เป็นเวลา 2 เดือนแล้วที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ไปต่อจากการตีความเรื่องการดำรงตำแหน่ง 8 ปี ที่ ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยเมื่อวันที่ 30 กันยายน ซึ่งต้องบอกว่า “ลุงตู่” ยังคงรักษาสภาพที่บอกว่าจะไม่ตอบโต้ทางการเมืองและมุ่งทำงานไว้ได้ ต้องบอกว่า “ตบะ” และอารมณ์ของนายกฯ ดีขึ้นอย่างมาก เพราะหากเป็นเมื่อก่อน เพียงแค่ 3-7 วันเท่านั้นก็เกิดอาการเม้งแตกเสียแล้ว โดยเฉพาะบรรดาสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาล ที่จะโดนเป็นดอกแรกก่อน แต่ ยามนี้ “ลุงตู่” กลับทำได้กว่า 60 วันเลยทีเดียว...๐
อาจเป็นเพราะมี “รองโฆษกสาว” อย่าง “ทิพานัน ศิริชนะ” เข้ามาทำหน้าที่ตอบโต้ ทางการเมืองแทนลุงตู่ในเวทีอย่างเป็นทางการ รวมทั้งมี “ธนกร หวังบุญคงชนะ” อดีตโฆษกรัฐบาล และ “เสกสกล อัตถาวงศ์ อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ยังคงมาร่วมพาเหรดตอบโต้ฝ่ายแค้นและฝ่ายค้านอย่างต่อเนื่องอยู่เนืองๆ จึง ทำให้ “ลุงตู่” ไม่จำเป็นต้องออกหน้าชนเองก็เป็นได้...๐
กลางสัปดาห์งวดนี้ต้องบอกว่าไม่ใช่ “พุธสัญจร” แต่เป็น “พุธกฎหมาย” ล้วนๆ โดยเฉพาะกฎหมายที่มีผลกระทบในวงกว้าง 2 ฉบับที่ถูกเฝ้าจับตามาตั้งแต่ต้น ทั้งร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ ..) พ.ศ..... หรือร่างกฎหมายสุราก้าวหน้า ที่ “พรรคก้าวไกล” หวังสร้างชื่อและหวังนำมาใช้ชูหาเสียงในการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น แทนที่การแก้ไขมาตรา 112 เพราะตั้งแต่ที่เปิดประเด็นดังกล่าวมา ก็มีแต่เสียงชยันโต ขนาดพรรคร่วมฝ่ายค้านยังไม่กล้าประกาศที่จะจับมือขอแก้ไขในเรื่องดังกล่าวแต่ประการใด...๐
แล้วก็ไม่พลาดอีกเช่นกัน สำหรับ “อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล” ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ที่พยายามจะใช้เวทีสภาในการถกแถลงเรื่องมาตรา 112 โดยคราวนี้ก็พยายามพาดโยงสถาบันและศาลสถิตยุติธรรม แต่เมื่อเจอกับ “ชวน หลีกภัย” ที่นั่งเป็นประธานทำหน้าที่ ก็เลยทำให้คุณน้องหลังม็อบไม่สามารถโชว์พาว โชว์การถ่ายทำเพื่อเอาไปลง “เฟซบุ๊ก” สร้างชื่อได้ นี่ถ้าหากเป็น การประชุมรัฐสภาที่มีประธานชื่อ “พรเพชร วิชิตชลชัย” ก็คงเสร็จสมอารมณ์หมายไปแล้ว แหม! ถ้าอมรัตน์อยากพูดจริง ทำไมไม่พูดข้างนอก หรือเขียนความเห็นในเฟซบุ๊กก็ได้ หรือสบช่องว่ามีการถ่ายทอดสดและมีเอกสิทธิ์คุ้มครองกันจ๊ะ ถึงได้กล้าหาญชาญสมรหวังให้ตกเป็นข่าวในสายตาชาวบ้านร้านถิ่น…๐
กลับมาเรื่องกฎหมายสุราก้าวหน้าบ้าง ต้องเรียกว่า “ไทม์ไลน์” ของรัฐบาลในการเตะตัดขาพรรคก้าวไกลไม่สวยเลยจริงๆ ในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 1 พ.ย.แล้วมีการประกาศกฎกระทรวงการผลิตสุรา พ.ศ.2565 ลงในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 139 ตอนที่ 68 ในวันเดียวกัน เพราะไม่ว่าจะมองอย่างไร ก็เหมือนการส่งซิกชัดแจ้งชัดเจนให้คว่ำกฎหมายสุราก้าวหน้า แม้กฎกระทรวงดังกล่าวจะมีการผ่อนคลายจากกฎเมื่อปี 2560 ก็ตามที แต่เล่นออกมาก่อนที่จะมีการโหวตกฎหมายของพรรคก้าวไกลเพียงวันเดียวก็ทำให้คิดอย่างอื่นไปไม่ได้...๐
