ภาพซ้อน ๘ ปี

มันก็เป็นซะอย่างนี้แหละ

จะเอาชนะกันจนไม่สนใจจริงเท็จ จนมันกลายเป็นเอกลักษณ์อันเฉพาะเจาะจงของสังคมไทยวันนี้ไปเสียแล้ว

ฝั่งหนึ่งบอกซ้าย อีกฝั่งจะไปขวา

ฝั่งหนึ่งเดินหน้า อีกฝั่งบอกกูจะถอยหลัง

ทั้งๆ เรื่องที่คุยกันมันมีข้อเท็จจริง พิสูจน์ได้ เป็นวิทยาศาสตร์

มีตัวอย่างให้อ่าน ให้ดู ให้ฟัง มากมาย

ก็กลับกลายเป็นเรื่องเอามาบูลลีกันตลกขบขัน

ก็เรื่อง วิทยุทรานซิสเตอร์ นี่แหละครับ

ที่จริงมันไม่ใช่เรื่้องของคนรุ่นเก่ารุ่นใหม่ แต่เป็นเรื่องที่ต้องรู้เมื่อเจอภัยพิบัติ และถูกตัดขาดจากเทคโนโลยี

เพียงแต่เราไม่ได้ถูกสอนมาว่า เมื่อฝนตกน้ำท่วม แผ่นดินไหว เกิดสงคราม ไฟฟ้าถูกตัดขาด อินเทอร์เน็ตใช้ไม่ได้  เราจะทำอย่างไร

จะติดต่อสื่อสารกับโลกภายนอกอย่างไร

จะรับข้อมูลข่าวสารอย่างไร

เพราะนั่นคือ ทางรอด

วิทยุทรานซิสเตอร์ เป็นการสื่อสารทางเดียวก็จริง แต่การรับรู้ข่าวสารที่ทันท่วงที มันหมายถึง "ชีวิต"

ชีวิตที่ว่า อาจไม่ได้หมายถึงชีวิตเดียว แต่รอดทั้งครอบครัว รอดทั้งหมู่บ้าน

และอย่าคิดว่าเรื่องพวกนี้เกิดแค่ในชนบทห่างไกล

ในเมืองใหญ่ๆ ในกรุงเทพฯ ก็สามารถเกิดขึ้่นได้

คนสมัยนี้ หากถูกตัดไฟ ตัดอินเทอร์เน็ต ก็ไม่ต่างแมวถูกตัดหนวดสักเท่าไหร่ครับ

ค่อยๆ มองภาพนะครับ เพราะแค่เน็ตช้า บางคนถึงขนาดทนไม่ได้แล้ว

เมื่อพูดถึงสถานการณ์ ไม่มีสัญญาณเน็ต ไฟดับ มือถือแบตเตอรี่หมด มันคูณเข้าไปกี่เท่าตัว

แล้ว วิทยุทรานซิสเตอร์ ช่วยอะไรได้?

ลองสมมุติเหตุการณ์ดูนะครับ

ฝนตกหนักมาหลายวันน้ำกำลังเข้าบ้าน อยู่ในที่มืดติดต่อใครไม่ได้ ในบ้านก็ไม่มีวิทยุทรานซิสเตอร์ ตัดสินใจไม่ได้ว่า จะย้ายคนแก่ หรือเด็กในบ้านไปที่อื่นตอนที่ยังมีโอกาสย้าย หรืออยู่รอให้ฝนหยุดดี

เดชะบุญ หน่วยกู้ภัย ประจำหมู่บ้าน นั่งฟัง วิทยุทรานซิสเตอร์ อยู่ แล้วมีคำเตือนให้อพยพด่วน เนื่องจากมวลน้ำใหญ่กำลังจะมา 

มิดหลังคาแน่!

หน่วยกู้ภัย ฟังดังนั้นก็รีบเดินเคาะประตูแจ้งให้ทุกบ้านทราบ

แบบนี้มีโอกาสตายยกครัว หรือรอดทุกคนครับ

ไม่ได้หมายความว่าวันหน้า เดือนหน้า จะเกิดเหตุการณ์นี้ มันก็เหมือนสึนามิเมื่อปี ๒๕๔๗ ไม่มีใครรู้ล่วงหน้า

แต่การเตรียมตัวล่วงหน้า เตรียมความพร้อมไว้เสมอ  ความสูญเสียก็จะน้อยตามไปด้วย

ตาย กับ รอด ในภัยพิบัติบางสถานการณ์ วิทยุทรานซิสเตอร์ เป็นตัวชี้ขาด

และมันเกิดขึ้นจริงหลายครั้งแล้วในโลกใบนี้

เรื่อง วิทยุทรานซิสเตอร์ ในความหมายของ "ลุงตู่" มันก็มีอยู่แค่นั้น

ส่วนใครที่เอาไปบูลลีว่า ลุงยังเอาไว้ฟังเพลงอีกเหรอ ก็คงต้องปล่อยไปครับ เพราะถึงนาทีนี้คงคิดกันได้เยอะแล้ว  หลังข้อมูลหลั่งไหลออกมาเรื่อยๆ ว่า วิทยุทรานซิสเตอร์ ยังมีความจำเป็นในสถานการณ์ที่ ถูกตัดขาด

ไม่เฉพาะไทย แต่ทั่วโลก

นี่เป็นแค่หนึ่งในหลายๆ กรณี

ถ้าเกิดจากความไม่รู้ ก็พอทำเนาครับ 

หากเกิดจากรู้แล้วแต่ต้องการบิดเบือนข้อเท็จจริง นี่คือปัญหา

และปัญหาแบบนี้เกิดขึ้นแทบทุกวัน

ครับ...นั่งอ่านคำวินิจฉัยส่วนตนของ "นครินทร์ เมฆไตรรัตน์" ตุลาการเสียงข้างน้อย ทำให้นึกถึงเรื่องจริงหลายประการขึ้นมา  

