สำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เสนอผลสำรวจเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาเรื่อง เพื่อไทยแลนด์สไลด์ จาก 1,643 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 1–5 พฤศจิกายน พ.ศ.2565 ที่ผ่านมา พบว่าถ้าวันนี้เป็นวันเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทยจะชนะการเลือกตั้งด้วยจำนวนที่นั่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อมากที่สุด คือ 25 ที่นั่ง และอาจสูงขึ้นถึง 30 ที่นั่งในการตัดสินใจของประชาชนทั้งประเทศ รองลงมาคือ พรรคภูมิใจไทย ประมาณการว่าจะได้ 21 ที่นั่ง และอาจจะสูงถึง 26 ที่นั่ง ตามมาด้วยพรรคพลังประชารัฐคาดว่าจะได้ 16 ที่นั่ง หรืออาจจะสูงถึง 21 ที่นั่ง โดยยังไม่มีปัจจัยย้ายพรรคของ ส.ส.จากพรรคพลังประชารัฐ และความขัดแย้งจนแพแตกแยกทางกันเดิน ระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เกิดขึ้นเพิ่มเติม อันดับที่สี่และอันดับที่ห้าสูสีกัน คือ พรรคประชาธิปัตย์กับพรรคก้าวไกล โดยพรรคประชาธิปัตย์คาดว่าจะได้ 11 ที่นั่ง และพรรคก้าวไกลคาดว่าจะได้ 9 ที่นั่ง พรรคชาติไทยพัฒนา 3 ที่นั่ง และพรรคการเมืองอื่นๆ จำนวน 10 ที่นั่ง และมีจำนวนที่นั่งที่อาจจะเทไปให้พรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งอีกจำนวน 5 ที่นั่ง
เมื่อจำแนกตามภูมิภาคพบว่า พรรคเพื่อไทยแลนด์สไลด์ในภาคอีสาน ร้อยละ 45.6 รองลงมาคือ ภาคเหนือร้อยละ 32.9 ในกรุงเทพมหานครร้อยละ 29.6 ในภาคกลางร้อยละ 8.0 และในภาคใต้ร้อยละ 6.3 ตามลำดับ ในขณะที่พรรคภูมิใจไทยได้ในภาคกลางมากที่สุดคือ ร้อยละ 26.2 ภาคใต้ได้ร้อยละ 24.0 ภาคอีสานได้ร้อยละ 21.2 กรุงเทพมหานครได้ร้อยละ 19.3 และภาคเหนือได้ร้อยละ 7.8 ตามลำดับ
สำหรับพรรคพลังประชารัฐในเงื่อนไขว่ายังไม่มีการย้ายพรรคของ ส.ส. และยังไม่เกิดความขัดแย้งจนแพแตกแยกทางกันเดินระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พบว่า ภาคใต้ได้ร้อยละ 26.0 ภาคกลางได้ร้อยละ 25.8 กรุงเทพมหานครได้ร้อยละ 13.3 ภาคเหนือได้ร้อยละ 7.8 และภาคอีสานได้ร้อยละ 5.8 ตามลำดับ ในขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ ภาคใต้ได้ร้อยละ 24.3 ภาคกลางได้ร้อยละ 11.5 ภาคเหนือได้ร้อยละ 11.2 กรุงเทพมหานครได้ร้อยละ 7.4 และภาคอีสานได้ร้อยละ 3.7 ตามลำดับ ส่วนพรรคก้าวไกลกระจายไป ได้ภาคเหนือมากสุดร้อยละ 14.0 กรุงเทพมหานครได้ร้อยละ 9.6 ภาคอีสานได้ร้อยละ 8.7 ภาคกลางได้ร้อยละ 8.2 และภาคใต้ได้ร้อยละ 4.9 ตามลำดับ
ภาคใต้จะกลายเป็นสนามรบแรง 3 พรรค พรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทยและพรรคพลังประชารัฐ ในขณะที่ กรุงเทพมหานครจะขึ้นกับกระแสเป็นหลัก ที่โดดเด่นคือ พรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย พรรคพลังประชารัฐ และที่น่าจับตามองมากที่สุดในสนามกรุงเทพมหานครคือ พรรคก้าวไกล ด้วยสำหรับพื้นที่ภาคเหนือจะตกเป็นของพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกลที่เด่น ส่วนภาคกลางจะกลางจริงๆ คือกระจายกันไปหลายพรรค แต่ที่จะเด่นขึ้นมาคือ พรรคภูมิใจไทยกับพลังประชารัฐ แต่ถ้าแพแตกก็ค่อยว่ากันอีกภาพหนึ่ง ...๐
ถ้าผลเลือกตั้งจริงออกมาตามนี้ พอมองเห็นพรรคร่วมรัฐบาลรำไร เพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลแน่นอน ส่วนพรรคร่วมรัฐบาลลำดับถัดมาคงหนีไม่พ้นภูมิใจไทย เฉพาะส.ส.ปาตี้สิลต์ของ 2 พรรคนี้ก็เกินครึ่งไปแล้ว ส.ส.เขตก็จะเป็นไปในสัดส่วนเดียวกัน ฉะนั้นอาจเป็นรัฐบาล 2 พรรค และมีแนวโน้มสูงว่า พรรคก้าวไกลกับพรรคประชาธิปัตย์จับมือกันเป็นฝ่ายค้าน โดย "จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์" เป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ...๐
