เนื่องใน “วันอาสาฬหบูชา” เวียนมาบรรจบในวันพุธที่ 13 กรกฎาคม 2565 อีกคำรบหนึ่ง เพื่อความเป็นสิริมงคลจึงขอนำพระคติธรรมที่ “สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก” ประทานแก่พุทธศาสนิกชนไว้ตอนหนึ่งว่า “'สัมมาสังกัปปะ' หมายถึง "ความคิดที่ถูกต้อง" คือ ความคิดที่จะลดละความอยากได้อยากมีจนเกินประมาณ ความคิดที่จะไม่พยาบาทจองเวรกัน และความคิดที่จะไม่เบียดเบียนกัน ขอจงช่วยกันระดมความคิดเห็นในทางสันติ ฉลาดในการปรึกษาหารือกันด้วยสัมมาวาจา เพื่อแก้ไขปัญหาของสังคมในทุกระดับ ให้คลี่คลายไปได้ด้วยความอดทนอดกลั้น รู้จักละวางทิฐิมานะ ให้อภัย และมุ่งแผ่เมตตาต่อกันด้วยใจจริง” ...๐
หันมาเรื่องการเมืองว่ากันบ้างคงไม่มีอะไรร้อนฉ่าในช่วง “อาสาฬหบูชา-เข้าพรรษา” อีกแล้วนอกเหนือจากความเคลื่อนไหวของ “พรรคธรรมนัส” อย่าง “พรรคเศรษฐกิจไทย” ที่เกิดอาการฟาดงวงฟาดงาจากการพ่ายศึกเลือกตั้งซ่อมอย่างย่อยยับที่จังหวัดลำปาง ซึ่งก็ขำไม่ออกจริงๆ ที่ “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” ไปออกรายการยืนยันว่าคน 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบนไม่เอารัฐบาล เลยทำให้คะแนนเสียงไม่มา ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วชาวลำปางอาจจะเอารัฐบาลก็ได้ แต่อาจไม่เอารัฐมนตรีแป้งมันสำปะหลังเสียมากกว่า ...๐
แล้วที่ “ร.อ.ธรรมนัส” ลาออกแล้ว ดีเดย์จะไปกราบลา “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในวันศุกร์ที่ 15 ก.ค. ก่อนจะก้าวไปสู่พรรคฝ่ายค้านเต็มตัว และอาจร่วมมือกับพรรคเพื่อไทยนั้น ก็ไม่รู้ว่ายามนี้ “นายใหญ่” ที่ออกจากโรงพยาบาลในแดนลอดช่องจากการผ่าตัดถุงน้ำดีและไส้เลื่อนจะคิดอย่างไร เพราะแม้เคยรู้เช่นเห็นชาติกันมาและทำงานร่วมกันมาก่อน แต่ใครจะใจกล้าใจใหญ่อย่าง “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม รวมทั้ง “ลุงป้อม” ที่ประเคนเก้าอี้ให้รัฐมนตรีให้แก่ รมต.แป้งมันกันบ้าง ...๐
นี่ยังไม่นับรวมการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมา โดยเฉพาะบรรดา คนในพรรคก้าวไกลที่มุ่งสับ “ผู้กอง” แบบเละเป็นโจ๊ก แต่ตอนนี้กลับต้องมาทำหน้ายิ้มชื่นระรื่นตาตามตำราที่บอกว่า การเมืองไม่มีมิตรแท้ ศัตรูถาวรจริงๆ ...๐
พูดถึงพรรค “ก้าวไกล” ไม่เอ่ยถึงกรณีข่าวคาวว่าด้วย “อานุภาพ ธารทอง” ส.ก.พรรคก้าวไกล เขตสาทร ซึ่งถูกกล่าวหากระทำอนาจารหญิง 4 ราย โดยมีเด็กต่ำกว่า 18 ปีด้วยซ้ำ ซึ่งคดีล่าสุดศาลให้ประกันตัวในชั้นสอบสวนก็ตามที แต่ในเรื่องความรับผิดชอบและจรรยาบรรณที่พรรคก้าวไกลมักพร่ำบ่นหนักหนานั้นกลับเงียบกริบทีเดียว แตกต่างจากกรณี “ปริญญ์ พานิชภักดิ์” อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์แบบเรียกภาษาชาวบ้านว่า “หน้ามือเป็นหลังตีน” ทีเดียว ...๐
แม้มีการยอมรับความผิด เพราะมีมูล โดย “วิโรจน์ ลักขณาอดิศร” อดีตผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานขับเคลื่อนนโยบาย กทม.พรรค พร้อม “ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย” ส.ก.เขตบางซื่อ ได้กราบขอขมาแล้วก็ตาม แต่จนป่านนี้หัวหน้าพรรคที่ชื่อ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” รวมทั้งตัว “อานุภาพ ธารทอง” ก็ไม่มีการแสดงสิปิริตรับผิดชอบแต่ประการใดเลย ...๐
