ไทยโพสต์ "อิสรภาพแห่งความคิด" www.thaipost.net Line : @THAIPOST วาทกรรมท่วมสภา! เดินมาถึงอภิปรายไม่ไว้วางใจวันสุดท้าย ในศึก "เด็ดหัว (บิ๊กตู่) สอยนั่งร้าน (10 รมต.)" ถือว่าซักฟอกรัฐมนตรีมากกว่าทุกครั้ง แล้วยังเป็นอภิปรายที่ยังใช้วาทกรรมเกลื่อนที่สุดก็ว่าได้ เปิดฉากตั้งแต่วันอังคาร ผู้นำฝ่ายค้าน "หมอชลน่าน ศรีแก้ว" เปรียบสภาพบิ๊กตู่เหมือนคนกลุ่ม 608 "รัฐบาลชุดนี้ คือรัฐบาล 608 ไร้ความรู้ไร้ความสามารถ ทนต่อการเปลี่ยนแปลงไม่ได้ มิหนำซ้ำอมโรคป่วย" กลับเจอกระแสตีกลับโซเชียลรุมถล่มฐานด้อยค่าบูลลี่คนกลุ่มเปราะบาง ส่วนไม้แรกชำแหละบิ๊กตู่ "จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์" ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ก็ไม่น้อยหน้า "ท่านเหมือนปิศาจ ดูดกิน ชีวิตประชาชน เป็นรถยนต์ผุพัง ทำให้ประเทศไทยเสียหายพังทลาย" ส่วนขุนพลของเพื่อไทยแต่ละคนก็เน้นขย่มผู้นำด้วยถ้อยคำแรงๆ บ้า เสียสติ ไบโพลาร์ ทำไปทำมาเดือดสุดกลายเป็น ส.ส.ก้าวไกล "อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล" ซัด "ทรราช 2 แผ่นดิน"
แต่พอเจอ "บิ๊กตู่" สวนกลับ "วันนี้ท่านบอกว่าชื่อผมมีความหมายนู่นนี่ ก็ไปคิดเอาว่าตู่กับเตี้ยความหมายเหมือนกันมั้ย ก็คงไม่เหมือน ไปดูว่าใครทำประโยชน์มากกว่า ผมเห็นท่านเคลื่อนไหวอยู่ข้างนอกตลอดเวลา ท่านบอกว่าศึกษาประวัติศาสตร์ ก็ขอให้ศึกษาประวัติศาสตร์ส่วนที่ดีไว้บ้าง สิ่งที่ท่านทำหลายๆ อย่างวันนี้ก็ปรากฏแล้ว ว่าเป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับการก้าวล่วงสถาบันของชาติ" เล่นเอา "เตี้ยหลังม็อบ" เต้นยกใหญ่ ก็แปลก อยู่ในสภาทำกลัว 112 พอนอกสภาเก่งกล้าสามารถเหลือเกิน
๐ ผ่านมาถึงครั้งที่ 4 ถือว่า "บิ๊กตู่" คุมอารมณ์ได้เก่งสมกับที่กำชับ 10 รมต.ไว้ก่อนหน้านี้ ที่สำคัญโต้กลับได้สมน้ำสมเนื้อ ก่อนจะไปลุ้นคะแนนการลงมติวันเสาร์นี้ ลองย้อนดูผลโหวตอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลประยุทธ์ 3 ครั้งที่ผ่านมา ศึกครั้งแรกฝ่ายค้านซักฟอก 6 คน ระหว่างวันที่ 24-28 ก.พ.2563 ปรากฏว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้คะแนนไว้วางใจ 272 ต่อ 49 เสียง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ 277 ต่อ 50 เสียง วิษณุ เครืองาม 272 ต่อ 54 เสียง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา 272 ต่อ 54 เสียง ดอน ปรมัตถ์วินัย 272 ต่อ 55 เสียง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า 269 ต่อ 55 เสียง ในครั้งนั้นคะแนนไม่ไว้วางใจที่น้อยกว่าปกติ เนื่องจากพรรคเพื่อไทยประท้วงไม่ร่วมลงมติ หลังเกิดเหตุฝ่ายค้านวอล์กเอาต์ ไม่พอใจที่รัฐบาลชิงปิดประชุมในคืนสุดท้ายของการอภิปราย ส่วนศึกซักฟอกครั้งที่สอง อภิปราย 10 คน ระหว่างวันที่ 16-20 ก.พ.2564 พล.อ.ประยุทธ์ได้คะแนนไว้วางใจ 272 ต่อ 206 เสียง พล.อ.ประวิตร 274 ต่อ 204 เสียง อนุทิน ชาญวีรกูล 275 ต่อ 201 เสียง จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ 268 ต่อ 207 เสียง พล.อ.อนุพงษ์ 272 ต่อ 205 เสียง ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ 258 ต่อ 215 เสียง สุชาติ ชมกลิ่น 263 ต่อ 212 เสียง ศักดิ์สยาม ชิดชอบ 268 ต่อ 201 เสียง นิพนธ์ บุญญามณี 272 ต่อ 206 เสียง ร.อ.ธรรมนัส 274 ต่อ 199 ขณะที่อภิปรายฯ ครั้งที่สาม 6 คน ระหว่างวันที่ 31 ส.ค.-4 ก.ย.2564 พล.อ.ประยุทธ์ ได้คะแนนไว้วางใจ 264 ต่อ 208 เสียง อนุทิน 269 ต่อ 196 เสียง สุชาติ 263 ต่อ 201 เสียง ศักดิ์สยาม 269 ต่อ 195 เสียง ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ 267 ต่อ 202 เสียง เฉลิมชัย ศรีอ่อน 270 ต่อ 199 เสียง ดูตัวเลขทั้ง 3 รอบ เรียกว่าผ่านฉลุย
