ห่างหายหน้าไปหนึ่งสัปดาห์ เพื่อรอดูทิศทางลม “ทักษิณ ชินวัตร” ก็โผล่หน้าในคราบ “โทนี่ วู้ดซัม” ในคลับเฮาส์อีกแล้ว งวดนี้ก็ยังคงฟาดหางไปที่ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รวมถึง “อนุทิน ชาญวีรกูล” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข อีกครา แทบท้ายยัง พ่วงไปฟัดกับรุ่นลูกอย่าง “ทิพานัน ศิริชนะ” รองโฆษกรัฐบาลคนใหม่ถอดด้ามด้วย ...๐
แล้วก็ถูกถอนหงอกจนได้ เมื่อน้องอ้นสวนหมัด โดยเฉพาะในเรื่องลี้ภัย ที่ “สัมภเวสีแม้ว” บอกแบบหวังดีประสงค์ร้ายให้ “บิ๊กตู่” มาเช่าต่อบ้านที่ดูไบของตนเองได้ เพราะจะกลับเมืองไทยไปแทน โดย “ทิพานัน” ก็สวนแบบข้อเท็จจริงว่า “บิ๊กตู่” ไม่ได้คอร์รัปชันหรือทำผิดกฎหมาย แต่เป็นเรื่องของการตีความรัฐธรรมนูญเท่านั้น
หากศาลว่าอย่างไรก็พร้อมปฏิบัติตาม ไม่ใช่หลบหนีเหมือน 2 อดีตนายกฯ ในขณะที่ “สุภรณ์ อัตตาวงศ์” แรมโบ้อีสาน ก็สวนประเด็นนี้ได้เจ็บแสนพอกัน โดยบอกว่าให้ “พ่อแม้ว” เตรียมบ้านไว้ให้ “ลูกอุ๊งอิ๊ง” เพื่อลี้ภัยจะดีกว่า ...๐
แต่ดูเหมือนใครจะไปแตะ “นายใหญ่” ไม่ได้ เพราะ “ตรีชฎา ศรีธาดา” รองโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) ก็ออกมาตอบโต้น้องอ้นทันทีเช่นกัน โดยงานนี้หากเป็นละครน้ำเน่าก็อาจต้องเอาเปลือกทุเรียนมาดักตบทีเดียว แต่ ดูเหมือนงานนี้ “น้องปอย” จะเน้นในเรื่องโวหารมากกว่าข้อเท็จจริงนะจ๊ะ โดยเฉพาะในเรื่องการปกป้อง “นารีขี่ม้าขาว” ที่บอกว่าไม่ได้โกงจำนำข้าว แหม! ก็จริงว่ามันเป็นคดี “จีทูจี” หรือจีทูเจี๊ยะ ที่มีต้นกำเนิดมาจากโครงการรับจำนำข้าวนั่นแล แล้วที่จะแถจนสีข้างถลอกอย่างไรทั้งนายใหญ่และนายหญิงก็เป็นเรื่องการหนีคดีทุจริต รวมทั้งกระบวนการยุติธรรมไทยอยู่นั่นเอง ...๐
แล้วที่บอกว่า “รัฐประหาร” เลวร้ายกว่าทุจริตและคอร์รัปชันนั้น “น้องปอย” ใช้ตรรกะทางทฤษฎีวัดหรืออย่างไรไม่ทราบ เพราะมันเป็นคนละเรื่องเดียวกัน ที่สำคัญจะใช้คำว่า “กบฏ” นั้น หมายความว่ามีการกระทำรัฐประหารไม่สำเร็จ แต่นี่เป็นรัฏฐาธิปัตย์จนโลกลืมไปแล้ว มีการเลือกตั้งใหม่จนเจ้าตัวจะอยู่ครบ 4 ปี 8 ปีตามรัฐธรรมนูญแล้วจ้าแม่คุณ จะไปบอกว่ากบฏได้อย่างไร ...๐
หันมาเรื่อง การแถลงข่าว “ป.ป.ช.” กันบ้าง เพราะมีส่วนคาบเกี่ยวกับ 2 ศรีพี่น้องแห่งดูไบเช่นกัน เมื่อ ป.ป.ช.ได้ชี้มูลความผิด “สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์” อดีตประธานสภาขุนค้อนชื่อดัง ในเรื่องการเร่งรีบเร่งรัดผลักดันกฎหมายนิรโทษกรรมสุดซอย เรียกว่า “โลกแทบลืม” คดีนี้ไปแล้ว แต่ ป.ป.ช.ก็เพิ่งมาชี้มูล และยังมีการ ชี้มูลความผิดอดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอีก 3 ราย ซึ่งเมื่อดูนามสกุลแล้วก็ต้องบอกว่าใหญ่จริงๆ เพราะมีทั้ง “รัชนี พลซื่อ” นายก อบจ.ร้อยเอ็ด กรณีทุจริต “พรชัย โควสุรัตน์” นายก อบจ.อุบลราชธานี ในกรณีล็อกสเปก “นวพล บุญญามณี” นายก อบจ.สงขลา กรณีเอื้อประโยชน์ ...๐
งานนี้ “ป.ป.ช.” ยังได้ฟาดฟวงฟาดงาไปยัง “คณะกรรมการกฤษฎีกา” ในเรื่องข้อกฎหมายว่าด้วยการชี้มูลแล้วศาลลงโทษ แต่ผู้ถูกชี้มูลยังปฏิบัติหน้าที่ต่อจนเกษียณ เพราะกฤษฎีกาบอกว่าทำได้ แหม! เรื่องนี้ก็อยากจะบอกว่าก็ด้วยการทำงานดองเค็มของทั้ง ป.ป.ช.และกฤษฎีกานั่นแล เพราะ กรณีนี้ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้น แต่มีมานานแล้ว แต่ก็ไม่รู้จักแก้ไขให้สะเด็ดน้ำเสียที งานนี้ก็เลยมีปัญหากันจนได้ แล้วที่สำคัญก็ทำให้สังคมงงเป็นไก่ตาแตกอย่างมากว่าตอนนี้เราอยู่ในยุคอนาล็อก หรือ 5 จีกันแน่ เพราะ การชี้มูลแต่ละคดีของ “ป.ป.ช.” ใช้คำว่า “เร็วๆ นี้” แล้วมาแถลงรวดเดียววันเดียว แทนที่จะแถลงทันทีหลังชี้มูลเสร็จ เหมือนในอดีต ...๐
