ฟ้าลิขิต

ปมนายกฯ 8ปีของ "ลุงตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการเมืองไทยว่าพี่น้อง 3 ป.จะได้ไปต่อหรือพอแค่นี้ โดยศาลรัฐธรรมนูญจะเป็นผู้ให้คำตอบหลังครองอำนาจมายาวนาน 8 ปี ตั้งแต่รัฐประหารปี 2557

แต่คนส่วนใหญ่แอบคาดหวังสูง อยากให้มีการเปลี่ยนแปลงเสียที เพื่อไปสู่ระบอบประชาธิปไตย และหากเป็นไปได้ก็อยากได้ "นายกฯ สายพลเรือน" ที่ได้รับเลือกจากชาวบ้านโดยแท้จริง เพื่อมาแก้ไขปัญหาให้บ้านเมือง 

 โดยเฉพาะ "เสี่ยหนู" อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ถือเป็นอีกบุคคลที่ถูกพูดถึงกันมากในแวดวงการเมือง เพราะช่วงหลังแสดงจุดยืนชัดอยู่เคียงข้างประชาชน และยึดมั่นในหลักประชาธิปไตย อย่างเช่นสั่งให้ ส.ส.พรรคภูมิใจไทยลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อปิดสวิตช์ ส.ว.เลือกนายกฯ

ส่วนอนาคตทางการเมือง "เสี่ยหนู" จะไปถึงจุดนั้นหรือไม่ ยังไม่มีใครรู้ แต่เมื่อดูหน้าตักในมือ นโยบายต่างๆ ของพรรคภูมิใจไทย แนวทางและจุดยืนทางการเมืองของพรรค ก็ถือว่ามีโอกาสสูง 

สวนทางกับผู้ถืออำนาจ 3 ป. ที่เปรียบเป็น Sunset (พระอาทิตย์ตก) ขณะที่คู่แข่งอีกด้านก็มีเป้าหมายเดียว "พานายใหญ่กลับบ้าน" ที่จะทำให้บ้านเมืองกลับมาสู่วิกฤตความขัดแย้ง  

ดังนั้น "อนุทิน" ในวัย 56 ปี จึงถือเป็นตัวเลือกสำคัญไม่น้อย ด้วยวัยวุฒิและคุณวุฒิที่เหมาะสม รวมทั้งประสบการณ์การเมืองที่ผ่านมาแล้วอยากโชกโชน ซึมซับจากครูการเมืองนับไม่ถ้วน 

อัตลักษณ์ส่วนตัวก็ถือว่าโดดเด่น มีความประนีประนอม ไม่แทงหลังใคร เข้าได้กับทุกฝ่าย ไม่ปีนเกลียวกับผู้บังคับบัญชา 

ประเมินกันว่าอาจเป็นตัวเลือกที่จะเข้ามาสร้างความปรองดองให้บ้านเมือง ในยุคเปลี่ยนผ่านจากระบอบสืบทอดอำนาจไปสู่ระบอบประชาธิปไตย

ล่าสุด "อนุทิน" ควง “น้องจ๋า" ธนนนท์ หวานใจ ไปไหว้พระพุทธชินราชที่จังหวัดพิษณุโลก พร้อมทำบุญวันเกิดล่วงหน้าในวันที่ 13 ก.ย. เพื่อเสริมสิริมงคลและเพิ่มพลังบุญ... 

หากโอกาส จังหวะและฟ้าลิขิต ถ้าจำเป็น "อนุทิน" ในวัย 56-57 ปี ก็พร้อมเป็นนายกฯ เช่นกัน.  

 

ช่างสงสัย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เดินเท้าขอบคุณ

ทุ่มเทมาตลอด 5 ปี สอบตกไป 2 ครั้ง แต่ยังไม่หยุดทุ่มเท รอบนี้สมหวัง เสี่ยโบ๊ต-อนุกูล พฤกษานุศักดิ์ ผู้สมัคร สส.สงขลา เขต 6 พรรคภูมิใจไทย เข้าวินถล่มทลาย กวาดไปกว่า 48,000 คะแนน ทิ้งขาดอันดับสองแบบไม่ต้องลุ้นอะไรมากนัก

'นับสักกี่ครั้งก็ชนะ'

ศึกเลือกตั้งศรีสะเกษรอบนี้ ต้องยอมรับว่า “สีน้ำเงิน” มาแรงแบบไม่เกรงใจใคร เพราะนอกจากพรรคภูมิใจไทยจะกวาดชัยอย่างไม่เป็นทางการเกือบยกจังหวัด เปลี่ยนพื้นที่สีแดงให้กลายเป็นน้ำเงินได้แล้ว บทสรุปสุดท้ายต้องลุ้นว่าจะได้ 7 หรือ 8 ที่นั่ง จากทั้งหมด 9 เก้าอี้ เนื่องจากยังมีประเด็นเรื่องการร้องขอนับคะแนนใหม่ในบางเขต

"พักก่อนพี่เต้"

บรรยากาศการเลือกตั้ง ก.พ.2569 นี่มันช่างระอุยิ่งกว่าอากาศเมืองไทย โดยเฉพาะสมรภูมิเมืองน้ำเค็ม “ชลบุรี เขต 1” ที่ดรามาพุ่งกระฉูด พรรคประชาชนแพ้ให้ สุชาติ ชมกลิ่น บ้านใหญ่ที่นี่ เพียงไม่กี่คะแนน ทำด้อมส้มปรี๊ดแตก ขอให้นับคะแนนใหม่ อีกทั้งยังพบทั้งบัตรเขย่ง ยันใบคะแนนในถังขยะ ทำเอาชาวบ้านตาค้างกันทั้งบาง

'อยากดูแลทุกคน'

การเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. ได้เสร็จสิ้นลงไปแล้ว ซึ่งคิดว่าแต่ละพรรคการเมืองได้ทำเต็มที่ที่สุดเท่าที่ทำได้ ทั้งเรื่องการหาเสียงหรือเรื่องการประกาศนโยบายให้ถึงชาวบ้านให้ได้มากที่สุด

โพสต์เดือด!

พร้อมชนทุนผูกขาดทุกวงการ คำนี้เป็นอันรู้กันต้องยกให้ “พรรครวมไทยสร้างชาติ” ของ “หัวหน้าตุ๋ย-พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ประกาศดุดันพร้อมทลายทุกทุนผูกขาด ทุกการทุจริต ทุนเทา ทุนดำ พรรครวมไทยสร้างชาติพร้อมเป็นพรรคสีขาว ที่ไม่สามารถย้อมด้วยอำนาจหรือผลประโยชน์ได้

‘อีหล่า’ จะทำให้เบิ่ง

ศรีสะเกษจะมีรัฐมนตรีเป็นศักดิ์เป็นศรีคนบ้านเฮาหรือไม่ งวดนี้อยู่ในกำมือพี่น้องคนนครดอกลำดวนแล้วเด้อ ส่องสปอร์ตไลต์เลือกตั้งเที่ยวนี้ เหมือนจะมีแค่ 2 พรรคที่ต้องชิงดำ คือ พรรคภูมิใจไทย กับพรรคเพื่อไทย