บันทึกหน้า 4

ไทยโพสต์ "อิสรภาพแห่งความคิด" www.thaipost.net ท้าทายความศักดิ์สิทธิ์ของสถาบันตุลาการอย่างโจ๋งครึ่ม! 23 องค์กรนิสิตนักศึกษา ที่นำโดยสภานิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โชว์พลังกฎหมู่เหนือกฎหมาย ออกแถลงการณ์ปฏิเสธคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ "...การวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ เป็นการด้อยค่าสิทธิเสรีภาพของปวงชนชาวไทยที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ และทำให้ประชาชนหมดสิ้นศรัทธาที่มีต่ออำนาจตุลาการและวงการนิติศาสตร์ประเทศไทย เมื่อลมวสันตฤดูแห่งการเปลี่ยนแปลงได้พัดพามาสู่ดินแดนสุวรรณภูมิแห่งนี้แล้ว ท่านมิอาจสร้างกำแพงขวางกั้นลม มิเช่นนั้นกระแสลมนี้จะทวีความรุนแรงเป็นพายุที่พัดพาเศษซากศักดินาล้าหลังคร่ำครึ ให้พากันพังทลายลงไปทั้งระบบ เมื่อเลือดราษฎรที่ถวิลหาประชาธิปไตย

ถูกทำให้หลั่งลงบนผืนแผ่นดินนี้ สิ่งที่ท่านได้กลับมาจะมีเพียงสิ่งเดียว คือไฟโลกันตร์แห่งการต่อสู้ของพี่น้องประชาชนจะลุกโชนขึ้นอย่างควบคุมมิได้ และสุดท้ายประชาชนจะเป็นสถาบันเดียวที่คงอยู่สถาพรในพื้นแผ่นดินนี้ชั่วกัลปาวสาน" เหิมเกริมสมกับยุค "3 นิ้ว" หลงละเลิง (คิด) ครองเมือง ยิ่งตอกย้ำถึงสิ่งที่ศาลพิพากษา 3 หัวโจกม็อบไว้ว่า

อ้างสิทธิเสรีภาพเพียงอย่างเดียวไม่ได้คำนึงถึงหลักความเสมอภาค ภราดรภาพ ใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นโดยไม่รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างจากบุคคล รวมทั้งล่วงละเมิดสิทธิส่วนตัวของบุคคลอื่นที่เห็นต่าง ด้วยการด่าทอ รบกวนพื้นที่ส่วนตัว ยุยงปลุกปั่น ด้วยข้อเท็จจริงที่บิดเบือนจากความเป็นจริง และยังมีการจัดตั้งกลุ่มในลักษณะเป็นองค์กรเครือข่าย มีการใช้ความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง

ท่าทีช่างสอดรับกับคำแถลงแฝงข่มขู่ของพรรคก้าวไกลราวกับเป็นเนื้อเดียวกัน "ชัยธวัช ตุลาธน" เลขาธิการพรรคก้าวไกล ระบุว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจะยิ่งทำให้สังคมไทยหนีห่างออกจากเส้นทางนี้มากขึ้นเรื่อยๆ จนอาจจะส่งผลให้เกิดความรุนแรงในสังคมได้ในอนาคต

หนำซ้ำยังเตือนว่าหากก้าวไกลถูกยุบพรรค จะกลายเป็นระเบิดลูกใหญ่สำหรับสังคมไทยแน่ ปากกล้าขาสั่นฟอกตัวเองไม่เข้าเหตุยุบพรรค อ้างใช้สิทธิ ทำหน้าที่ในฐานะ ส.ส.ที่ดีของประชาชน เป็นการประกันสิทธิที่รับรองไว้ตามรัฐธรรมนูญ ประกาศจุดยืนต่อต้านการล้มล้างการปกครองของคณะรัฐประหาร และฝ่ายอนุรักษนิยมอย่างถึงที่สุด

ต่อจากนี้ต้องจับตาดูกันต่อไปว่าจะมาในรูปแบบไหนอีก ถ้ายังจำกันได้หลังศาล รธน.สั่งยุบพรรคอนาคตใหม่ แฟลชม็อบก็ผุดทั่วประเทศราวกับดอกเห็ด ห่วงรอบอีแอบจะเล่นแรงกว่าเดิมยืมมือเด็กป่วนบ้านเมืองให้วุ่นวายเพื่อประโยชน์การเมืองของตัวเองและพวกพ้อง 

ภารกิจของ "มือปราบแก๊งล้มเจ้า" ณฐพร โตประยูร ถือว่าสำเร็จไปเปลาะหนึ่งแล้ว เร่งเดินเครื่องต่อไม่รอช้า ลุยรวบรวมหลักฐานเอาผิดเพื่อยุบพรรคก้าวไกล จากที่ได้ยื่นคำร้องให้ กกต. ตั้งแต่ปี 63 ให้พิจารณาวินิจฉัยกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง 2560

