุปต์" ก็น่าจะเอาตัวรอดเองได้ ส่วนทีมปราบมาร 11 ส.ส. ที่นายนิโรธ สุนทรเลขา ประธานวิปรัฐบาล ตั้งขึ้น ลองสแกนชื่อแล้วก็อาจจะละอ่อนจริงดั่งที่ฝ่ายค้านเย้ยหยัน ที่จริงแล้ว พปชร. คงไม่ได้หวังผลอะไรมาก แค่อยากบอกให้รู้ว่าไม่ได้ลอยแพทั่นนายกฯ ก็เท่านั้นแหละ ขณะที่เจ้าตัวช่วงนี้ขยันเดินสายลงพื้นที่ สัปดาห์ก่อนไปอ้อนขอคะแนนคนอีสานมาแล้ว พุธหน้าขึ้นเหนือเหยียบถิ่นนายใหญ่เพื่อไทย ไปเยี่ยมชมงานด้านการส่งเสริมเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อภาคธุรกิจอุตสาหกรรม ที่บริษัท ศูนย์ทำร่ม อ.สันกำแพง และโรงงานเกรียงไกรผลไม้ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่

๐ โล่งญัตติไม่เถื่อน ฝ่ายค้านคึกเดินหน้าต่อ ประกาศขอเปิดยุทธการเด็ดหัว (บิ๊กตู่) สอยนั่งร้าน (10 รมต.) รวม 5 วัน ถ้ารัฐบาลเซย์เยส ก็น่าจะบรรเลงได้ตั้งแต่วันที่ 18-22 ก.ค. ลงมติวันเสาร์ 23 ก.ค. ซักฟอกคราวนี้เท่ากับจะใช้เวลามากกว่า 3 ครั้งที่ผ่านมา ย้อนดูการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งแรก 6 คน ระหว่างวันที่ 24-27 ก.พ.2563 ลงมติ 28 ก.พ. ครั้งที่สอง 10 คน วันที่ 16-19 ก.พ.2564 ลงมติ 20 ก.พ. ครั้งที่สาม 6 คน วันที่ 31 ส.ค.-3 ก.ย.2564 ลงมติ 4 ก.ย. ทั้งสามครั้งใช้เวลาอภิปราย 4 วัน ถ้าจำกันได้ฟังแล้วเปลืองเวลาพอสมควร เพราะก่อนเปิดศึก แกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้านอย่างเพื่อไทย มักตีปี๊บใหญ่โตให้ตื่นเต้น พอถึงวันจริง เหมือนหนังคนละม้วน มีแต่น้ำลายท่วมสภา ศึกทิ้งทวนเที่ยวนี้คงต้องโฟกัสไปที่ก้าวไกล ที่ยังเก็บงำข้อมูลเด็ดไว้ ไม่ยอมแชร์ให้เพื่อไทยรู้ ล่าสุด "ณัฐวุฒิ บัวประทุม" ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ย้ำอีกรอบว่าประเด็นซักฟอกพุ่งเป้าไปที่ พล.อ.ประยุทธ์และแกนนำรัฐบาลเป็นหลัก ซึ่งก็หมายถึง 3 ป. นับถอยหลังไม่ถึงเดือน คอการเมืองไม่พลาดแน่ ขอแค่ให้เด็ดจริง อย่าหักหลังกันเอง กลายเป็นมวยล้มต้มคนดูซ้ำซาก.

ลี้คิมฮวง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

นับถอยหลังเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่และการออกเสียงประชามติที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แล้ว และดูเหมือน หนังหน้าไฟอย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ยังคงเป็นเป้าหลักของการวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งก็ไม่แปลกใจแต่ประการใด เพราะผลการทดลองงานในการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ. แม้จะคึกคักอย่างยิ่ง แต่ก็มากด้วยปัญหาสารพัดสารพัน

บันทึกหน้า 4

โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ปฏิเสธว่า ไม่เคยพูดว่า ภท.จะได้ สส. 200 ที่นั่ง ความจริงแล้วสื่อถามนำ นายอนุทินก็รับลูกไปตามน้ำ แต่ภายใน ภท.ประเมินกันว่าจะได้ สส.เขตประมาณ 150-160 ที่นั่ง

บันทึกหน้า 4

การเมืองไทยในห้วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งครั้งนี้ กำลังสะท้อน “รอยเดิมที่ไม่เคยหาย” และ “บทเรียนที่บางฝ่ายยังดื้อจะไม่เรียนรู้” ไม่ว่าจะเป็นฝั่งพรรคส้ม หรือฝั่งฝ่ายอนุรักษนิยมเองก็ตาม

บันทึกหน้า 4

เห็นนักการเมืองมักเสนอตัดงบประมาณกองทัพ งานด้านความมั่นคง อย่างภาคภูมิใจ แต่น้อยคนที่จะเสนอตัดงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับตัวเองโดยตรง นั่นคือเงินเดือน สส. ค่าตอบแทน รวมไปถึงผู้ช่วย สส. ที่แต่ละปีใช้งบประมาณแผ่นดินจำนวนมาก ยิ่งช่วงหาเสียงเลือกตั้งแบบนี้ก็ยิ่งแล้วใหญ่ หาพรรคการเมืองที่ชูนโยบายรัดเข็มขัดรัฐสภา เพื่อช่วยลดงบประมาณแผ่นดินยามประเทศเจอวิกฤตเศรษฐกิจไม่ได้เลย

บันทึกหน้า 4

"แบงก์ชาติ" ออกโรงเอง! "วิทัย รัตนากร" ผู้ว่าการ ธปท. สายบู๊ นั่งเก้าอี้ไม่ถึง 4 เดือน ลุยปราบทุนเทา ล่าสุดโชว์ผลงานช่วยจับซื้อเสียง หลังได้กลิ่นตุๆ ในช่วง 2 สัปดาห์นี้ มีการถอนเงินสดก้อนใหญ่ประมาณ 450 ล้านบาท

บันทึกหน้า 4

เรียกว่าเริ่มเข้าสู่โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งแล้ว พรรคการเมืองต่างๆ ก็เริ่มปล่อยหมัดเด็ดหมัดน็อกออกมากันยกใหญ่ โดยใน ค่ายน้ำเงินของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นอกจากเดินสายหาเสียงแบบออร์แกนิกแล้ว