โศกนาฏกรรมที่จังหวัดหนองบัวลำภูได้ทำให้ ประเทศไทยตื่นขึ้นมาอีกครั้งกับปัญหาอาวุธปืนและยาเสพติด โดยเฉพาะรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งมีการประชุมเพื่อกำหนดมาตรการเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหายาเสพติดและอาวุธ แต่ที่ทำให้ สังคมสงสัยอย่างมากคือ ทำไมไม่มีตัวแทนของฝ่ายทหารเข้าร่วมประชุมเลย ในขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไล่มาตั้งแต่กระทรวงมหาดไทย, กระทรวงสาธารณสุข, กระทรวงยุติธรรม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กลับเข้าประชุมอย่างพร้อมเพรียง ...๐
จะบอกว่า “ทหาร” ไม่เกี่ยวข้องในเรื่องดังกล่าวก็กระไรอยู่ เพราะอาวุธปืนแม้ที่ได้รับใบอนุญาต ป.4 นั้นจะไม่เกี่ยวข้องกับทหารก็ตามที แต่ต้องไม่ลืมว่า “ปืนเถื่อน” หรือ “อาวุธสงครามเถื่อน” นั้นก็ข้องเกี่ยวกับทหารในการจับกุมปราบปรามด้วย แต่กลับไม่ได้อยู่ในวงประชุมดังกล่าว ...๐
ที่สำคัญ “พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก็แถลงยืนยันด้วยซ้ำว่าการก่อเหตุจำนวนมากนั้นมาจากอาวุธปืนเถื่อนเสียเป็นส่วนใหญ่ ปืนที่ครอบครองนั้นเป็นส่วนน้อย แต่ก็จะมีการเข้มงวดในการออกใบอนุญาตมากขึ้น โดยเฉพาะการต้องมีผู้รับรองและได้รับการตรวจสอบ และจะมีวงรอบในการตรวจถี่ขึ้นเป็น 3 ปีหรือ 5 ปี แต่ที่เป็น “ไฮไลต์” อย่างมากคือ การจะออกพระราชบัญญัติให้นำอาวุธปืนเถื่อนทั้งหลายมาคืนรัฐโดยไม่มีโทษทางอาญา แต่ “บิ๊กป๊อก” บอกว่าไม่ใช่นิรโทษกรรม!!! งานนี้บรรดาคอกาแฟถึงกับสำลัก แล้วใครจะกล้านำมาคืนกัน เพราะเหมือนเป็นการส่งเป้าล่อให้ตำรวจคอยเกาะติดอย่างไรอย่างนั้น แต่หากเป็นการ “นิรโทษกรรม” ก็ว่าไปอย่าง หรือจะเป็นเพราะการแสลงคำดังกล่าวเลยไม่อยากใช้ ...๐
แล้วก็ไม่พลาดอีกเช่นกัน ที่ “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกฯ จะโผล่มาโหนเหตุกราดยิงที่หนองบัวลำภูกับเขาด้วย แต่ดูเหมือน "โทนี่ วู้ดซัม” จะเข้าข่ายความจำเสื่อมหรืออัลไซเมอร์แล้ว เพราะกล้าบอกว่าในสมัยที่เรืองอำนาจนั้นในนโยบายปราบยาเสพติดมีแค่ 80 ราย ที่ตายเพราะยาเสพติด คำว่า “ฆ่าตัดตอน” เป็นโวหารที่ถูกปั้นแต่งขึ้นมาเหมือนโวหารล้มเจ้านั่นเอง ...๐
พิโธ่ รายงานที่ “โทนี่” อ้างนั้นคือรายงานของ นายคณิต ณ นคร ซึ่งรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ แต่งตั้ง “คณะกรรมการอิสระตรวจสอบ ศึกษา และวิเคราะห์การกำหนดนโยบายปราบปรามยาเสพติดให้โทษและการนำนโยบายไปปฏิบัติจนเกิดความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย ชื่อเสียง และทรัพย์สินของประชาชน” หรือ คตน. รายงานตัวเลขชัดๆ ว่ามีคดีฆาตกรรมเกิดขึ้น 2,604 คดี มีผู้เสียชีวิตจำนวน 2,873 คน โดยแยกเป็นคดีฆาตกรรม 2,559 คดี มีผู้เสียชีวิต 2,819 คน ในจำนวนนี้เป็น คดีฆาตกรรมที่ผู้ตายมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด 1,187 คดี โดยมีผู้เสียชีวิต 1,370 คน มีคดีวิสามัญฆาตกรรมเกิดขึ้นทั้งสิ้น 45 คดี มีผู้เสียชีวิต 54 คน เป็นคดีวิสามัญฆาตกรรมที่ผู้ตายมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติด 35 คดี โดยมีผู้เสียชีวิต 41 คน ตัวเลขแดงแจ๋อย่างนี้พี่โทนี่ยังแถได้อีกเหรอ ที่สำคัญ “คณิต ณ นคร" ก็เคยเป็นอดีตรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทยชุดก่อตั้งพรรคกับพี่โทนี่นะจ๊ะ ...๐
ที่อนาถอีกคนในการ ห้อยโหนคือ “รังสิมันต์ โรม” ส.ส.ผู้ทรงเกียรติจากพรรคก้าวไกลนั่นเอง ที่ได้โยงเรื่องกราดยิงทั้งที่หนองบัวลำภู, นครราชสีมา และวิทยาลัยกองทัพบกไปกับเรื่อง “ตั๋วช้าง” ที่เจ้าตัวถือเป็นผลงานชุดโบแดงในการแซะ ทั้งที่มันคนละเรื่องเดียวกันเลย ซ้ำร้ายเจ้าตัวยังพาดพิงคนมีสีชั้นผู้น้อยอีกว่าใกล้เคียงกับอาชญากร งานนี้ก็ไม่รู้ว่าไอ้เณร พลทหาร นายสิบ จ่าตำรวจได้ยินแล้วจะรู้สึกอย่างไรกันบ้างกับคำกล่าวหาของผู้ทรงเกียรติรายนี้ ...๐
