
แม้ผลการอภิปรายไว้วางใจ "บิ๊กป้อม" พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ จะมาอันดับ 1 แต่ก็ต้องแลกมากับข้อกังขาและรอยร้าวของพี่น้อง 3 ป. โดยเฉพาะปมพรรคเศรษฐกิจไทยและกลุ่มปากน้ำใน พปชร. ไม่โหวตคะแนนให้ "พี่รอง" และ "น้องเล็ก"
ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์อย่างหัวหน้าพรรค นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ที่ได้คะแนนไว้วางใจน้อยที่สุด เจอเกมซ้อนแต้มของพรรคชาติไทยพัฒนา ก็ต้องดูว่าจะสร้างปัญหาในรัฐบาลต่อเนื่องไปหรือไม่
แตกต่างจากพรรคภูมิใจไทย ภายใต้การนำของ เสี่ยหนู-นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ศึกซักฟอกครั้งนี้นอกจากโชว์เอกภาพ 62 เสียงของพรรคไม่มีแตกแถว
ยังมี ส.ส.ต่างพรรคแต่หัวใจภูมิใจไทยที่ลงคะแนนช่วยเหลือนายกฯ ประกอบด้วย เพื่อไทย 7 คนงดออกเสียง เศรษฐกิจไทยไว้วางใจ 3 เสียง และพรรคก้าวไกลไว้วางใจ 4 เสียง
ถ้าไม่มีคะแนนไว้วางใจของก้าวไกลกับเศรษฐกิจไทยรวมแล้ว พล.อ.ประยุทธ์จะมีเสียงไว้วางใจ 249 เสียง (เศรษฐกิจไทย 3 คน ก้าวไกล 4 คน ไว้วางใจ) พล.อ.ประวิตรจะมีเสียงไว้วางใจ 264 เสียง (ก้าวไกล 4 คนไว้วางใจ) และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะมีเสียงไว้วางใจ 241 เสียง (ก้าวไกล 4 คน ไว้วางใจ)
โดยสรุป นอกจาก "นายอนุทิน" กับนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ได้คะแนนไว้วางใจเป็นที่น่าพอใจ ยังส่งผลนายกฯ และรัฐมนตรีทั้ง 9 คน รวมทั้งหมดได้รับอานิสงส์จากคะแนนงดออกเสียงจากเครือข่ายภูมิใจไทย
ทำให้คะแนนไม่ไว้วางใจลดลงไป รักษาระยะห่างจากคะแนนไว้วางใจได้มากขึ้น และที่สำคัญยังลดทอนกระแสการกดดันทางการเมืองได้พอสมควรอีกด้วย
ศึกซักฟอกรอบสุดท้ายนี้ พรรคภูมิใจไทยคือเสาหลักค้ำบัลลังก์รัฐบาลอย่างแท้จริง.
