
ใครจะเป็นรัฐบาลเที่ยวหน้า คอการเมืองเขาบอกว่าให้ดูจุดยืน "กลุ่มสามมิตร" ว่าเลือกอยู่ฝ่ายไหน ล่าสุดแกนนำกลุ่มอย่าง "เสี่ยไก่ชน" สมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ในฐานะประธานยุทธศาสตร์ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ประกาศสมัยหน้าขอปักหลักอยู่กับ "ลุงตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม และ "ลุงป้อม" พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐเช่นเดิม
"สมศักดิ์" อยู่บนถนนการเมืองไม่น้อยกว่า 40 ปี ถือว่าจมูกไว และมองการเมืองแบบทะลุขาด โดยมีฐานที่มั่นในจังหวัดสุโขทัย ผ่านการเป็นรัฐมนตรีมา 14 สมัย ทั้งสังกัดพรรคและร่วมทำการเมืองผ่าน 6 พรรคการเมือง
ได้แก่ พรรคกิจสังคม พรรคไทยรักไทย พรรคมัชฌิมาธิปไตย โดยมอบหมายให้ "เจ๊เป้า" อนงค์วรรณ เทพสุทิน ภรรยา เป็นหัวหน้าพรรคก่อนย้ายมาพรรคภูมิใจไทย ก่อนนำสมาชิกกลุ่มมัชฌิมาฯ กลับพรรคเพื่อไทย กระทั่งสุดท้ายตั้งกลุ่มสามมิตรและเข้าพรรค พปชร.จนถึงบัดนี้
โดยมีพันธมิตรทางการเมือง 4 ตระกูลเป็นฐานสำคัญ คือ "เทพสุทิน", "จึงรุ่งเรืองกิจ", "นาคาศัย" และ "นิติกาญจนา"
"สมศักดิ์" บอกว่าขณะนี้ยังมีไฟทำงานเต็มที่เพื่อจะแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนทุกระดับ ทั้งนี้หากสมมุติฐานของ "เสี่ยไก่ชน" เป็นความจริง หลังเลือกตั้งเที่ยวหน้า ตัวเขาและพวกพ้องในกลุ่มสามมิตรก็มีโอกาสกลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้ง
มีโอกาสสอบถาม "รมต.14 สมัย" ว่าเที่ยวหน้าอยากทำงานในตำแหน่งไหน "แกนนำกลุ่มสามมิตร" อยากทำงานในสิ่งที่ยากๆ เพราะเป็นมาเกือบหมดแล้ว ส่วนตำแหน่งที่ยังไม่เคยเป็นคือ กระทรวงการต่างประเทศ, กระทรวงกลาโหม และกระทรวงมหาดไทย
นักข่าวถามต่อว่า สมัยหน้าเป็นเจ้ากระทรวงคลองหลอด หรือ มท.1 เลยดีไหม "เจ้าตัว" อมยิ้ม พร้อมบอกว่า "แล้วแต่สื่อ" ก่อนหยอกกลับว่า รมว.การกระทรวงต่างประเทศเป็นสิ่งที่ยาก ท้าทาย และน่าสนใจเลยทีเดียว" 555
ไม่ว่าจะอยู่ตำแหน่งไหน "สมศักดิ์" ก็ปังทุกเก้าอี้ เช่นเนรมิตให้กระทรวงยุติธรรม จากกระทรวงกฎหมายเป็นกระทรวงทางสังคม และทำงานใกล้ชิดประชาชนอย่างทุกวันนี้.
