สี จิ้นผิง, ปูตินประสานเสียง แลกหมัดกับตะวันตกทุกประเด็น!

การประชุมสุดยอด BRICS ห้าประเทศจีนเป็นเจ้าภาพปีนี้เป็นจังหวะที่สี จิ้นผิง กับปูตินได้แสดงจุดยืนเรื่องบทบาทอันไม่พึงปรารถนาของโลกตะวันตกอย่างเต็มที่

ผู้นำจีนและรัสเซียต่างก็ใช้โอกาสนี้กล่าวหาสหรัฐฯ และยุโรปตะวันตกว่าเป็นผู้สร้างความไร้เสถียรภาพให้กับโลก เพราะรวมหัวกันออกมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียในกรณีสงครามยูเครน

สี จิ้นผิง กล่าวโทษ “พันธมิตรทางทหาร” ซึ่งจะเป็นอะไรอื่นไม่ได้นอกจากจะหมายถึง NATO

และตอกย้ำว่า การที่ชาติตะวันตกบอยคอตประเทศอื่นนั้นเป็นวิธีการที่ผิด และผลร้ายที่ตามมาก็คือ การย้อนกลับไปสร้างปัญหาให้กับประเทศเหล่านั้นเอง

ปูตินบอกว่าที่ประเทศต่างๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะแอฟริกา, เอเชีย, และตะวันออกกลางกำลังเผชิญปัญหาเศรษฐกิจ, วิกฤตอาหาร, เงินเฟ้อและข้าวของแพงนั้นไม่ได้เกิดจาก “ปฏิบัติการพิเศษทางทหาร” ของรัสเซียในยูเครน

หากแต่เป็นเพราะประเทศตะวันตกที่แม้ก่อนกรณียูเครนก็ได้พิมพ์เงินออกมาใช้มหาศาล กว้านซื้อธัญพืชมากักตุน ดันให้ราคาอาหารการกินสูงขึ้นทั่วโลกอยู่แล้ว

ปูตินบอกว่าเมื่อเกิดโรคระบาดโควิดก็ยิ่งทำให้ปัญหาหนักหน่วงขึ้น

ปูตินและสี จิ้นผง ชี้นิ้วไปที่ตะวันตกว่าเป็นผู้ร้ายตัวจริง

สวนทางกับที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน กล่าวหาว่าที่ราคาพลังงานพุ่งขึ้นอย่างสูงและเงินเฟ้อกำลังอาละวาดทั่วโลกนั้นก็เป็นเพราะปูตินเปิดสงครามในยูเครน

เวที BRICS (บราซิล, รัสเซีย, อินเดีย, จีนและแอฟริกาใต้) จึงร้อนแรงด้วยเรื่องสงครามเป็นพิเศษ

เป็นการประกาศรวมตัวของกลุ่ม 5 ประเทศนี้ที่ยืนอยู่คนละข้างกับตะวันตกอย่างชัดเจน

แม้ว่าอินเดียจะยืนอยู่ทั้งกับ BRICS และ QUAD (จตุภาคีที่มีสหรัฐฯ, ญี่ปุ่น, ออสเตรเลียและอินเดีย) ก็ตาม

ปูตินตอกย้ำว่ายุคแห่งโลกที่มีผู้นำเดี่ยว (Unipolar world) ได้จบลงแล้ว

สถานทูตจีนประจำประเทศไทยรายงานว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เป็นประธานในการประชุมระดับสูงว่าด้วยการพัฒนาระดับโลกและกล่าวสุนทรพจน์

ในตอนเย็นของวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2565 ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เป็นประธานในการประชุมระดับสูงว่าด้วยการพัฒนาระดับโลก ผ่านทางวีดิทัศน์ ณ กรุงปักกิ่ง และกล่าวสุนทรพจน์

โดยมี นายอับดุลมะยืด ตะบูน ประธานาธิบดีแห่งแอลจีเรีย นายอัลเบร์โต อังเฆล เฟร์นันเดซ  ประธานาธิบดีแห่งอาร์เจนตินา

 นายอับเดล ฟัตตอห์ เอล-ซิซี ประธานาธิบดีแห่งอียิปต์ นายโจโก วิโดโด ประธานาธิบดีแห่งอินโดนีเซีย นายเอบรอฮีม แรอีซี ประธานาธิบดีแห่งอิหร่าน

 ประธานาธิบดีโทคาเยฟแห่งคาซัคสถาน ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย  นายแม็กคีย์ ซัลล์ ประธานาธิบดีแห่งเซเนกัล นายไซริล รามาโฟซา ประธานาธิบดีแห่งแอฟริกาใต้ นายมีร์ซีโยเยฟ ประธานาธิบดีอุซเบกิสถาน นายแฮมิลตัน โมเรา รองประธานาธิบดีแห่งบราซิล

นายกรัฐมนตรีฮุน เซน แห่งกัมพูชา นายอาบีย์ อาห์เม็ด นายกรัฐมนตรีเอธิโอเปีย นายแฟรงก์ ไบนิมารามา นายกรัฐมนตรีแห่งฟิจิ นายนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย นายอิซมาอิล ซับรี ยักกบ นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย และพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีของไทย เข้าร่วมในการประชุม

