
หายหน้าไปนานในเวทีการเมืองสำหรับ "เสี่ยอ๊อด" ประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ อดีตรัฐมนตรีและ ส.ส.หลายสมัย พ่วงดีกรีแม่บ้านพรรคการเมืองใหญ่ พร้อมประสบการณ์ต่างๆ ที่มีมาอย่างโชกโชน
ในวัย 67 ปีนี้ ขอโอกาสปักหลักกับพรรคภูมิใจไทย ดังคำพูดที่ว่า "ภูมิใจมา มาภูมิใจไทย" และขอให้การสนับสนุนคนรุ่นต่อไปทำงาน
หลังจากพรรคภูมิใจไทยเปิดตัว 3 ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พิจิตร ประกอบด้วย นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ (หลาน) ผู้สมัคร ส.ส.พิจิตร เขต 1, นายวินัย ภัทรประสิทธิ์ (น้อง) ผู้สมัคร ส.ส.พิจิตร เขต 2 และ (ลูกยอด) หรือนายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ ผู้สมัคร ส.ส.พิจิตร เขต 3 เมื่อวันที่ 30 ก.ค.ที่ผ่านมา ที่เมืองพิจิตร
โดยเฉพาะการสนับสนุน "ลูกยอด" หรือ "ศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์" บุตรชายของ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสตร์ ที่เปลี่ยนจากระบบ ส.ส.บัญชีรายชื่อ มาลงเขตในการเลือกตั้งครั้งหน้า
"เสี่ยอ๊อด" บอกว่า ผมกับ พล.ต.สนั่นมีความเคารพเหมือนพ่อลูกกัน ซึ่งในเขต 3 ที่นายศิริวัฒน์จะมาลงสมัครรับเลือกตั้ง เป็นโอกาสที่ผมจะได้ตอบแทนบุญคุณ พล.ต.สนั่น ซึ่งพร้อมช่วยสนับสนุนนายศิริวัฒน์มาเป็น ส.ส. จ.พิจิตร อีกครั้ง โดยเราจะทำงานเต็มที่ และให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน
ผมทำงานการเมืองมากว่า 20 ปี ครั้งนี้ขอช่วยเหลือน้องกับหลาน และตอบแทนบุญคุณ พล.ต.สนั่น ส่วนตำแหน่งทางการเมืองหลังจากนี้
"ผมพอแล้ว อายุเกือบจะ 70 แล้ว ผ่านมาหมดแล้ว และรู้รสชาติของการเมืองทั้งบวกและลบมาหมด จึงขอช่วยหลานช่วยน้องเท่านั้นเพื่อเข้าไปทำงาน”
นอกจากนี้อีกด้านหนึ่ง "เสี่ยอ๊อด" ขอทำหน้าที่สำคัญคือ ไวยาวัจกร วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร ที่รับแต่งตั้งเมื่อปี 2564 จากสมเด็จพระสังฆราช อีกด้วย
ตกผลึกมาทุกอย่างแล้ว เลือกตั้งครั้งหน้าจึงขอทำหน้าที่ "โค้ช" ผลักดันคนทำงานเข้าไปรับใช้ประชาชน.
