บันทึกหน้า 4

ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด วันเวลาแห่งการเลือกตั้งเข้าสู่โหมดนับถอยหลัง วาระรัฐบาล "พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา" อยู่ครบเทอม จะมีการเลือกตั้ง 7 พ.ค.2566 ตามที่กรรมการการเลือกตั้งกางปฏิทินเอาไว้ แต่หากเกิดสะดุด ยุบสภาไปก่อน การเลือกตั้งยิ่งจะเกิดขึ้นเร็วไปอีก พรรคพลังประชารัฐในฐานะแกนนำฝ่ายรัฐบาลน่าเป็นห่วง มีข่าวออกมาต่อเนื่อง กลุ่มนั้นกลุ่มนี้จะย้ายไปพรรคการเมืองนั้นการเมืองนี้ นโยบายเปิดตัวช้ากว่าพรรคการเมืองอื่น ทิศทางพรรคยังไม่รู้จะเอาอย่างไร ตกลงเลือกตั้งรอบหน้าใครจะเป็นคนถือธงนำทัพสู้ศึกเลือกตั้งกันแน่ ระหว่าง 2 พี่น้อง พล.อ.ประยุทธ์ หรือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ กระแสพรรคในภาพรวม ไม่สู้ดีนัก หันไปมองตรงไหน เจอแต่ปัญหา การเลือกตั้งอีก 6-7 เดือนข้างหน้า จะว่าช้าก็ช้า เร็วก็เร็ว ยังพอมีเวลาเร่งจัดกระบวนทัพ ปรับภาพลักษณ์ ก่อนจะสายเกินไป

ทุกวันจันทร์ "พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ" รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ยังคงขมีขมันลงพื้นที่ รอบนี้ขนคณะรัฐมนตรีหลายคนไปตรวจราชการ จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อติดตามสถานการณ์และการบริหารจัดการน้ำ สถานการณ์ปาล์มน้ำมัน พบปะพูดคุยกับชาวบ้าน พอทำให้กระชุ่มกระชวย ได้กำลังใจกลับมา อย่างน้อยยังมีชาวบ้านคอยเชียร์ คอยให้กำลังใจอยู่บ้าง เลือกตั้งรอบหน้า สนามภาคใต้ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย และพรรคพลังประชารัฐ ที่ดูจะมีความหวังมากกว่าภาคอื่นๆ คงจะสู้รบกันอย่างดุเดือด เพราะถือว่ามีความหวังมากที่สุด พลันถูกนักข่าวถามถึงความคืบหน้าการวางตัวผู้สมัคร ส.ส.สุราษฎร์ธานี ของพรรคพลังประชารัฐ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า อยู่ระหว่างกำลังพิจารณาพร้อมกับบอกอีกว่า มีคนสนใจสมัครมากกว่า 20 คน ทั้งที่มีเพียง 7 เขตเลือกตั้งให้ได้ช่วงชิงชัย

หันมามองฝ่ายค้าน โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย นำทัพโดย "นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว" หัวหน้าพรรคและแกนนำพรรคหลายคน หายใจเข้า หายใจออกเป็นแลนด์สไลด์ มั่นใจในกระแสพรรค นโยบาย ที่ดีวันดีคืน มั่นใจเหลือเกินจะชนะศึกเลือกตั้งอย่างแน่นอน นโยบายพรรคจะทยอยเปิดออกมาเป็นระยะๆ ส่วนข่าวกลุ่มธรรมนัส พรหมเผ่า จากพรรคเศรษฐกิจไทย จะหอบหิ้ว 13-14 ส.ส.มาอยู่ด้วย ก็เกิดปฏิกิริยาในพรรคทันที มีทั้งฝ่ายเห็นด้วยกับฝ่ายไม่เห็นด้วย โดยเฉพาะนักกลยุทธ์ในห้องแอร์ตั้งป้อมค้าน กลัวว่าจะเกิดปัญหา เป็นผลเสียมากกว่าผลดี และ 13-14 ส.ส.เอาเข้าจริง อาจจะมีไม่ถึงก็ได้ ขณะที่ฝ่ายเห็นด้วยก็มี บอกว่าถ้าจะได้แลนด์สไลด์ ต้องระดมทุกสรรพกำลัง ไม่ว่ากลุ่มธรรมนัส กลุ่มสมศักดิ์ เทพสุทิน หรือ กลุ่มสุชาติ ตันเจริญ ที่มีข่าวจะมาซบเพื่อไทย เราต้องอ้าแขนเปิดรับให้หมด เพื่อสานฝันแลนด์สไลด์ ทวงอำนาจรัฐ

