ไทยโพสต์ "อิสรภาพแห่งความคิด" www.thaipost.net Line : @THAIPOST วาระ 8 ปีนายกฯ ของ "บิ๊กตู่" นับหนึ่งเมื่อไหร่ยังไม่ตัดสิน ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเพิ่งเริ่มพิจารณานัดแรก โดยมีคำสั่งให้เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ส่งสำเนาบันทึกการประชุม และรายงานการประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ครั้งที่ 501 วันอังคารที่ 11 ก.ย.2561 ซึ่งรับรองบันทึกการประชุม ครั้งที่ 500 วันศุกร์ที่ 7 ก.ย.2561 ภายในวันอังคารที่ 13 ก.ย.นี้ และกำหนดนัดพิจารณาคดีครั้งต่อไปในวันพุธที่ 14 ก.ย. ทั้งนี้เนื้อหาบันทึกการประชุมครั้งที่ 500 ถูกปล่อยในโซเชียลมาตั้งแต่ต้นเดือน ส.ค. โดยมีเนื้อหา ประธาน กรธ. "มีชัย ฤชุพันธุ์" กับ "สุพจน์ ไข่มุกด์" ให้ความเห็นเกี่ยวกับบทเฉพาะกาลมาตรา 264
"แม้จะดำรงตำแหน่งนายกฯ อยู่ก่อนที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ใช้บังคับ ก็สามารถนับระยะเวลาดังกล่าวรวมกับระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญ 2560 ได้ ซึ่งเมื่อนับรวมแล้วต้องมีระยะเวลาไม่เกิน 8 ปี" แต่ อ.มีชัยได้ชี้แจงเรื่องนี้ไว้ในตอนท้ายเอกสารที่ส่งถึงศาล รธน. ว่า "เป็นการจดรายงานที่ไม่ครบถ้วน สรุปตามความเข้าใจของผู้จัด กรธ.ยังมิได้ตรวจรับรองรายงานการประชุมนั้น เพราะเป็นการประชุมครั้งสุดท้าย และ กรธ.ได้ประกาศสิ้นสุดการปฏิบัติหน้าที่ ในวันที่ 12 ก.ย.2561 ความไม่ครบถ้วนดังกล่าว อาจทำให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนได้ มีข้อผิดพลาดอยู่หลายประการรายงานการประชุมดังกล่าวจึงยังไม่อาจใช้อ้างอิงเป็นหลักฐานเป็นข้อยุติได้" ปรากฏว่าหลังเอกสารคำชี้แจงของ อ.มีชัย หลุดออกมา ก็มีรายงานการประชุม กรธ.ครั้งที่ 501 ที่ระบุ "ที่ประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาตรวจบันทึกการประชุมและรายงานการประชุมตรวจทานแล้ว ไม่มีการแก้ไข” ปล่อยว่อนโซเชียลทันควัน เหมือนจงใจหักล้าง ก็ไม่รู้ว่าฝีมือใครกันแน่ ผู้หวังดีประสงค์ร้าย หรือผู้หวังร้ายประสงค์ดี สุดท้ายคนชี้ชะตาบิ๊กตู่มีเพียงศาลรัฐธรรมนูญเท่านั้น
๐ รีเทิร์นการเมืองอีกครั้ง ต้องไม่ธรรมดา "สร้างอนาคตไทย" เปิดตัวประธานพรรคภายใต้ชื่อกิจกรรม #คิดสร้างอนาคตไทย "สมคิด จาตุศรีพิทักษ์" มาสไตล์ดุเดือดร้อนแรงฟาดไม่ยั้ง อย่าคิดว่าเงินตราจะซื้อคอกม้าใหญ่ได้แล้วจะมีพลังในการบริหารประเทศ ถ้าเล่นการเมือง สร้างพรรคการเมือง คิดแต่สร้างผลทางอำนาจ แต่ถ้าไม่มีโครงสร้างทางปัญญา ไม่สั่งสมคนมีความสามารถ สุดท้ายจะไปไม่รอด... ปัจจุบันประเทศไทยสถานการณ์หนักกว่าที่คิด และอ่อนเปลี้ยเพลียแรง... วันนี้เรามีนายกฯ แต่คนไหนตัวจริงยังไม่รู้เลย ที่น่ากังวลเพราะว่าเราต้องการนายกฯ จริงๆ ทั้งหมดอยู่ที่ผู้นำที่ต้องทุบโต๊ะ ถ้าไม่ช่วยเหลือให้ยุบสภาเลย เก็บไว้ทำไม ปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้ ถ้าเขามองแล้วความหวังไม่มี พรุ่งนี้ไปตายเอาดาบหน้า อันนี้เป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วง ยิ่งวันยิ่งจน แต่ละถ้อยคำแค้นฝังหุ่น ตบท้ายแขวะถึงใครบางคน "คนอย่างผมไม่มีใจบันดาลแรงนะ แต่ผมมีแรงบันดาลใจ ที่จะช่วยเหลือประเทศไทย สร้างอนาคตให้ประเทศไทย" รัวกระหน่ำขนาดนี้ "บิ๊ก ป." ทั้งหลายคงได้รู้จัก "สมคิด" มากขึ้น เรียกว่าเปิดฉากตีจุดอ่อนรัฐบาลเรื่องปัญหาปากท้อง พร้อมกับยกจุดแข็งของตัวเองที่ประกาศจะเข้ามากอบกู้วิกฤตเศรษฐกิจอีกรอบ จัดโปรแกรมเดินสายแล้ว ประเดิมลงพื้นที่ครั้งแรกวันพุธ 15 ก.ย. ที่ภูเก็ต เจาะฐานเสียงหลักนักธุรกิจ ภาคเอกชน งานนี้เฮียกวงคงไม่ได้หวังถึงเก้าอี้นายกฯ แต่อย่างน้อยได้คุมพรรคตัวเองเบ็ดเสร็จ เยียวยาแผลเก่าที่โดนเขี่ยจากพลังประชารัฐ ทั้งที่ก่อตั้งตอกเสาเข็มพรรคเองแท้ๆ