อย่าลืมว่าเคสของพรรคก้าวไกลเมื่อเทียบกับพรรคประชาธิปัตย์แบบหมัดต่อหมัดนั้น แม้ชื่อของ “ปริญญ์ พานิชภักดิ์” จะบิ๊กเนมกว่า แต่ในสถานะทางการเมืองก็เป็นรองหัวหน้าพรรค ที่ไม่สามารถคุกคามคนนอกพรรคได้ แต่ “อานุภาพ” นั้น เป็น ส.ก. ซึ่งถือเป็นข้าราชการการเมืองท้องถิ่นที่มีอำนาจให้ผลร้ายผลเสียได้ และเมื่อมองมาในเรื่องของผู้เสียหายทั้ง 2 กรณี ในเคสของ “ปริญญ์” นั้น บรรลุนิติภาวะแล้วเป็นส่วนใหญ่ และยังต้องพิสูจน์กันอีกเป็นเรื่องทางการเมืองหรือไม่อย่างไร แต่ส่วนเคส “อานุภาพ” นั้น บอกได้คำเดียวว่าเป็นกระทำอนาจารในกลุ่มสตรีอายุ 16-18 ปี ซ้ำร้ายคนชี้มูลและบอกกล่าวให้สังคมรับทราบก็เป็นคนกลางอย่าง “มูลนิธิเส้นด้าย” เสียด้วย ...๐
ทิ้งท้ายด้วยข่ายดีที่แฝงข่าวที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เมื่อราคาน้ำมันในตลาดโลกลดลงกว่า 8% ซึ่งก็จะทำให้ราคาน้ำมันในไทยก็อาจลงตาม แต่ยังไม่รู้ว่าเมื่อใด แต่สิ่งที่ตามมา ซึ่งเป็น ข้อสังเกตของอดีตแก๊ง 4 กุมาร อย่าง “กอบศักดิ์ ภูตระกูล” ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ “สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์” เลขาธิการพรรคสร้างอนาคตไทย อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ให้จับตาทั้งในเรื่องเงินเฟ้อและเศรษฐกิจถดถอยตรงกันอย่างมิได้นัดหมาย ...๐
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
นับถอยหลังเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่และการออกเสียงประชามติที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แล้ว และดูเหมือน หนังหน้าไฟอย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ยังคงเป็นเป้าหลักของการวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งก็ไม่แปลกใจแต่ประการใด เพราะผลการทดลองงานในการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ. แม้จะคึกคักอย่างยิ่ง แต่ก็มากด้วยปัญหาสารพัดสารพัน
บันทึกหน้า 4
โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ปฏิเสธว่า ไม่เคยพูดว่า ภท.จะได้ สส. 200 ที่นั่ง ความจริงแล้วสื่อถามนำ นายอนุทินก็รับลูกไปตามน้ำ แต่ภายใน ภท.ประเมินกันว่าจะได้ สส.เขตประมาณ 150-160 ที่นั่ง
บันทึกหน้า 4
การเมืองไทยในห้วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งครั้งนี้ กำลังสะท้อน “รอยเดิมที่ไม่เคยหาย” และ “บทเรียนที่บางฝ่ายยังดื้อจะไม่เรียนรู้” ไม่ว่าจะเป็นฝั่งพรรคส้ม หรือฝั่งฝ่ายอนุรักษนิยมเองก็ตาม
บันทึกหน้า 4
เห็นนักการเมืองมักเสนอตัดงบประมาณกองทัพ งานด้านความมั่นคง อย่างภาคภูมิใจ แต่น้อยคนที่จะเสนอตัดงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับตัวเองโดยตรง นั่นคือเงินเดือน สส. ค่าตอบแทน รวมไปถึงผู้ช่วย สส. ที่แต่ละปีใช้งบประมาณแผ่นดินจำนวนมาก ยิ่งช่วงหาเสียงเลือกตั้งแบบนี้ก็ยิ่งแล้วใหญ่ หาพรรคการเมืองที่ชูนโยบายรัดเข็มขัดรัฐสภา เพื่อช่วยลดงบประมาณแผ่นดินยามประเทศเจอวิกฤตเศรษฐกิจไม่ได้เลย
บันทึกหน้า 4
"แบงก์ชาติ" ออกโรงเอง! "วิทัย รัตนากร" ผู้ว่าการ ธปท. สายบู๊ นั่งเก้าอี้ไม่ถึง 4 เดือน ลุยปราบทุนเทา ล่าสุดโชว์ผลงานช่วยจับซื้อเสียง หลังได้กลิ่นตุๆ ในช่วง 2 สัปดาห์นี้ มีการถอนเงินสดก้อนใหญ่ประมาณ 450 ล้านบาท
บันทึกหน้า 4
เรียกว่าเริ่มเข้าสู่โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งแล้ว พรรคการเมืองต่างๆ ก็เริ่มปล่อยหมัดเด็ดหมัดน็อกออกมากันยกใหญ่ โดยใน ค่ายน้ำเงินของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นอกจากเดินสายหาเสียงแบบออร์แกนิกแล้ว