ด้วยเงื่อนไขกฎระเบียใหม่ในการเลือกตั้งรอบหน้า พรรคเล็กคงเกิดได้ยาก เท่าที่คิดคำนวณ หากจะได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อสักคน อาจต้องได้เสียงถึง 3.5 แสนคะแนน ผิดกับรอบที่แล้วได้เพียงแค่หมื่นต้นๆ ไม่ต้องถึงแสน ก็ได้ ส.ส.มาแล้ว ดังนั้น การแยกกันทำพรรค แยกกันเดิน แยกกันทำพรรค มีแต่เสียเปรียบ ดีลการควบรวมพรรคผนึกกันให้แข็งแกร่ง จะได้ต่อกรกับพรรคใหญ่ได้ จึงเป็นหนทางที่ดี พรรคสร้างอนาคตไทย "นายอุตตม สาวนายน" หัวหน้าพรรค ยอมรับมีการพูดคุยกันเป็นระยะๆ กับพรรคไทยสร้างไทยของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แว่วๆ มาว่า เงื่อนไขการจัดสรรหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค แคนดิเดตนายกฯ การเกลี่ยพื้นที่ ลงตัวเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ใกล้ลงตัว ในวงเล็บถ้าไม่เกิดติดขัดอะไรอีก ว่ากันว่าในเดือนพฤศจิกายน ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด น่าจะมีการเปิดตัวอย่างแน่นอน.

ม้าไม้

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

“ตรุษจีนปีม้า” 17 กุมภาพันธ์นี้ ก็หวังว่าประเทศไทยคงได้เฉลิมฉลองอย่างสนุก เพราะ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ ควงคู่ศรีภรรยา “ธนนนท์ นิรามิษ” ไปร่วมเฉลิมฉลองงานตรุษจีนเมื่อวันพุธที่ 11 ก.พ.2569

บันทึกหน้า 4

ผลการเลือกตั้ง สส.เมื่อวันที่ 8 ก.พ. พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ชนะอันดับหนึ่งแบบถล่มทลาย ได้ 193 เสียง พรรคประชาชน (ปชน.) 118 พรรคเพื่อไทย (พท.) 74 พรรคกล้าธรรม (กธ.) 58 พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) 22 เซียนการเมือง

บันทึกหน้า 4

เรียกได้ว่า หักปากกาเซียน กันทั้งประเทศ สำหรับผลการเลือกตั้งครั้งนี้ ที่พรรคน้ำเงิน พรรคภูมิใจไทย ผงาดขึ้นมาแบบเหนือความคาดหมาย กวาดคะแนนนำเป็นอันดับหนึ่งอย่างขาดลอย ด้วยผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการถึง 194 เสียง ทิ้งห่างพรรคประชาชนที่ตามมาเป็นอันดับสอง 116 เสียง และพรรคเพื่อไทยที่ได้เพียง 76 เสียง

บันทึกหน้า 4

บันทึกไว้ให้ช่วยกันจดจำว่า การเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 ก.พ.2569 เป็นการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นตามกระบวนการยุบสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งถือเป็นการเลือกตั้งตามครรลองประชาธิปไตยปกติ ไม่ใช่การเลือกตั้งที่เกิดขึ้นหลังการยึดอำนาจหรือรัฐประหารหรือมีการฉีกรัฐธรรมนูญ

บันทึกหน้า 4

ใกล้ปิดฉาก "เลือกตั้ง 2569" เริ่มต้นชะตาบ้านเมืองรอบใหม่ วันอาทิตย์นี้ตัดสินสีไหนจะเข้าวิน ระหว่างน้ำเงินภายใต้การนำของ "นายกฯ หนู" อนุทิน ชาญวีรกูล" กับส้ม ของ "หัวหน้าเท้ง" ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ

บันทึกหน้า 4

นับถอยหลังเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่และการออกเสียงประชามติที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แล้ว และดูเหมือน หนังหน้าไฟอย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ยังคงเป็นเป้าหลักของการวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งก็ไม่แปลกใจแต่ประการใด เพราะผลการทดลองงานในการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ. แม้จะคึกคักอย่างยิ่ง แต่ก็มากด้วยปัญหาสารพัดสารพัน