ต้องบอกว่าปี่กลองทางการเมืองเชิดฉิ่งทันที หลัง “อิทธิพร บุญประคอง” ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ลงนามในประกาศ กกต. 3 ฉบับ ซึ่งเผยแพร่บน เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม โดยประกาศที่ทำให้ฉงนและต้องตีความว่าอาจมีการเลือกตั้งเร็วๆ นี้ คือ “ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการใช้ทรัพยากรของรัฐหรือบุคลากรของรัฐเพื่อกระทำการใดซึ่งจะมีผลต่อการเลือกตั้ง พ.ศ.2563” ที่ “อิทธิพร” ลงนามตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม 2563 แต่กลับมาออกประกาศในราชกิจจานุเบกษาพร้อมกับระเบียบอีก 2 ฉบับ คือ ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยพรรคการเมือง (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2565 ที่ลงนามเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2565 และระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการตรวจสอบภายในสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2565 ที่ลงนามไว้เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2565 ...๐
แล้วก็เหมือนละครน้ำเน่าอีกเช่นกัน เพราะ “นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว” ร่างทรงหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะผู้นำพรรคร่วมฝ่ายค้านก็ได้นำรายชื่อ 171 ราย ยื่นให้ “ชวน หลีกภัย” ประธานรัฐสภาเพื่อส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความเป็นนายกรัฐมนตรีของ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” สิ้นสุดลง เนื่องจากดำรงตำแหน่งนายกฯ รวมระยะเวลาเกินกว่า 8 ปีหรือไม่อย่างไร ...๐
แต่ที่ขำไม่ออกบอกไม่ถูกคือ บรรดาพรรคฝ่ายค้านนั้น ต่างตีกันในเรื่องอำนาจยุบสภากันอย่างพะเรอเกวียน โดยยกแม่น้ำทั้ง 5 โดยเฉพาะเรื่องสภาไม่ผิดบ้าง หรือไม่มีความขัดแย้งระหว่างฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติ อ้าว แล้วที่ สภาล่มไปเมื่อวันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมา ในการพิจารณากฎหมายลูกจะถือเป็นความขัดแย้งและความผิดของสภาบ้างหรือไม่อย่างไร งานนี้ก็ไม่รู้ว่า “ร่างทรงชลน่าน” ที่เป็นหัวหน้าพรรคแต่อาจไม่ได้เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจะใช้สีข้างเข้าถูไปทางไหนดีจ๊ะ ...๐
พูดถึงเรื่องความผิดของสภานั้น “ศรีสุวรรณ จรรยา” เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยก็ได้เดินทางมายื่นคำร้องให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ไต่สวนและวินิจฉัยเอาผิดสมาชิกรัฐสภาทั้ง ส.ส. และ ส.ว.จำนวน 357 คน แล้วในเรื่องความผิดจริยธรรมร้ายแรงในการทำสภาล่มเรื่องกฎหมายลูก ในขณะที่ “สมชัย ศรีสุทธิยากร” ที่ประกาศปาวๆ ผ่านเฟซบุ๊กก่อนวันประชุมว่า หากเกิดกรณีดังกล่าวจะมีการยื่นฟ้องยื่นจัดการ กลับเงียบฉี่ แหม! ตกลงจะเป็นแค่เกรียนคีย์บอร์ดหรืออย่างไร ไม่เหมือน “พีศรี” เลยที่พูดจริงทำจริง ...๐
ยังไม่จบในเรื่องกฎหมายลูก เพราะหลัง “มาดามเดียร์” หรือ “วทันยา บุนนาค” ไขก๊อกพ้น ส.ส.บัญชีรายชื่อและสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ โดยให้เหตุผลกับความเอือมระอาในเกมการเมือง นั้น ล่าสุด “พนิต วิกิตเศรษฐ์” ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก็โพสต์ประกาศล่วงหน้ายินดีต้อนรับมาดามเดียร์เข้าคอกพระแม่ธรณีบีบมวยผมแล้ว เรียกว่าการลาออกในโลกออนไลน์แต่ในระเบียบทางการยังไม่ชัดแจ้ง ก็อ้าแขนรับกันแล้ว คงเหมือนที่ “ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์” รมว.ดีอีเอส ทำนายทายทักไว้ตั้งแต่วันอังคารนั่นแล ว่าช่วงนี้มีพรรคการเมืองเปิดตัวมากมาย “มาดามเดียร์” อาจย้ายพรรคก็เป็นได้ คงไม่ใช่มาจากเรื่องสภาล่ม เพราะมั่นคนละเรื่องเดียวกัน ...๐