๐ ฤกษ์ดีวันศุกร์ที่ 9 เดือน 9 จะมีการเปลี่ยนแปลงหัวหน้าพรรคการเมืองถึง 2 พรรค ที่ชัดเจนแล้วคือพรรคไทยสร้างไทย จัดกิจกรรม "มาร่วมกันเปลี่ยนประเทศ กับพรรคไทยสร้างไทย" ที่โรงละคร เคแบงค์สยามพิฆเนศ อาคารสยามสแควร์วัน ประชุมใหญ่ปรับเปลี่ยนกรรมการบริหารพรรค โดยเฉพาะตำแหน่งหัวหน้าพรรค ที่จะดัน "คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์" ประธานพรรค ขึ้นทำหน้าที่หัวหน้าพรรคอย่างเต็มตัว แสดงความชัดเจนที่จะเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ส่วนไฮไลต์ของงานต้องรอฟัง "หญิงหน่อย" โชว์วิสัยทัศน์หลังรับตำแหน่งผู้นำไทยสร้างไทย ส่วนอีกพรรค เพิ่งอ้าแขนรับ "กรณ์ จาติกวณิช" อดีตหัวหน้าพรรคกล้า เข้าร่วมสังกัด แว่วมาว่าการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคชาติพัฒนา ณ ที่ทำการพรรคจังหวัดนครราชสีมา นอกจากเรื่องแจ้งการสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคของนายกรณ์แล้ว จะมีวาระสำคัญรื้อโครงสร้างบริหารพรรค โดยให้ "เทวัญ ลิปตพัลลภ" ลาออกจากหัวหน้าพรรค เพื่อเปิดทางให้ "กรณ์" นั่งเก้าอี้นี้แทน ก่อนจะจัดประชุมใหญ่วิสามัญในช่วงปลายเดือนนี้.
ลี้คิมฮวง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
“ตรุษจีนปีม้า” 17 กุมภาพันธ์นี้ ก็หวังว่าประเทศไทยคงได้เฉลิมฉลองอย่างสนุก เพราะ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ ควงคู่ศรีภรรยา “ธนนนท์ นิรามิษ” ไปร่วมเฉลิมฉลองงานตรุษจีนเมื่อวันพุธที่ 11 ก.พ.2569
บันทึกหน้า 4
ผลการเลือกตั้ง สส.เมื่อวันที่ 8 ก.พ. พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ชนะอันดับหนึ่งแบบถล่มทลาย ได้ 193 เสียง พรรคประชาชน (ปชน.) 118 พรรคเพื่อไทย (พท.) 74 พรรคกล้าธรรม (กธ.) 58 พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) 22 เซียนการเมือง
บันทึกหน้า 4
เรียกได้ว่า หักปากกาเซียน กันทั้งประเทศ สำหรับผลการเลือกตั้งครั้งนี้ ที่พรรคน้ำเงิน พรรคภูมิใจไทย ผงาดขึ้นมาแบบเหนือความคาดหมาย กวาดคะแนนนำเป็นอันดับหนึ่งอย่างขาดลอย ด้วยผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการถึง 194 เสียง ทิ้งห่างพรรคประชาชนที่ตามมาเป็นอันดับสอง 116 เสียง และพรรคเพื่อไทยที่ได้เพียง 76 เสียง
บันทึกหน้า 4
บันทึกไว้ให้ช่วยกันจดจำว่า การเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 ก.พ.2569 เป็นการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นตามกระบวนการยุบสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งถือเป็นการเลือกตั้งตามครรลองประชาธิปไตยปกติ ไม่ใช่การเลือกตั้งที่เกิดขึ้นหลังการยึดอำนาจหรือรัฐประหารหรือมีการฉีกรัฐธรรมนูญ
บันทึกหน้า 4
ใกล้ปิดฉาก "เลือกตั้ง 2569" เริ่มต้นชะตาบ้านเมืองรอบใหม่ วันอาทิตย์นี้ตัดสินสีไหนจะเข้าวิน ระหว่างน้ำเงินภายใต้การนำของ "นายกฯ หนู" อนุทิน ชาญวีรกูล" กับส้ม ของ "หัวหน้าเท้ง" ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ
บันทึกหน้า 4
นับถอยหลังเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่และการออกเสียงประชามติที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แล้ว และดูเหมือน หนังหน้าไฟอย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ยังคงเป็นเป้าหลักของการวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งก็ไม่แปลกใจแต่ประการใด เพราะผลการทดลองงานในการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ. แม้จะคึกคักอย่างยิ่ง แต่ก็มากด้วยปัญหาสารพัดสารพัน