พูดถึง “โทนี่” ไม่เอ่ยถึงดีลลับดูไบว่าด้วย “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” ส.ส.พะเยา ที่ทิ้งพรรคเศรษฐกิจไทย (ชั่วคราว) เพื่อกลับรังเก่าพรรคเพื่อไทยไม่ได้ เพราะสัมภเวสีแม้วออกตัวว่าไม่มีดีล ไม่เกี่ยว แต่ยอมรับรู้จัก เพราะเป็นคนเหนือ เคยอยู่พรรคเพื่อไทยมาก่อน เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นน้องเท่านั้น พร้อมทั้งระบุว่าศิษย์เก่าไทยรักไทยทั้งหลายถ้าคนไหนออกไป ไม่เป็นปฏิปักษ์กับพรรค และเขาอยากกลับมาก็ไม่น่าเสียหายอะไร แหม อย่างนี้เขาเรียกว่าส่งสัญญาณไฟเขียวหรือเปล่า แต่ที่เขาสงสัยกันคือ หากเพื่อไทยแลนด์สไลด์จริงจะกล้าให้เก้าอี้รัฐมนตรีแป้งมันผู้นี้หรือไม่อย่างไร ...๐
ทิ้งท้ายด้วยข่าวใหญ่วงการโทรคมนาคมกันบ้าง เพราะ ดีล “ทรู-ดีแทค” ได้เจอโรคเลื่อนอีกครั้ง ในการประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม แต่ “ไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล” รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. ยืนยันแล้วว่าจะมีการหยิบยกมาถกใหม่อีกรอบในวันที่ 20 ต.ค. แล้วจะชี้ขาดไม่การยืดเยื้อแน่ งานนี้ก็คงต้องติดตามกันแบบตามไม่กะพริบว่าจะออกหัวหรือก้อยกันแน่ ...๐
ท.ศักดิ์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
แม้รัฐบาลภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล จะก้าวขึ้นสู่อำนาจด้วยเสียงสนับสนุนอย่างท่วมท้นในสภา แต่เส้นทางการบริหารประเทศจากนี้ไป ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ หากเต็มไปด้วย “โจทย์ใหญ่” และ “ปมเสี่ยง” ที่อาจกลายเป็นแรงสะเทือนทางการเมืองได้ทุกเมื่อ
บันทึกหน้า 4
บันทึกท่ามกลางอากาศร้อน แต่ยังร้อนไม่เท่ากับบรรยากาศด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมในบ้านเรา เพราะ "หน้าตา ครม.ชุดใหม่" ทำท่าว่ามิได้ไฉไลไปกว่าเก่า เพราะยังคงยึดโยงอยู่กับวัฒนธรรม "แบ่งโควตา" เก้าอี้สนองก๊วนแก๊งบ้านเล็กบ้านใหญ่เหมือนเดิม .
บันทึกหน้า 4
ท่วมท้น! 293 เสียง "อนุทิน ชาญวีรกูล" ฉลุยนายกฯ สมัย 2 ถึงจะโดนฝ่ายค้านรุมอภิปรายกังขาปมจริยธรรมในเรื่องคดีฮั้ว สว. ก็ตาม "
บันทึกหน้า 4
ต้องบอกว่าการเลือกตั้งเมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ได้ถึงทางแยกที่สำคัญประการหนึ่ง เมื่อศาล รัฐธรรมนูญมีมติ 6 ต่อ 3 รับคำร้องที่ “ผู้ตรวจการแผ่นดิน” ขอให้พิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 ในการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีการใช้รหัสแท่งหรือบาร์โค้ดและรหัสคิวอาร์ ที่จะทำให้การออกเสียงลงคะแนนไม่ได้เป็นไปโดยลับตามรัฐธรรมนูญ
บันทึกหน้า 4
สงครามสหรัฐ-อิสราเอลบุกอิหร่าน ส่งผลกระทบไปทั่วโลก โดยเฉพาะการขนส่งน้ำมันดิบผ่านช่องแคบฮอร์มุซไม่ได้ ประเทศไทยก็โดนกันทั่วหน้า ประชาชนแตกตื่นแห่ไปเติมน้ำมัน แต่ปั๊มไม่มีน้ำมันพร้อมขึ้นป้าย "อยู่ระหว่างการขนส่ง" และในวันที่ 18 ส.ค.
บันทึกหน้า 4
ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กำลังส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานทั่วโลก หนึ่งในประเด็นที่เริ่มถูกจับตาในประเทศไทยคือ ความเสี่ยงเรื่องการขาดแคลนน้ำมัน ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ รัฐบาลจึงเริ่มออกมาตรการประหยัดพลังงานในภาครัฐ เช่น การให้หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจทำงานที่บ้าน หรือ Work from Home (WFH) ลดการเดินทาง รวมถึงชะลอการดูงานต่างประเทศ