นี่ยังไม่นับรวมกรณีสังคมสงสัยล่าสุดอย่าง ส.ต.ท.หญิงโหดที่เป็น “กิ๊กสมาชิกสภาสูง” ที่ “นิวัติไชย เกษมมงคล” เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. บอกว่าต้องให้ผู้แจ้งข้อมูลระบุชื่อมา เพราะตอนนี้ยังไม่รู้ว่าเป็นใคร!!! พระเจ้าจอร์จ โลกรู้ แต่ ป.ป.ช.ยังไม่รู้ จึงไม่น่าแปลกที่การจะชี้มูลหรือชี้ขาดในแต่ละเรื่องเล่นเอาโลกลืม ดูได้จากเรื่องนิรโทษกรรมสุดซอยก็ว่าได้ ...๐
ทิ้งท้ายด้วยข่าวคณะก้าวหน้ากันบ้าง เพราะ ล่าสุด “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” หัวหน้าคณะก้าวหน้าก็เพิ่งเสร็จสิ้นภารกิจวิ่งเทรล ที่เมืองน้ำหอมไปหมาดๆ ล่าสุด “น้องช่อ” พรรณิการ์ วานิช โฆษกคณะก้าวหน้า ก็โผล่หน้าโผล่ตาไปร่วมงานกลุ่มสมาชิกรัฐสภาอาเซียนเพื่อสิทธิมนุษยชน (APHR - ASEAN Parliamentarians for Human Rights) กับเขาด้วย ที่สำคัญยังไปวิพากษ์วิจารณ์โจมตีฟิลิปปินส์ว่ามีปฏิบัติไอโอ หรือข่าวปลอมในเลือกตั้งประธานาธิบดีที่ผ่านมาอีก แหม! พอรู้ว่ากระแสเมืองไทยเลิกคลั่งกระแสพ่อฟ้าก็หันไปเกาะกระแสอินเตอร์กันทั้งคู่เชียวนะ อะไรมันจะใจตรงกันได้ขนาดนี้ ...๐
ท.ศักดิ์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
นับถอยหลังเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่และการออกเสียงประชามติที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แล้ว และดูเหมือน หนังหน้าไฟอย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ยังคงเป็นเป้าหลักของการวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งก็ไม่แปลกใจแต่ประการใด เพราะผลการทดลองงานในการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ. แม้จะคึกคักอย่างยิ่ง แต่ก็มากด้วยปัญหาสารพัดสารพัน
บันทึกหน้า 4
โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ปฏิเสธว่า ไม่เคยพูดว่า ภท.จะได้ สส. 200 ที่นั่ง ความจริงแล้วสื่อถามนำ นายอนุทินก็รับลูกไปตามน้ำ แต่ภายใน ภท.ประเมินกันว่าจะได้ สส.เขตประมาณ 150-160 ที่นั่ง
บันทึกหน้า 4
การเมืองไทยในห้วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งครั้งนี้ กำลังสะท้อน “รอยเดิมที่ไม่เคยหาย” และ “บทเรียนที่บางฝ่ายยังดื้อจะไม่เรียนรู้” ไม่ว่าจะเป็นฝั่งพรรคส้ม หรือฝั่งฝ่ายอนุรักษนิยมเองก็ตาม
บันทึกหน้า 4
เห็นนักการเมืองมักเสนอตัดงบประมาณกองทัพ งานด้านความมั่นคง อย่างภาคภูมิใจ แต่น้อยคนที่จะเสนอตัดงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับตัวเองโดยตรง นั่นคือเงินเดือน สส. ค่าตอบแทน รวมไปถึงผู้ช่วย สส. ที่แต่ละปีใช้งบประมาณแผ่นดินจำนวนมาก ยิ่งช่วงหาเสียงเลือกตั้งแบบนี้ก็ยิ่งแล้วใหญ่ หาพรรคการเมืองที่ชูนโยบายรัดเข็มขัดรัฐสภา เพื่อช่วยลดงบประมาณแผ่นดินยามประเทศเจอวิกฤตเศรษฐกิจไม่ได้เลย
บันทึกหน้า 4
"แบงก์ชาติ" ออกโรงเอง! "วิทัย รัตนากร" ผู้ว่าการ ธปท. สายบู๊ นั่งเก้าอี้ไม่ถึง 4 เดือน ลุยปราบทุนเทา ล่าสุดโชว์ผลงานช่วยจับซื้อเสียง หลังได้กลิ่นตุๆ ในช่วง 2 สัปดาห์นี้ มีการถอนเงินสดก้อนใหญ่ประมาณ 450 ล้านบาท
บันทึกหน้า 4
เรียกว่าเริ่มเข้าสู่โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งแล้ว พรรคการเมืองต่างๆ ก็เริ่มปล่อยหมัดเด็ดหมัดน็อกออกมากันยกใหญ่ โดยใน ค่ายน้ำเงินของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นอกจากเดินสายหาเสียงแบบออร์แกนิกแล้ว