หายไปหนึ่งสัปดาห์สำหรับ “โทนี่ วู้ดซัม” หรือ “ทักษิณ ชินวัตร” สุดท้ายก็มาเขย่าการเมืองและทำให้ตัวเองได้ติดหน้าสื่อกันต่อไปแบบไม่อยากให้ใครก้าวข้าม โดยงานนี้ต้องบอกว่า “สัมภเวสีแม้ว” ยิงลูกปรายกันเลยทีเดียว เพราะจากเดิมมักมุ่งเป้าไปที่ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นหลัก แต่ล่าสุดกลับไล่ตั้งแต่ ป.ประยุทธ์ จนมาถึง ป.ประวิตร พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในเรื่องการหาร 100 และหาร 500 ด้วย ...๐
ที่สำคัญในเรื่องหาร 100 “โทนี่” ยังฟาดงวดฟาดงาไปยัง “อนุทิน ชาญวีรกูล” รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย “นพ.ระวี มาศฉมาดล” ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ รวมถึงพรรครวมไทยสร้างชาติของ “พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” พรรคเศรษฐกิจไทย และพรรคชาติไทยพัฒนา โดยเฉพาะ พรรคเศรษฐกิจไทยนั้น “แม้ว” ถึงกับหยามว่าจะได้ ส.ส.ถึง 5 เก้าอี้ไหม แต่ที่หน้าไม่หนาพูดไม่ได้คือ การประกาศว่าพรรคฝ่ายประชาธิปไตยจะกวาดที่นั่งเกิน 300 สบายๆ ทั้งที่เจ้าตัวนั้นเป็นต้นตำรับของเผด็จการรัฐสภาแท้ๆ แล้วที่ ประกาศว่าจะกวาดที่นั่งแลนด์สไลด์นั้น ถามหน่อยเถอะจะกล้าเป็นรัฐบาลร่วมกับพรรคก้าวไกลจริงหรือไม่อย่างไร วานบอกชัดๆ ที ...๐
ท.ศักดิ์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
นับถอยหลังเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่และการออกเสียงประชามติที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แล้ว และดูเหมือน หนังหน้าไฟอย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ยังคงเป็นเป้าหลักของการวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งก็ไม่แปลกใจแต่ประการใด เพราะผลการทดลองงานในการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ. แม้จะคึกคักอย่างยิ่ง แต่ก็มากด้วยปัญหาสารพัดสารพัน
บันทึกหน้า 4
โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ปฏิเสธว่า ไม่เคยพูดว่า ภท.จะได้ สส. 200 ที่นั่ง ความจริงแล้วสื่อถามนำ นายอนุทินก็รับลูกไปตามน้ำ แต่ภายใน ภท.ประเมินกันว่าจะได้ สส.เขตประมาณ 150-160 ที่นั่ง
บันทึกหน้า 4
การเมืองไทยในห้วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งครั้งนี้ กำลังสะท้อน “รอยเดิมที่ไม่เคยหาย” และ “บทเรียนที่บางฝ่ายยังดื้อจะไม่เรียนรู้” ไม่ว่าจะเป็นฝั่งพรรคส้ม หรือฝั่งฝ่ายอนุรักษนิยมเองก็ตาม
บันทึกหน้า 4
เห็นนักการเมืองมักเสนอตัดงบประมาณกองทัพ งานด้านความมั่นคง อย่างภาคภูมิใจ แต่น้อยคนที่จะเสนอตัดงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับตัวเองโดยตรง นั่นคือเงินเดือน สส. ค่าตอบแทน รวมไปถึงผู้ช่วย สส. ที่แต่ละปีใช้งบประมาณแผ่นดินจำนวนมาก ยิ่งช่วงหาเสียงเลือกตั้งแบบนี้ก็ยิ่งแล้วใหญ่ หาพรรคการเมืองที่ชูนโยบายรัดเข็มขัดรัฐสภา เพื่อช่วยลดงบประมาณแผ่นดินยามประเทศเจอวิกฤตเศรษฐกิจไม่ได้เลย
บันทึกหน้า 4
"แบงก์ชาติ" ออกโรงเอง! "วิทัย รัตนากร" ผู้ว่าการ ธปท. สายบู๊ นั่งเก้าอี้ไม่ถึง 4 เดือน ลุยปราบทุนเทา ล่าสุดโชว์ผลงานช่วยจับซื้อเสียง หลังได้กลิ่นตุๆ ในช่วง 2 สัปดาห์นี้ มีการถอนเงินสดก้อนใหญ่ประมาณ 450 ล้านบาท
บันทึกหน้า 4
เรียกว่าเริ่มเข้าสู่โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งแล้ว พรรคการเมืองต่างๆ ก็เริ่มปล่อยหมัดเด็ดหมัดน็อกออกมากันยกใหญ่ โดยใน ค่ายน้ำเงินของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นอกจากเดินสายหาเสียงแบบออร์แกนิกแล้ว