เป็นเรื่องของอำนาจ การมีอำนาจ และการใช้อำนาจ ที่้เป็นภาพทับซ้อนในการเมืองไทย

หากจับไม่ได้ไล่ไม่ทัน เข้ารกเข้าพงครับ

เห็นด้วยอย่างยิ่งกับ "นครินทร์ เมฆไตรรัตน์" ที่บอกว่า

...บทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญดังกล่าวมีเจตนารมณ์ในการมุ่งควบคุมอำนาจของบุคคลที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นหัวหน้า ฝ่ายบริหาร

ยกตัวอย่างเช่น มีอำนาจในการกำหนดนโยบายในการบริหารประเทศอันเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการงบประมาณแผ่นดิน

อำนาจในการบังคับการให้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

อำนาจในการแต่งตั้งและโยกย้ายข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ...

ฉะนั้นสิ่งที่กังวลกันคือ...

....การดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นผู้ใช้อำนาจบริหารอันเป็นอำนาจสูงสุดในการบริหารราชการแผ่นดิน เป็นระยะเวลานานจนมีลักษณะเป็นการผูกขาดอำนาจดังกล่าว อาจก่อให้เกิดปัญหาหรือวิกฤตทางการเมืองที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประโยชน์ของประชาชน ประโยชน์สาธารณะ ระบอบการปกครอง และการพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ

เนื่องจากการผูกขาดอำนาจดังกล่าว อาจก่อให้เกิดปัญหาการทุจริต ความเหลื่อมล้ำทางสังคม และการใช้อำนาจโดยไร้ธรรมาภิบาล

รวมไปถึงปัญหาการผูกขาดในทางเศรษฐกิจ

ปัญหาดังกล่าวล้วนแล้วแต่เป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ของประเทศไทยมาเป็นระยะเวลานาน

การผูกขาดอำนาจดังกล่าว ย่อมก่อให้เกิดการสะสมอำนาจอยู่ที่ตัวบุคคลใดบุคคลหนึ่ง หรือกลุ่มบุคคลใดกลุ่มบุคคลหนึ่ง แต่เพียงผู้เดียวหรือแต่เพียงกลุ่มเดียว อาจส่งผลกระทบต่อการเมืองการปกครองของประเทศไทยตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

เนื่องมาจากการใช้อำนาจดังกล่าวโดยไร้ธรรมาภิบาล

หรือมีลักษณะเป็นการใช้อำนาจตามอำเภอใจ ในการบั่นทอนและทำลายกลไกการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจ

อันเป็นหลักการพื้นฐานของการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา

กล่าวคือ การใช้อำนาจดังกล่าวแทรกแซงกระบวนการตรวจสอบจากองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ตลอดจนใช้อำนาจดังกล่าว ในการทำลายระบบถ่วงดุลอำนาจจากฝ่ายนิติบัญญัติหรือฝ่ายตุลาการ

หากไม่มีการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจจากทั้งองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายตุลาการ หรือการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจดังกล่าวเป็นไปอย่างไร้ประสิทธิภาพ ย่อมส่งผลทำให้การปกครองในระบบรัฐสภา ตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของประเทศไทยเสื่อมถอย

จนอาจมีลักษณะเป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข...

ถอดความตามตัวอักษร คำวินิจฉัยส่วนตนของ  "นครินทร์ เมฆไตรรัตน์" ถูกทั้งหมดครับ

ภาพการเมืองที่ซ้อนอยู่ข้างหลังการเมืองในปัจจุบัน คือเหตุการณ์ที่เราผ่านมาแล้ว 

ไม่ว่าจะเป็นการผูกขาดอำนาจ

การแทรกแซงองค์กรอิสระ 

การทำลายระบบรัฐสภา

เราผ่านการเลือกตั้งแลนด์สไลด์เพราะการบังคับควบรวมพรรคการเมือง จนเกิดเผด็จการรัฐสภา

มีการใช้อำนาจแทรกแซงองค์กรอิสระอย่างต่อเนื่้อง

และครั้งหนึ่งตกเป็นที่วิจารณ์ว่ามีความพยายามเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง เพราะคิดว่าอำนาจจากแลนด์สไลด์เหนือกว่าอำนาจอื่นใด

"ทักษิณ" อยู่ทั้งเบื้องหน้า และชักใยอยู่เบื้องหลัง ระบอบ "ทักษิณ" มาแล้ว เกิน ๘ ปี

และมีแนวโน้มจะชักใยต่อหลังการเลือกตั้งครั้งหน้า

นี่คือภาพจริงที่ซ้อนอยู่.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ยุบสภาหรือไปต่อ

สภาล่มอีกแล้ว.... มีสภาให้ทำงาน ส.ส.หายหัว พอไม่มีสภา บ่นกันขรมเผด็จการครองเมือง

ประชานิยมซ่อนรูป

จะพัฒนาประเทศยังต้องทำอีกหลายสิ่งครับ เรื่องขจัดนักกินเมือง คงจะยากครับ เพราะเงื่อนไขยังไม่สุกงอมพอ

อาฆาตมาดร้าย

ดูเหมือนจะไม่มีอะไร แต่สาระมหาศาล เรื่องที่รัฐบาล โดยกระทรวงศึกษาธิการ จะพัฒนาและปรับปรุงการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ ให้มีความน่าสนใจยิ่งขึ้น

๓ ปอ.ซีซัน ๓

แบบนี้ก็มีด้วย เป็นฝ่ายค้านไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลย