ยิ่งกว่าละครเสียอีก เพราะในสัปดาห์นี้ “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรีที่หนีไปกบดานอยู่ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ไม่ได้กลายร่างเป็น “โทนี่ วูดซัม” มาโผล่ในคลับเฮาส์ แต่ดูเหมือนตระกูล “ชินวัตร” ก็ไม่ตกกระแสแต่ประการใด เพราะยังมีข่าว “พานทองแท้ ชินวัตร” บุตรชายทักษิณ ที่ซุ่มจัดงานแต่งเงียบกับ "ติ๊ก" น.ส.ณัฐฐิญา ปวงคำ ผู้บริหารโรงแรมเอสซีปาร์คแบบเงียบๆ ตั้งแต่วันที่ 24 พ.ค.2565 กลับมาโผล่เป็นข่าวให้ขาเมาธ์มอยได้ตั้งวงคุยแทนการแสดงวิชั่นของสัมภเวสีแม้วแทน ...๐
เห็นลูกหลานมีความสุขแล้วก็ไม่รู้ว่า “โทนี่แม้ว” และ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” อดีตนายกฯ หญิงคนแรกของประเทศจะรู้สึกอย่างไรบ้าง เพราะแทนที่จะได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตาในวันสำคัญของลูกชายสุดที่รักและหลาน แต่ต้องใช้เทคโนโลยีมาอวยพรหรือดำเนินการต่างๆ นี่แหละหนาที่เรียกว่า กรรมทางการเมือง ถ้าไม่หลงและเสพติดในอำนาจ ป่านนี้ก็ได้อวยพรและจับมือลูกชายและลูกสะใภ้ตัวเป็นๆ ไปแล้ว ...๐
หันมาเรื่องการเมืองว่าด้วยการอภิปรายไม่ไว้วางใจกันบ้าง ซึ่งล่าสุด “ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมก็ไฟเขียวเทให้ 4 วัน เพื่อให้บรรดาทั่นผู้ทรงเกียรติโขกสับแล้ว แต่ ดูเหมือน “สุทิน คลังแสง” ส.ส.มหาสารคาม ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้านยังไม่หนำใจ โดยขอเวลา 5 วัน แหม! นี่ถ้ามีเวลาเหลือก็อยากให้ฝ่ายค้านพูดกันไปเลย 11 วันแบบอภิปรายวันละคน ...๐
ไม่แปลกแต่ประการใดที่ “ธนกร วังบุญคงชนะ” โทรโข่งรัฐบาลถึงออกมาตอบโต้ในเรื่องดังกล่าว เพราะอย่างที่ “เดอะแด๊ก” บอกนั่นแลว่า หากมีหมัดเด็ดจริงยิงโป้งเดียวก็พอ ไม่ต้องมาออกแขกหน้าม่านหรือรำเบิกโรงให้เสียค่าน้ำค่าไฟหรอก ...๐
จริงๆ ก็เอาแบบ “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” ส.ส.พะเยา หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทยก็ได้ ที่ ประกาศตั้งแต่ไก่โห่ว่าจะยกมือโหวตไว้วางใจให้ “ลุงป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เพราะไม่ได้กำกับหรือมีกระทรวงไหนในการดูแลเลย แหม! ถ้ายึด ตรรกะแบบไม่มีกระทรวงดูแลอย่างนั้นก็ต้องโหวตให้ “บิ๊กตู่” ด้วยสิ แต่คงยาก เพราะตอนนี้กลายเป็น “ผีไม่เผา เงาไม่เหยียบ” กันไปแล้ว ...๐
หันมาส่องการทำงานของ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ผู้ว่าฯ กทม.และแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทยกันบ้าง โดยปมร้อนล่าสุดคงหนีไม่พ้นเรื่องค่าบริการรถไฟฟ้ามาหานะเธอ นั่นเอง เพราะหนึ่งในนโยบายหาเสียงจำนวนกว่า 200 ข้อ ก็มีเรื่องค่าโดยสาร 30 บาทอยู่ด้วย แต่ล่าสุด “ชัชชาติ” ก็พลิ้วมาเป็น 59 บาทแล้ว ในขณะที่ตัวเลขของฝั่ง “บีทีเอสซี” นั้น อยู่ที่ 65 บาท และตัวเลขของสภาองค์กรของผู้บริโภค (สอบ.) อยู่ที่ 44 บาท ก็ ไม่รู้ว่ายิ่งใกล้วันหวยออกแล้ว บรรดาเลขทั้ง 4 ชนิดนั้นจะออกเลขใด หรือจะออกเลขที่ 5 ก็เป็นได้ แต่ที่แน่ๆ คนที่ถือไพ่เหนือกว่าก็คือผู้ถือสัญญาสัมปทานนั่นเอง ...๐
เห็นข่าวกลุ่มเพื่อนผู้ต้องขังในเรือนจำไปยื่นหนังสือถึง “ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์” ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชนและการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อเรียกร้องเรื่องสิทธิผู้ต้องขังให้เป็นไปตามสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานที่พึงมี โดยมี “อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล” ส.ส.บัญชีรายชื่อ ออกมารับหนังสือแทนแบบ “ชงเองกินเอง” อย่างไรอย่างนั้น พร้อมมีการเรียกร้องให้ปล่อยเพื่อเราด้วย ซึ่งต้องถือเป็นข่าวดี ครั้งแรกสำหรับ “เอกชัย หงส์กังวาน” มีรูปในแผ่นป้ายที่ถือด้วย นอกเหนือจาก “ใบปอ-บุ้ง” ที่เป็นตัวละครหลัก ไม่อย่างนั้น “เอกชัย” ก็อาจเป็นผู้ต้องหาที่ถูกโลกลืมทั้งของกลุ่ม 3 นิ้วและกลุ่มอื่นใด เพราะไม่ได้เป็นแกนนำและเป็นนักเคลื่อนไหวทางการเมืองโนบอดี้เท่านั้น ...๐
ทิ้งท้ายด้วยข่าวโควิด-19 กันบ้าง แม้จะเริ่มดี๊ด๊าบอกว่าเป็นขาลงแล้วก็ตาม แต่ การที่ “อนุทิน ชาญวีรกูล” รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข และ “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์" รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ต่างติดเชื้อโควิด-19 จากการไปปฏิบัติงานในต่างประเทศก็น่าจะมีนัยที่น่าสนใจ เพราะใกล้วันที่ 1 ก.ค.ที่จะยกเลิก Thailand Pass ก็อาจทำให้ “โควิด-19” สายพันธุ์ใหม่ที่ติดได้เร็วแม้ไม่รุนแรงอาจคัมแบ็กไทยอีกครั้งก็เป็นได้ ยิ่ง “ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ” หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยา คลินิกภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บอกว่า ตัวเลขจริงอาจมากกว่าตัวเลขที่แถลง 10 เท่า ก็น่าจะทำให้น่าเป็นห่วงมากขึ้น ผสมกับเดือน ก.ค.ไทยจะกลับมาพีกอีกรอบ งานนี้สวรรค์ของใครอาจล่มก็เป็นได้ ...๐
ท.ศักดิ์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
นับถอยหลังเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่และการออกเสียงประชามติที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แล้ว และดูเหมือน หนังหน้าไฟอย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ยังคงเป็นเป้าหลักของการวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งก็ไม่แปลกใจแต่ประการใด เพราะผลการทดลองงานในการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ. แม้จะคึกคักอย่างยิ่ง แต่ก็มากด้วยปัญหาสารพัดสารพัน
บันทึกหน้า 4
โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ปฏิเสธว่า ไม่เคยพูดว่า ภท.จะได้ สส. 200 ที่นั่ง ความจริงแล้วสื่อถามนำ นายอนุทินก็รับลูกไปตามน้ำ แต่ภายใน ภท.ประเมินกันว่าจะได้ สส.เขตประมาณ 150-160 ที่นั่ง
บันทึกหน้า 4
การเมืองไทยในห้วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งครั้งนี้ กำลังสะท้อน “รอยเดิมที่ไม่เคยหาย” และ “บทเรียนที่บางฝ่ายยังดื้อจะไม่เรียนรู้” ไม่ว่าจะเป็นฝั่งพรรคส้ม หรือฝั่งฝ่ายอนุรักษนิยมเองก็ตาม
บันทึกหน้า 4
เห็นนักการเมืองมักเสนอตัดงบประมาณกองทัพ งานด้านความมั่นคง อย่างภาคภูมิใจ แต่น้อยคนที่จะเสนอตัดงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับตัวเองโดยตรง นั่นคือเงินเดือน สส. ค่าตอบแทน รวมไปถึงผู้ช่วย สส. ที่แต่ละปีใช้งบประมาณแผ่นดินจำนวนมาก ยิ่งช่วงหาเสียงเลือกตั้งแบบนี้ก็ยิ่งแล้วใหญ่ หาพรรคการเมืองที่ชูนโยบายรัดเข็มขัดรัฐสภา เพื่อช่วยลดงบประมาณแผ่นดินยามประเทศเจอวิกฤตเศรษฐกิจไม่ได้เลย
บันทึกหน้า 4
"แบงก์ชาติ" ออกโรงเอง! "วิทัย รัตนากร" ผู้ว่าการ ธปท. สายบู๊ นั่งเก้าอี้ไม่ถึง 4 เดือน ลุยปราบทุนเทา ล่าสุดโชว์ผลงานช่วยจับซื้อเสียง หลังได้กลิ่นตุๆ ในช่วง 2 สัปดาห์นี้ มีการถอนเงินสดก้อนใหญ่ประมาณ 450 ล้านบาท
บันทึกหน้า 4
เรียกว่าเริ่มเข้าสู่โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งแล้ว พรรคการเมืองต่างๆ ก็เริ่มปล่อยหมัดเด็ดหมัดน็อกออกมากันยกใหญ่ โดยใน ค่ายน้ำเงินของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นอกจากเดินสายหาเสียงแบบออร์แกนิกแล้ว