ช่างสงสัย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ซื้ออาหารทานเอง'
'ซื้ออาหารทานเอง' กลายเป็นการสร้างเสียงฮือฮาในสภาผู้แทนราษฎร เมื่อ หมอวรงค์ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี ได้สร้างแรงกระเพื่อมใหญ่ในวันแรกที่มีการประชุมสภา วันที่ 15 มี.ค.ที่ผ่านมา เรียกได้ว่าการกลับเข้าสภาในรอบ 12 ปี เริ่มต้นก็จัดหนัก เพราะสิ่งที่ หมอวรงค์ ได้พูดคือเรื่องของอาหารกลางวัน สส.และผู้ช่วย สส. ที่เกี่ยวข้องกับตัว สส.โดยตรง ทำให้หลายคนตอบสนองเรื่องการนำอาหารกลางวันมารับประทานเอง หรือบางส่วนก็ลงไปซื้ออาหารที่โรงอาหารรัฐสภาร่วมกับข้าราชการ หรือบุคลากรที่ทำงานภายในรัฐสภา แต่ที่มีการพูดถึงวงกว้างคือ มีการนำอาหารกลางวันเป็นปิ่นโตเถาใหญ่พกมาจากบ้าน ทำให้โซเชียลแสดงความเห็นในด้านต่างๆ ล่าสุดวันที่ 30 มี.ค. ประธานรัฐสภาเรียกประชุมตัวแทนพรรคการเมืองเพื่อหารือเรื่องดังกล่าว ด้าน หมอวรงค์ ที่ถือได้ว่าเป็นตัวตั้งตัวตีของเรื่องนี้ ก็ได้เข้าร่วมประชุมด้วยเช่นกัน จากนั้นเมื่อประชุมไปได้ประมาณ 1 ชั่วโมง หมอวรงค์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า “การหารือระหว่างประธานสภาฯ และตัวแทนพรรคการเมือง สรุปให้ สส.ซื้ออาหารทานเอง เริ่มต้นได้หลังสงกรานต์” ถือได้ว่าเป็นแรงกระเพื่อมลูกหนึ่งที่ได้มีการขับเคลื่อนในสมัยประชุมนี้ คงต้องรอดูว่าทั้ง หมอวรงค์ หรือ สส.ท่านอื่น จะมีอะไรที่เซอร์ไพรส์อีกบ้าง.
จาริสตาร์ 32
ช่วงที่สถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางยังไม่สิ้นสุด ซึ่งส่งผลกระทบไปทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยที่กำลังเผชิญปัญหาพลังงานและน้ำมัน ที่ “นายกฯ หนู-อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี ได้ออกมากล่าวขอโทษประชาชนเป็นครั้งแรกในงาน “Meet the Press” ภายใต้หัวข้อ “1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม”
ฝ่ายค้านครั้งแรก
ดรามา “ข้าวฟรี สส.” ที่เคยร้อนแรง วันนี้เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ทำให้คนเสียภาษียิ้มมุมปากได้บ้าง หลัง “หมอวรงค์” สส.พรรคไทยภักดี ออกมาจุดประเด็นซ้ำในช่วงโหวตประธานสภาผู้แทนราษฎร จนเรื่องนี้กลับมาอยู่ในกระแสสังคมอีกครั้ง
ผู้จุดประเด็น
ดรามา “ข้าวฟรี สส.” ที่เคยร้อนแรง วันนี้เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ทำให้คนเสียภาษียิ้มมุมปากได้บ้าง หลัง “หมอวรงค์” สส.พรรคไทยภักดี ออกมาจุดประเด็นซ้ำในช่วงโหวตประธานสภาผู้แทนราษฎร จนเรื่องนี้กลับมาอยู่ในกระแสสังคมอีกครั้ง
‘ตื่นเต้นนิดๆ’
จบลงไปแล้วสำหรับฤดูกาลเลือกตั้งไทย แต่เรื่องราวที่น่าจดจำยังมีอีกมาก โดยเฉพาะวีรกรรมต่างๆ จากคนในสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ล่าสุดบุคคลระดับบิ๊ก กกต. ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. ฝ่ายสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย ซึ่งปกติเรามักจะเห็นภาพท่านในมาดนักสืบสวนสุดเนี้ยบ ยอมเปิดใจย้อนรอยเหตุการณ์ระทึกขวัญที่ทำเอาคน กกต.หลายคนนั่งไม่ติดเก้าอี้
‘บ่นแทนประชาชน’
อย่างที่ทราบกันดีว่าตอนนี้เกิดสงครามที่ตะวันออกกลาง จึงทำให้เกิดผลกระทบแทบจะทั่วทั้งโลก ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น เพราะนอกจากจะกระทบกับความเป็นอยู่ของประชาชนแล้ว ยังกระทบถึงคุณภาพชีวิตที่สินค้าขึ้นราคา รวมถึงปัญหาใหญ่คือน้ำมันที่ส่งผลกระทบกับประชาชนทุกคน

