สวมหมวกคนขี้บ่น ฉลองครบรอบไทยโพสต์

    วันนี้ขอสวมหมวกคนขี้บ่นครับ

    อย่างที่แฟนคอลัมน์คงทราบดี ผมเกิดสหรัฐอเมริกา อยู่ที่นู่นจนถึงอายุ 12-13 ปี แล้วกลับมาอยู่เมืองไทยตลอด เรียนมัธยมปลายในไทย จบปริญญาตรีในไทย ที่ผมต้องเขียนเน้นตรงนี้ เพราะคนยังเข้าใจว่าผมอยู่เมืองนอกตลอด แล้วเพิ่งกลับมาอยู่เมืองไทยเมื่อไม่นานมานี้

    ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแรกของผม แล้วผมเรียนรู้ภาษาไทยตอนกลับมาอยู่เมืองไทย ดังนั้นผมยอมรับว่าหลายครั้งหลายคราว เรื่องพื้นฐานภาษาไทย ผมจะไม่ลึกซึ้งเท่าคนไทยแท้ ซึ่งหมายถึงคนที่เกิดเมืองไทย และใช้ภาษาไทยเป็นภาษาแรกของเขา หลักภาษาไทยหลายอย่าง ถึงแม้คนจะอธิบายผมแทบตายก็ตาม ผมจะไม่เข้าใจ ผมเข้าใจในหลักการและเหตุผล แต่ผมจะไม่เข้าใจว่าอันนี้จะเป็นหลักทำไม

    อย่างแรก ตอนผมเรียนปริญญาตรี (ย้ำอีกครั้งว่าเรียนในไทยครับ ไม่ใช่เมืองนอก) ผมเรียนที่มหาวิทยาลัยมหิดล คณะอินเตอร์ (ซึ่งรุ่นผมเป็นรุ่นที่ 2 หรือ 3 ผมไม่แน่ใจ) เวลาผมเจอชาวต่างชาติ แล้วบอกเขาว่าผมเรียนที่ Mahidol University เขามักจะพูดว่า “Oh, MahidoLLL University!” ผมต้องบอกว่า ไม่ใช่ MahidoLLL แต่ออกเสียงว่า Mahidon

    ทุกคนจะถามว่า ถ้าตัว “L” ออกเสียงเป็นตัว “N” ทำไมไม่สะกดเป็นตัว “N” ไปเลยละ?

    ผมก็ไม่รู้จะตอบอย่างไร ก็เลยถามผู้มีความรู้ภาษาไทยดีกว่าผมหลายร้อยล้านเท่า สิ่งแรกที่เขาจะพูดคือ “เพราะคำว่ามหิดลจบด้วย ล ไม่ได้จบด้วย น” แต่ผมก็เถียงกับเขาทุกครั้งว่า อันนั้นคือหลักภาษาไทย ล แทน น ได้ แต่ในภาษาอังกฤษ L กับ N มันคนละโลกกันเลย แล้วมันใช้แทนกันไม่ได้

    หลังจากคนนั้นรำคาญแล้วเดินหนีไป คนถัดไปที่ผมถามคำถามเดิมจะตอบว่า “ถ้าในภาษาอังกฤษสะกดคำว่า มหิดล เป็น Mahidon มันจะออกเสียงว่า มะ-ฮิ-ดอน” ซึ่งผมก็จะเถียงกลับไปทุกครั้งว่า “มะ-ฮิ-ดอน (Mahidon) ยังดีกว่า MahidoLLLL ไม่ใช่เหรอ?” พอผมพูดเสร็จคนนี้รำคาญแล้วเดินต่อไป และจากสมัยที่ผมเรียนที่มหาวิทยาลัยมหิดลจนถึงบัดนี้ ยังไม่มีใครสามารถให้คำตอบต่างจากคำตอบตอนผมอายุ 18-19 ตอนเข้าปีหนึ่งใหม่ๆ

    ประการต่อไปครับ (บอกแล้วว่าวันนี้ผมสวมหมวกคนขี้บ่น) ผมไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเป็น “วันคล้ายวันเกิด” แทน “วันเกิด” ผมเข้าใจคำอธิบาย ว่าคนเราเกิดเพียงครั้งเดียว ดังนั้นจะมีวันเกิดเพียงครั้งเดียวในชีวิต ผมเพียงไม่เข้าใจว่าทำไมในบางเรื่องมันต้องละเอียดและตรงดิ่งขนาดนั้น ผมอยากย้อนกลับไปถามทุกครั้ง ว่าหลักเกณฑ์หลักการของ “วันคล้ายวันเกิด” มันคิดลึกไปนิดนึงหรือเปล่า และมีที่มาที่ไปมาอย่างไร? ผมถามใครต่อใคร ไม่มีใครสามารถอธิบายต่างไปกว่า “…คนเราเกิดเพียงครั้งเดียว….”