ช่างสงสัย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ซื้ออาหารทานเอง'
'ซื้ออาหารทานเอง' กลายเป็นการสร้างเสียงฮือฮาในสภาผู้แทนราษฎร เมื่อ หมอวรงค์ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี ได้สร้างแรงกระเพื่อมใหญ่ในวันแรกที่มีการประชุมสภา วันที่ 15 มี.ค.ที่ผ่านมา เรียกได้ว่าการกลับเข้าสภาในรอบ 12 ปี เริ่มต้นก็จัดหนัก เพราะสิ่งที่ หมอวรงค์ ได้พูดคือเรื่องของอาหารกลางวัน สส.และผู้ช่วย สส. ที่เกี่ยวข้องกับตัว สส.โดยตรง ทำให้หลายคนตอบสนองเรื่องการนำอาหารกลางวันมารับประทานเอง หรือบางส่วนก็ลงไปซื้ออาหารที่โรงอาหารรัฐสภาร่วมกับข้าราชการ หรือบุคลากรที่ทำงานภายในรัฐสภา แต่ที่มีการพูดถึงวงกว้างคือ มีการนำอาหารกลางวันเป็นปิ่นโตเถาใหญ่พกมาจากบ้าน ทำให้โซเชียลแสดงความเห็นในด้านต่างๆ ล่าสุดวันที่ 30 มี.ค. ประธานรัฐสภาเรียกประชุมตัวแทนพรรคการเมืองเพื่อหารือเรื่องดังกล่าว ด้าน หมอวรงค์ ที่ถือได้ว่าเป็นตัวตั้งตัวตีของเรื่องนี้ ก็ได้เข้าร่วมประชุมด้วยเช่นกัน จากนั้นเมื่อประชุมไปได้ประมาณ 1 ชั่วโมง หมอวรงค์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า “การหารือระหว่างประธานสภาฯ และตัวแทนพรรคการเมือง สรุปให้ สส.ซื้ออาหารทานเอง เริ่มต้นได้หลังสงกรานต์” ถือได้ว่าเป็นแรงกระเพื่อมลูกหนึ่งที่ได้มีการขับเคลื่อนในสมัยประชุมนี้ คงต้องรอดูว่าทั้ง หมอวรงค์ หรือ สส.ท่านอื่น จะมีอะไรที่เซอร์ไพรส์อีกบ้าง.
จาริสตาร์ 32
ช่วงที่สถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางยังไม่สิ้นสุด ซึ่งส่งผลกระทบไปทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยที่กำลังเผชิญปัญหาพลังงานและน้ำมัน ที่ “นายกฯ หนู-อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี ได้ออกมากล่าวขอโทษประชาชนเป็นครั้งแรกในงาน “Meet the Press” ภายใต้หัวข้อ “1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม”
ฝ่ายค้านครั้งแรก
ดรามา “ข้าวฟรี สส.” ที่เคยร้อนแรง วันนี้เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ทำให้คนเสียภาษียิ้มมุมปากได้บ้าง หลัง “หมอวรงค์” สส.พรรคไทยภักดี ออกมาจุดประเด็นซ้ำในช่วงโหวตประธานสภาผู้แทนราษฎร จนเรื่องนี้กลับมาอยู่ในกระแสสังคมอีกครั้ง
ผู้จุดประเด็น
ดรามา “ข้าวฟรี สส.” ที่เคยร้อนแรง วันนี้เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ทำให้คนเสียภาษียิ้มมุมปากได้บ้าง หลัง “หมอวรงค์” สส.พรรคไทยภักดี ออกมาจุดประเด็นซ้ำในช่วงโหวตประธานสภาผู้แทนราษฎร จนเรื่องนี้กลับมาอยู่ในกระแสสังคมอีกครั้ง
‘ตื่นเต้นนิดๆ’
จบลงไปแล้วสำหรับฤดูกาลเลือกตั้งไทย แต่เรื่องราวที่น่าจดจำยังมีอีกมาก โดยเฉพาะวีรกรรมต่างๆ จากคนในสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ล่าสุดบุคคลระดับบิ๊ก กกต. ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. ฝ่ายสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย ซึ่งปกติเรามักจะเห็นภาพท่านในมาดนักสืบสวนสุดเนี้ยบ ยอมเปิดใจย้อนรอยเหตุการณ์ระทึกขวัญที่ทำเอาคน กกต.หลายคนนั่งไม่ติดเก้าอี้
‘บ่นแทนประชาชน’
อย่างที่ทราบกันดีว่าตอนนี้เกิดสงครามที่ตะวันออกกลาง จึงทำให้เกิดผลกระทบแทบจะทั่วทั้งโลก ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น เพราะนอกจากจะกระทบกับความเป็นอยู่ของประชาชนแล้ว ยังกระทบถึงคุณภาพชีวิตที่สินค้าขึ้นราคา รวมถึงปัญหาใหญ่คือน้ำมันที่ส่งผลกระทบกับประชาชนทุกคน