ทั้งนี้ หากพิจารณาด้วยใจเป็นกลาง ก็ต้องยอมรับว่า กฎกระทรวงมีการเปิดกว้างมากกว่าเดิม ที่สำคัญให้ความสำคัญกับผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อมมากกว่ากฎหมายสุราก้าวหน้าอย่างมาก แม้ “เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร” ส.ส.กรุงเทพฯ พรรคก้าวไกล จะแก้ต่างว่ามีกฎหมายอื่นที่จะดูแลในเรื่องนี้เหล่านี้ แต่ในความเป็นจริงจะปล่อยให้เกิดวัวหายแล้วล้อมคอกขึ้นมาอีกแล้วหรือ ไหนบอกว่าเป็นพรรคที่คนเท่าเทียมกัน แต่ดูเหมือนงานนี้ “ก้าวไกล” จะมองแค่ประชาชนผู้ผลิตเบียร์เป็นพลเมืองที่ต้องให้ความสำคัญมากกว่าผู้บริโภคและผู้ที่ต้องอยู่บ้านใกล้เรือนเคียงผู้ผลิตเบียร์หรือไม่อย่างไร...๐
แต่ทำขำไม่ออกมากที่สุดในกรณี “สุราก้าวหน้า” คงหนีไม่พ้นครอบครัวชินวัตรนั่นแล เพราะคงรู้กระแสว่าเรื่องดังกล่าวสามารถไปต่อยอดในเรื่องแลนด์สไลด์ได้มากน้อยเพียงใดพอๆ กับกัญชา จึงทำให้ “แพทองธาร ชินวัตร” หรืออุ๊งอิ๊งค์ หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ต้องออกมาทวีตข้อความว่าพรรคเพื่อไทยจะสนับสนุนเรื่องนี้ ซึ่งแค่นี้ก็คงไม่น่าขำ แต่ที่บอกต่อว่าสมัยไทยรักไทย (ทรท.) เคยทำนโยบายสุราเสรี แต่เมื่อถูกรัฐประหารสุราเสรีก็หายไป นี่เตรียมมุกไปเล่นตลกคาเฟ่ที่ไหนละเนี่ย เพราะหากต้องการผลักเรื่องสุราเสรีจริงอย่าลืมว่า ต่อมายังมี รัฐบาลที่มีนายกฯ ชื่อ “สมัคร สุนทรเวช”, สมชาย วงศ์สวัสดิ์ และล่าสุด “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ทำไม่ได้สานต่อเล่า ฉะนั้นอิ๊งค์อย่าอ้างเรื่องรัฐประหารล้มสุราเสรี มันจะขำจนท้องแตกตายน่ะตัวเอง…๐
ท.ศักดิ์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
นับถอยหลังเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่และการออกเสียงประชามติที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แล้ว และดูเหมือน หนังหน้าไฟอย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ยังคงเป็นเป้าหลักของการวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งก็ไม่แปลกใจแต่ประการใด เพราะผลการทดลองงานในการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ. แม้จะคึกคักอย่างยิ่ง แต่ก็มากด้วยปัญหาสารพัดสารพัน
บันทึกหน้า 4
โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ปฏิเสธว่า ไม่เคยพูดว่า ภท.จะได้ สส. 200 ที่นั่ง ความจริงแล้วสื่อถามนำ นายอนุทินก็รับลูกไปตามน้ำ แต่ภายใน ภท.ประเมินกันว่าจะได้ สส.เขตประมาณ 150-160 ที่นั่ง
บันทึกหน้า 4
การเมืองไทยในห้วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งครั้งนี้ กำลังสะท้อน “รอยเดิมที่ไม่เคยหาย” และ “บทเรียนที่บางฝ่ายยังดื้อจะไม่เรียนรู้” ไม่ว่าจะเป็นฝั่งพรรคส้ม หรือฝั่งฝ่ายอนุรักษนิยมเองก็ตาม
บันทึกหน้า 4
เห็นนักการเมืองมักเสนอตัดงบประมาณกองทัพ งานด้านความมั่นคง อย่างภาคภูมิใจ แต่น้อยคนที่จะเสนอตัดงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับตัวเองโดยตรง นั่นคือเงินเดือน สส. ค่าตอบแทน รวมไปถึงผู้ช่วย สส. ที่แต่ละปีใช้งบประมาณแผ่นดินจำนวนมาก ยิ่งช่วงหาเสียงเลือกตั้งแบบนี้ก็ยิ่งแล้วใหญ่ หาพรรคการเมืองที่ชูนโยบายรัดเข็มขัดรัฐสภา เพื่อช่วยลดงบประมาณแผ่นดินยามประเทศเจอวิกฤตเศรษฐกิจไม่ได้เลย
บันทึกหน้า 4
"แบงก์ชาติ" ออกโรงเอง! "วิทัย รัตนากร" ผู้ว่าการ ธปท. สายบู๊ นั่งเก้าอี้ไม่ถึง 4 เดือน ลุยปราบทุนเทา ล่าสุดโชว์ผลงานช่วยจับซื้อเสียง หลังได้กลิ่นตุๆ ในช่วง 2 สัปดาห์นี้ มีการถอนเงินสดก้อนใหญ่ประมาณ 450 ล้านบาท
บันทึกหน้า 4
เรียกว่าเริ่มเข้าสู่โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งแล้ว พรรคการเมืองต่างๆ ก็เริ่มปล่อยหมัดเด็ดหมัดน็อกออกมากันยกใหญ่ โดยใน ค่ายน้ำเงินของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นอกจากเดินสายหาเสียงแบบออร์แกนิกแล้ว