    ผมเข้าใจว่าแฟนคอลัมน์หลายท่าน อ่านคอลัมน์วันนี้และคงมองบน แล้วคงคิดในใจว่า “ไอ้นี่ มันไม่รู้เรื่องหรอก เพราะมันเกิดเมืองนอก” หรือ “ทำไมมันถามอะไรโง่ๆ วะ” แต่ผมถามกลับกันว่า เมื่อผมมีคำถามแบบนี้ มีใครมีคำตอบไหมครับ? หรือคำตอบที่ผมได้รับมาโดยตลอด ผมน่าจะพอใจแล้วเพราะนั่นคือคำตอบ

    ผมบอกเลยว่า คำถามที่ผมถามในวันนี้ ไม่ได้ถามเพื่อกวน your feet เล่นๆ หรือถามเพื่อหาเรื่อง แต่สำหรับใครที่รู้จักผมตั้งแต่ผมอยู่เมืองไทย แล้วตั้งแต่ผมเรียนภาษาไทยใหม่ๆ คำถามเหล่านี้เป็นคำถามที่ผมถามตั้งแต่ตอนนั้น จนถึงบัดนี้ แล้วไม่ได้คำตอบที่ต่างไปกว่าคำตอบที่เคยได้มา และส่วนใหญ่หลังจากที่ให้เขาให้คำตอบกัน แล้วผมสวนคำถามของผมกลับไป ส่วนใหญ่เขาจะตอบว่า “เออว่ะ” ถ้าพูดเต็มประโยคก็คือ “เออว่ะไม่รู้เหมือนกัน”

    ลองกลับกันครับ ที่ผมถามคำถามเหล่านี้ เพราะผมเรียนภาษาไทยเป็นภาษาที่สอง ดังนั้นผมอยากเข้าใจคำศัพท์ให้ดีก่อนที่ผมจะใช้ให้ถูก เหมือนตอนผมเป็นพิธีกรฟุดฟิดฟอไฟ คำถามจากคนไทยที่อยากเรียนรู้ภาษาอังกฤษ มีคนถามผมขึ้นมาว่า ทำไมแพะในภาษาอังกฤษ (Goat) เมื่อมีมากกว่าหนึ่งตัวขึ้นไปจะสามารถเป็น Goats ได้ แต่แกะในภาษาอังกฤษ (Sheep) เมื่อมีมากกว่าหนึ่งตัวขึ้นไป ทำไมจะเป็น Sheeps ไม่ได้? แล้วทำไมคำว่า The เมื่ออยู่หน้าคำที่เริ่มต้น AEIOU ทั้งหลาย ทำไมถึงออกเสียง ดิ แต่เมื่ออยู่หน้าคำอื่นๆ ที่ไม่ใช่ AEIOU นั้น ทำไมออกเสียงว่า เดอะ?

    สำหรับเรื่องคำว่า Sheep นั้น พอถาม Google ก็ให้คำตอบที่ไม่ต่างไปกว่า “คำว่ามหิดล จบด้วย ล ไม่ได้จบด้วย น” และ “…เราเกิดเพียงครั้งเดียว….” ผมขอลอกจาก Google ไปเลยครับ “The old English form of sheep was scep (among a few others), a neuter noun, whose historical plural ended in u. After the loss of this ending, the singular and the plural merged; hence one sheep…many sheep.” เข้าใจมากขึ้นไหมครับ? หรือจะสงสัยเรื่อง Sheep(s) เหมือนที่ผมสงสัยเรื่อง “มหิดล” กับ “วันคล้ายวันเกิด”? ผมว่าเป็นสิ่งที่ดีครับ เราจะได้อยู่ในกลุ่มไร้สาระด้วยกัน

    ประการสุดท้ายในวันนี้ เข้าเรื่องของไทยโพสต์ตรงๆ อย่างที่เราทราบกันอยู่ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เป็นวันครบรอบ 26 ปีของไทยโพสต์ โดยทั่วไปมันน่าจะจบอยู่เพียงแค่นี้ เพราะไทยโพสต์ก่อตั้งเมื่อ 26 ปีที่แล้ว และจะครบรอบ 27 ปี ปีหน้า แต่ไม่ได้นะครับ หลักภาษาไทยไม่ให้ หลักเกณฑ์ภาษาไทยบอกว่า เมื่อถึงวันครบอะไรก็แล้วแต่ (เอาไทยโพสต์เป็นตัวอย่าง) จะต้องเริ่มใช้คำว่า “ก้าวสู่” วันนั้นทันที เพราะ “วันครบ” มีเพียงวันเดียว หลังจากวันนั้นจะเป็นช่วงก้าวสู่วันครบถัดไป