จากกรณีการแสดงความเห็นทางการเมือง การเข้าร่วมกับผู้ชุมนุม และการประกันตัวผู้ต้องหาในคดีชุมนุมทางการเมือง ซึ่งถือเป็นการกระทำการ หรือส่งเสริม สนับสนุนให้ผู้ใดกระทำการอันเป็นการก่อกวนหรือคุกคามความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน

ซึ่งเจ้าตัวมั่นใจว่า กกต.จะสรุปคดีนี้เสร็จไม่เกิน 1-2 เดือน ก่อนส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ มาถึงขั้นนี้เจ้าตัวรู้ดีว่าสร้างศัตรูไว้เยอะแน่ เอ่ยปากถูกไล่ล่ามีคนจ้างล่าตัวแล้ว แต่พร้อมยอมตายปกป้องสถาบัน เรียกว่าคิดจะล้มล้างสถาบัน ต้องข้ามศพ ณฐพร ไปก่อน

ภารกิจยิ่งใหญ่นี้ไม่ได้รับจ้างใคร กวักเงินตัวเองล้วนๆ ในช่วงเกือบ 2 ปีนี้ ต้องจ้างคนมาช่วยงาน เดือนนึงเสียค่าใช้จ่ายประมาณ 2.5 แสนบาท 2 ปีก็ปาไปร่วม 10 ล้าน มีเซฟเฮาส์ที่ใช้ทำงานอยู่ 3 แห่ง หลังหลักจะอยู่ที่ซอยวัดเฉลิมพระเกียรติ นนทบุรี

สำหรับอดีตที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดินคนนี้ ถือว่ามีสายสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับขั้วอำนาจเก่าสี่เสาเทเวศร์ โดยเฉพาะกับพลเรือเอกพะจุณณ์ ตามประทีป อดีตนายอดีตหัวหน้าสำนักงานมูลนิธิรัฐบุรุษและนายทหารคนสนิท พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรี ที่สำคัญพลเรือเอกพะจุณณ์ไม่ใช่คนอื่นคนไกลของ "บิ๊กตู่" เพราะเป็นเพื่อนร่วมรุ่น ตท.12 นั่นเอง.

ลี้คิมฮวง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

บันทึกช่วยจำ วันนี้ 30 มี.ค. อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะนำรายชื่อ ครม.ชุดใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯถวายเพื่อโปรดพิจารณาตามกระบวนการ ต่อจากนั้น เป็นวาระของการแถลงนโยบาย 7-9 เม.ย.

บันทึกหน้า 4

เดือดกว่าในสภา! ลักหลับตอน 4 ทุ่ม แถมเลือกเวลาช่วงปิดประชุมสภาหลังถกญัตติด่วนวิกฤตน้ำมันพอดิบพอดี บอกว่าเลิกอั้น แต่ใครจะคิดว่าจะขึ้นพรวด 6 บาท เล่นเอาชาวบ้านสะดุ้งตื่น

บันทึกหน้า 4

ดูเหมือน การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 3 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1) เมื่อวันพุธที่ 25 มีนาคม พ.ศ.2569 ช่างคึกคักเสียจริง ซึ่งสาเหตุหลักก็คงมาจากเป็นสภาใหม่ถอดด้ามที่มีการประชุมครั้งแรก แต่ก่อนการประชุมนั้น “โสภณ ซารัมย์” ประธานสภาฯ พร้อมด้วยตัวแทนพรรคการเมืองก็ได้หารือถึงการกำหนดวัน-เวลาในการประชุมของทั่นผู้แทนยุคนี้ ...๐

บันทึกหน้า 4

โผ ครม.อนุทิน 2 สะเด็ดน้ำแล้วจำนวน 35 เก้าอี้ เหลือไว้ 1 เก้าอี้ ยังคงเผื่อไว้ให้ใครสักคน สำหรับ ดร.ปื๊ด-นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย ชัดเจนแล้วว่าไม่ได้ไปต่อ

บันทึกหน้า 4

แม้รัฐบาลภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล จะก้าวขึ้นสู่อำนาจด้วยเสียงสนับสนุนอย่างท่วมท้นในสภา แต่เส้นทางการบริหารประเทศจากนี้ไป ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ หากเต็มไปด้วย “โจทย์ใหญ่” และ “ปมเสี่ยง” ที่อาจกลายเป็นแรงสะเทือนทางการเมืองได้ทุกเมื่อ

บันทึกหน้า 4

บันทึกท่ามกลางอากาศร้อน แต่ยังร้อนไม่เท่ากับบรรยากาศด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมในบ้านเรา เพราะ "หน้าตา ครม.ชุดใหม่" ทำท่าว่ามิได้ไฉไลไปกว่าเก่า เพราะยังคงยึดโยงอยู่กับวัฒนธรรม "แบ่งโควตา" เก้าอี้สนองก๊วนแก๊งบ้านเล็กบ้านใหญ่เหมือนเดิม .