๐ ผลโหวตรอบ 4 ก็คงไม่ต่างกัน เช็กเสียง ส.ส.ในสภาผู้แทนราษฎรล่าสุด มีทั้งหมด 477 คน แบ่งเป็นฝ่ายรัฐบาล 253 คน ได้แก่ พลังประชารัฐ 97 คน ภูมิใจไทย 62 คน ประชาธิปัตย์ 52 คน ชาติไทยพัฒนา 12 คน เศรษฐกิจใหม่ 6 คน รวมพลังประชาชาติไทย หรือรวมพลัง 5 คน พลังท้องถิ่นไท 5 คน ชาติพัฒนา 4 คน รักษ์ผืนป่าประเทศไทย 2 คน พลังชาติไทย 1 คน ประชาภิวัฒน์ 1 คน เพื่อชาติไทย 1 คน ครูไทยเพื่อประชาชน 1 คน พลเมืองไทย 1 คน ประชาธิปไตยใหม่ 1 คน พลังธรรมใหม่ 1 คน และไทรักธรรม 1 คน ขณะที่ฝ่ายค้านมี 208 คน ประกอบด้วย เพื่อไทย 132 คน ก้าวไกล 51 คน เสรีรวมไทย 10 คน ประชาชาติ 7 คน เพื่อชาติ 6 คน พลังปวงชนไทย 1 คน และไทยศรีวิไลย์ 1 คน ส่วนที่เหลืออีก 16 เสียง คือพรรคเศรษฐกิจไทยของ ร.อ.ธรรมนัส ที่เพิ่งประกาศแยกทางกับรัฐบาล เงื่อนไขคือ บิ๊กตู่กับ 10 รมต.จะพ้นจากตำแหน่งได้ก็ต่อเมื่อถูกโหวตไม่ไว้วางใจ 239 เสียงขึ้นไป เท่ากับปิดประตูไปได้เลย ต่อให้ก๊วนธรรมนัสทั้ง 16 คน ผนึกกับ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน รวมแล้วยังได้เพียง 224 เสียง ขนาดยังไม่ตัดเสียงงูเห่าที่ฝั่งรัฐบาลเลี้ยงไว้กว่า 10 ตัว หรือเศรษฐกิจไทยเองก็ใช่ว่าจะไปทางเดียวกับธรรมนัสทั้งหมด บางคนดอดไปร่วมประชุมกับภูมิใจไทยมาหลายครั้งแล้วด้วย ต่อให้ "ธรรมนัส" โชว์โหวตคว่ำ "บิ๊กตู่" ก็ไม่สะเทือน ส่วนพรรคเล็กยิ่งหายห่วง อภินิหารกล้วยมีจริง สำแดงฤทธิ์ให้เห็นหลายรอบแล้ว ต่างกันก็แค่ราคา.
ลี้คิมฮวง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
“ตรุษจีนปีม้า” 17 กุมภาพันธ์นี้ ก็หวังว่าประเทศไทยคงได้เฉลิมฉลองอย่างสนุก เพราะ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ ควงคู่ศรีภรรยา “ธนนนท์ นิรามิษ” ไปร่วมเฉลิมฉลองงานตรุษจีนเมื่อวันพุธที่ 11 ก.พ.2569
บันทึกหน้า 4
ผลการเลือกตั้ง สส.เมื่อวันที่ 8 ก.พ. พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ชนะอันดับหนึ่งแบบถล่มทลาย ได้ 193 เสียง พรรคประชาชน (ปชน.) 118 พรรคเพื่อไทย (พท.) 74 พรรคกล้าธรรม (กธ.) 58 พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) 22 เซียนการเมือง
บันทึกหน้า 4
เรียกได้ว่า หักปากกาเซียน กันทั้งประเทศ สำหรับผลการเลือกตั้งครั้งนี้ ที่พรรคน้ำเงิน พรรคภูมิใจไทย ผงาดขึ้นมาแบบเหนือความคาดหมาย กวาดคะแนนนำเป็นอันดับหนึ่งอย่างขาดลอย ด้วยผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการถึง 194 เสียง ทิ้งห่างพรรคประชาชนที่ตามมาเป็นอันดับสอง 116 เสียง และพรรคเพื่อไทยที่ได้เพียง 76 เสียง
บันทึกหน้า 4
บันทึกไว้ให้ช่วยกันจดจำว่า การเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 ก.พ.2569 เป็นการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นตามกระบวนการยุบสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งถือเป็นการเลือกตั้งตามครรลองประชาธิปไตยปกติ ไม่ใช่การเลือกตั้งที่เกิดขึ้นหลังการยึดอำนาจหรือรัฐประหารหรือมีการฉีกรัฐธรรมนูญ
บันทึกหน้า 4
ใกล้ปิดฉาก "เลือกตั้ง 2569" เริ่มต้นชะตาบ้านเมืองรอบใหม่ วันอาทิตย์นี้ตัดสินสีไหนจะเข้าวิน ระหว่างน้ำเงินภายใต้การนำของ "นายกฯ หนู" อนุทิน ชาญวีรกูล" กับส้ม ของ "หัวหน้าเท้ง" ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ
บันทึกหน้า 4
นับถอยหลังเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่และการออกเสียงประชามติที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แล้ว และดูเหมือน หนังหน้าไฟอย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ยังคงเป็นเป้าหลักของการวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งก็ไม่แปลกใจแต่ประการใด เพราะผลการทดลองงานในการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ. แม้จะคึกคักอย่างยิ่ง แต่ก็มากด้วยปัญหาสารพัดสารพัน