    อันนี้ผมยอมรับว่า ผมเข้าใจหลักเกณฑ์หลักการและคำอธิบาย แล้วผมสามารถยอมรับอันนี้มากกว่า “วันคล้ายวันเกิด” ผมมีเพียงคำถามเดียวว่า มันไม่ละเอียดและลึกไปนิดหนึ่งเหรอ? อย่างที่บอกครับ วันนี้ผมสวมหมวกคนขี้บ่น ถือว่าวันนี้เป็นวันเบาสมองในวันหยุดพักผ่อนยาว

    สุขสันต์วันคล้ายวันเกิดของหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ครบรอบ 26 ปี ก้าวสู่ปีที่ 27 (เอามันให้ครบครับ).

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“…Throw things close to the criminal, use them as weapons; scream; act with all your might…”

ไม่ว่าเราจะอยู่ในยุคใด อายุเท่าไหร่ ถือสัญชาติอะไร และนับถือศาสนาอะไรนั้น คนเราทุกคนมีความเหมือนอยู่อย่างหนึ่งคือ สำหรับข่าวคราวที่เราได้รับจากสื่ออะไรก็แล้วแต่ มันจะมีบางเรื่องสามารถทำให้เราหยุดชะงัก ตกใจ และสะเทือนใจระดับหนึ่ง ยิ่งถ้าเป็นเรื่องที่ไม่เกิดขึ้นมาก่อน เช่น เหตุการณ์ 9/11

Isra Sunthornvut…UN Goodwill Ambassador…“ไปรษณีย์ไทย”…จ้า

ในยุคที่สังคมเราแตกแยก เป็นยุคที่คนเราพร้อมถกเถียงทุกเรื่องเพื่อหวังชนะ เป็นยุคที่ “เรา” ถูก และ “มัน” ผิด มีอยู่เรื่องหนึ่งที่ทุกคนคงเห็นพ้องกัน ไม่ว่าจะใส่เสื้อสีอะไร ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ ไม่ว่าจะถือสัญชาติอะไร หรือนับถือศาสนาอะไร เรื่องที่ทำให้ทุกคนสามัคคีกันคือเรื่องการระแวงเมื่อเห็นเบอร์แปลกๆ โทร.เข้ามือถือของเรา

คน'ขี้แพ้'ที่'ไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง'จริง

เมื่อไม่นานมานี้ ในช่วงที่บ้านเรามีปัญหาทางการเมือง มีการชุมนุม มีการประท้วงเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง ซีกฝ่าย “ประชาธิปไตย” มักพูดอยู่เสมอว่า พรรคฝ่ายตรงข้ามเป็นพวก “ขี้แพ้” “ไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง” “ค้านมันทุกเรื่อง” บวกกับข้อกล่าวหาอื่นๆ อีกมากมาย

Damned if you do, damned if you don’t

เหตุการณ์ที่สะเทือนขวัญแฟนกีฬาอเมริกันฟุตบอลเมื่อคืนวันจันทร์ (เช้าวันอังคารบ้านเรา) ในเมือง Cincinnati รัฐ Ohio ระหว่างทีม Buffalo Bills กับ Cincinnati Bengals ถือว่าเป็นเหตุการณ์ที่ทั้งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น

“...ที่ต้องการเพียงจะลา มองหน้าเธออีกครั้ง เอ่ยคำลา...คำที่มันคาใจ...”

วันนี้เป็นวันดี เป็นวันเริ่มต้นปีใหม่ เป็นวันแห่งความหวังสำหรับตลอดทั้งปีที่อยู่ข้างหน้า เป็นวันแรกที่เราจะต้องหัดเขียนพุทธศักราชใหม่ จาก 2565 (หรือ 2022) เป็น 2566 (หรือ 2023) เวลาจะเซ็นเอกสารหรือเซ็นเช็คก็ตาม ซึ่งน่าจะหลายอาทิตย์ (หรือเดือน) กว่าเราจะเขียน 2566 (2023) แบบอัตโนมัติได้

Merry Christmas, President Zelensky

ในสัปดาห์ที่ผ่านมามีเหตุการณ์สำคัญระดับประวัติศาสตร์เกิดขึ้น ในเรื่องที่พวกเรารู้สึกเย็นชา หรือลืมด้วยซ้ำ