ไปดูผลงานรัฐบาลประยุทธ์ "ทิพานัน ศิริชนะ" รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดสถิติการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐปี 2565 มีประชาชนลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 5 กันยายน-31 ตุลาคม จำนวน 22,293,473 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2565 เวลา 15.00 น.) อย่าเพิ่งตกใจว่าคนไทยยากจนถึง 22 ล้านคนเลยหรือเพราะจากนี้จะมีการวิเคราะห์หลายมิติ ซึ่งในปี 2564 ระบุว่าประเทศไทยมีคนจนอยู่ที่ 4,404,616 ล้านคน คิดเป็น 6.32% ของประชากรทั้งประเทศ ทั้งนี้ เกณฑ์ตัดสินว่าบุคคลนั้นเข้าข่ายจนหรือไม่จนในปี 2564 คือรายได้ต่อเดือนที่ต้องได้ต่ำกว่า 2,802 บาทต่อคน/ต่อเดือน และหากพิจารณาข้อมูลย้อนไป 10 ปีจากสถิติ ยังพบว่าในปี 2555 ยังมีคนจนอยู่ถึง 8,441,462 คน
ดักคอฝ่ายค้านและพรรคเพื่อไทยต้องพึงระวังคือ หยุดด้อยค่าประชาชนจากสิทธิประโยชน์ที่ควรได้รับ หยุดดูถูกประชาชนที่ต้องการแบ่งเบาค่าใช้จ่าย หยุดตราหน้าประชาชนที่ลงทะเบียนว่าเป็น “คนจน” ต้องเลิกบิดเบือนข้อมูลที่ศึกษามาไม่ครบถ้วน ไม่ถูกต้อง แล้วนำไปสร้างวาทกรรม "คนจนเพิ่มขึ้น" จนสังคมและประชาชน 22,293,473 คนที่ลงทะเบียนสงสัยในความชัดเจนว่า ฝ่ายค้านและพรรคเพื่อไทยต้องการยกเลิกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐใช่หรือไม่ หากเป็นเช่นนั้นก็ประกาศให้ชัดไปเลย ...๐
เกษมราษฎร์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
บันทึกช่วยจำ วันนี้ 30 มี.ค. อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะนำรายชื่อ ครม.ชุดใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯถวายเพื่อโปรดพิจารณาตามกระบวนการ ต่อจากนั้น เป็นวาระของการแถลงนโยบาย 7-9 เม.ย.
บันทึกหน้า 4
เดือดกว่าในสภา! ลักหลับตอน 4 ทุ่ม แถมเลือกเวลาช่วงปิดประชุมสภาหลังถกญัตติด่วนวิกฤตน้ำมันพอดิบพอดี บอกว่าเลิกอั้น แต่ใครจะคิดว่าจะขึ้นพรวด 6 บาท เล่นเอาชาวบ้านสะดุ้งตื่น
บันทึกหน้า 4
ดูเหมือน การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 3 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1) เมื่อวันพุธที่ 25 มีนาคม พ.ศ.2569 ช่างคึกคักเสียจริง ซึ่งสาเหตุหลักก็คงมาจากเป็นสภาใหม่ถอดด้ามที่มีการประชุมครั้งแรก แต่ก่อนการประชุมนั้น “โสภณ ซารัมย์” ประธานสภาฯ พร้อมด้วยตัวแทนพรรคการเมืองก็ได้หารือถึงการกำหนดวัน-เวลาในการประชุมของทั่นผู้แทนยุคนี้ ...๐
บันทึกหน้า 4
โผ ครม.อนุทิน 2 สะเด็ดน้ำแล้วจำนวน 35 เก้าอี้ เหลือไว้ 1 เก้าอี้ ยังคงเผื่อไว้ให้ใครสักคน สำหรับ ดร.ปื๊ด-นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย ชัดเจนแล้วว่าไม่ได้ไปต่อ
บันทึกหน้า 4
แม้รัฐบาลภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล จะก้าวขึ้นสู่อำนาจด้วยเสียงสนับสนุนอย่างท่วมท้นในสภา แต่เส้นทางการบริหารประเทศจากนี้ไป ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ หากเต็มไปด้วย “โจทย์ใหญ่” และ “ปมเสี่ยง” ที่อาจกลายเป็นแรงสะเทือนทางการเมืองได้ทุกเมื่อ
บันทึกหน้า 4
บันทึกท่ามกลางอากาศร้อน แต่ยังร้อนไม่เท่ากับบรรยากาศด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมในบ้านเรา เพราะ "หน้าตา ครม.ชุดใหม่" ทำท่าว่ามิได้ไฉไลไปกว่าเก่า เพราะยังคงยึดโยงอยู่กับวัฒนธรรม "แบ่งโควตา" เก้าอี้สนองก๊วนแก๊งบ้านเล็กบ้านใหญ่เหมือนเดิม .