ผู้นำของประเทศต่างๆ ได้แลกเปลี่ยนมุมมองเชิงลึกภายใต้หัวข้อหลัก “สร้างเสริมความเป็นหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนาในศักราชใหม่เพื่อร่วมอนุวัติวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน ค.ศ.2030”

ซึ่งได้หารือความร่วมมือด้านการพัฒนาระหว่างประเทศ เร่งนำวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน ค.ศ.2030 ของสหประชาชาติไปปฏิบัติ และหารือเกี่ยวกับแผนความร่วมมือเพื่อการพัฒนาและบรรลุฉันทามติที่สำคัญอย่างกว้างขวาง

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กล่าวสุนทรพจน์ในหัวข้อ “การสร้างความสัมพันธ์หุ้นส่วนคุณภาพสูงและบุกเบิกยุคใหม่แห่งการพัฒนาระดับโลก” โดยเน้นย้ำว่า

1.เราต้องร่วมกันสร้างฉันทามติระหว่างประเทศเพื่อส่งเสริมการพัฒนา เมื่อประชาชนทุกประเทศมีชีวิตที่ดีเท่านั้นจึงจะทำให้ความเจริญรุ่งเรืองยั่งยืน ความปลอดภัยมีหลักประกัน และสิทธิมนุษยชนมีฐานราก

2.เราควรร่วมกันสร้างสภาพแวดล้อมระหว่างประเทศที่เอื้อต่อการพัฒนา การกีดกันถือเป็นการหาเรื่องใส่ตัว การสร้าง “ก๊วนเล็ก” จะทำให้ตัวเองโดดเดี่ยว การคว่ำบาตรอย่างไร้ขอบเขตจะทำร้ายผู้อื่นและตนเอง การแตกแยกและการตัดห่วงโซ่อุปทานจะใช้ไม่ได้ผลและจะไปได้ไม่ไกล

3.ความร่วมมือเท่านั้นจะทำให้ภารกิจอันยิ่งใหญ่ ภารกิจอันดีบรรลุผลสำเร็จและยั่งยืน ประเทศที่พัฒนาแล้วควรปฏิบัติตามพันธกรณี ประเทศกำลังพัฒนาควรกระชับความร่วมมือ และประเทศกลุ่มเหนือและใต้ควรเดินหน้าเข้าหากันเพื่อร่วมกันสร้างความสัมพันธ์หุ้นส่วนการพัฒนาระดับโลกที่มีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เสมอภาค สมดุล ได้รับผลประโยชน์ร่วมกัน และจะไม่ให้ประเทศใดประเทศหนึ่ง หรือคนใดคนหนึ่งถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

4.จีนจะเพิ่มการลงทุนด้านทรัพยากรในความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระดับโลก ทำงานร่วมกับทุกฝ่ายเพื่อส่งเสริมความร่วมมือในด้านสำคัญ กระชับความร่วมมือระดับโลกในการบรรเทาความยากจน เพิ่มขีดความสามารถในการผลิตและจัดหาอาหาร และเสริมสร้างการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมวัคซีนและการผลิตร่วมกัน

ประเทศจีนจะสร้างเวทีสำหรับการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ด้านการพัฒนาระหว่างประเทศ และดำเนินการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการบริหารประเทศ จัดการประชุม World Youth Development Forum และร่วมกันเปิดตัวแผนปฏิบัติการพัฒนาเยาวชนระดับโลกเพื่อรวบรวมพละกำลังที่กว้างขวางที่สุดสำหรับการดำเนินการตามวาระการพัฒนาที่ยั่งยืนปี 2030 แห่งสหประชาชาติ

เห็นได้ชัดว่าจีนกับรัสเซียกำลังเร่งฝีเท้าในการตั้งกลุ่มพันธมิตรที่จะท้าทายอิทธิพลของกลุ่มตะวันตกอย่างจริงจัง

ประเทศเล็กๆ อย่างไทยจะวางตัวให้คบหากับทั้งสองค่ายได้อย่างได้อย่างมี “ดุลยภาพ” แค่ไหนจึงเป็นเรื่องท้าทายที่ยากและสลับซับซ้อนกว่าครั้งใดๆ ในประวัติศาสตร์จริงๆ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

วันนี้ต่างกับ ‘วิกฤตต้มยำกุ้ง’ อย่างไร?

เมื่อวานผมนำเอาคำอธิบายแบบคุยกันง่ายๆ ของ ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าแบงก์ชาติที่พยายามชี้ถึงความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ ‘ส่วนต่างดอกเบี้ย-ค่าเงิน-ทุนเคลื่อนย้าย-ทุนสำรอง’ กับนักข่าว

ส่วนต่างดอกเบี้ย-ค่าเงิน- ทุนเคลื่อนย้าย-ทุนสำรอง

นักวิเคราะห์บางท่านมองว่าถ้าไทยไม่ขึ้นดอกเบี้ยไล่ให้ทันกับของสหรัฐฯ เงินทุนจะไหลออก ค่าเงินอ่อน แบงก์ชาติต้องเข้ามาแทรกแซง ทำให้ทุนสำรองฯ ลดลงมาก ก็จะเกิดปัญหาตามมา