ช่างสงสัย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ซื้ออาหารทานเอง'
'ซื้ออาหารทานเอง' กลายเป็นการสร้างเสียงฮือฮาในสภาผู้แทนราษฎร เมื่อ หมอวรงค์ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี ได้สร้างแรงกระเพื่อมใหญ่ในวันแรกที่มีการประชุมสภา วันที่ 15 มี.ค.ที่ผ่านมา เรียกได้ว่าการกลับเข้าสภาในรอบ 12 ปี เริ่มต้นก็จัดหนัก เพราะสิ่งที่ หมอวรงค์ ได้พูดคือเรื่องของอาหารกลางวัน สส.และผู้ช่วย สส. ที่เกี่ยวข้องกับตัว สส.โดยตรง ทำให้หลายคนตอบสนองเรื่องการนำอาหารกลางวันมารับประทานเอง หรือบางส่วนก็ลงไปซื้ออาหารที่โรงอาหารรัฐสภาร่วมกับข้าราชการ หรือบุคลากรที่ทำงานภายในรัฐสภา แต่ที่มีการพูดถึงวงกว้างคือ มีการนำอาหารกลางวันเป็นปิ่นโตเถาใหญ่พกมาจากบ้าน ทำให้โซเชียลแสดงความเห็นในด้านต่างๆ ล่าสุดวันที่ 30 มี.ค. ประธานรัฐสภาเรียกประชุมตัวแทนพรรคการเมืองเพื่อหารือเรื่องดังกล่าว ด้าน หมอวรงค์ ที่ถือได้ว่าเป็นตัวตั้งตัวตีของเรื่องนี้ ก็ได้เข้าร่วมประชุมด้วยเช่นกัน จากนั้นเมื่อประชุมไปได้ประมาณ 1 ชั่วโมง หมอวรงค์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า “การหารือระหว่างประธานสภาฯ และตัวแทนพรรคการเมือง สรุปให้ สส.ซื้ออาหารทานเอง เริ่มต้นได้หลังสงกรานต์” ถือได้ว่าเป็นแรงกระเพื่อมลูกหนึ่งที่ได้มีการขับเคลื่อนในสมัยประชุมนี้ คงต้องรอดูว่าทั้ง หมอวรงค์ หรือ สส.ท่านอื่น จะมีอะไรที่เซอร์ไพรส์อีกบ้าง.
จาริสตาร์ 32
ช่วงที่สถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางยังไม่สิ้นสุด ซึ่งส่งผลกระทบไปทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยที่กำลังเผชิญปัญหาพลังงานและน้ำมัน ที่ “นายกฯ หนู-อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี ได้ออกมากล่าวขอโทษประชาชนเป็นครั้งแรกในงาน “Meet the Press” ภายใต้หัวข้อ “1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม”
ฝ่ายค้านครั้งแรก
ดรามา “ข้าวฟรี สส.” ที่เคยร้อนแรง วันนี้เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ทำให้คนเสียภาษียิ้มมุมปากได้บ้าง หลัง “หมอวรงค์” สส.พรรคไทยภักดี ออกมาจุดประเด็นซ้ำในช่วงโหวตประธานสภาผู้แทนราษฎร จนเรื่องนี้กลับมาอยู่ในกระแสสังคมอีกครั้ง
ผู้จุดประเด็น
ดรามา “ข้าวฟรี สส.” ที่เคยร้อนแรง วันนี้เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ทำให้คนเสียภาษียิ้มมุมปากได้บ้าง หลัง “หมอวรงค์” สส.พรรคไทยภักดี ออกมาจุดประเด็นซ้ำในช่วงโหวตประธานสภาผู้แทนราษฎร จนเรื่องนี้กลับมาอยู่ในกระแสสังคมอีกครั้ง
‘ตื่นเต้นนิดๆ’
จบลงไปแล้วสำหรับฤดูกาลเลือกตั้งไทย แต่เรื่องราวที่น่าจดจำยังมีอีกมาก โดยเฉพาะวีรกรรมต่างๆ จากคนในสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ล่าสุดบุคคลระดับบิ๊ก กกต. ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. ฝ่ายสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย ซึ่งปกติเรามักจะเห็นภาพท่านในมาดนักสืบสวนสุดเนี้ยบ ยอมเปิดใจย้อนรอยเหตุการณ์ระทึกขวัญที่ทำเอาคน กกต.หลายคนนั่งไม่ติดเก้าอี้
‘บ่นแทนประชาชน’
อย่างที่ทราบกันดีว่าตอนนี้เกิดสงครามที่ตะวันออกกลาง จึงทำให้เกิดผลกระทบแทบจะทั่วทั้งโลก ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น เพราะนอกจากจะกระทบกับความเป็นอยู่ของประชาชนแล้ว ยังกระทบถึงคุณภาพชีวิตที่สินค้าขึ้นราคา รวมถึงปัญหาใหญ่คือน้ำมันที่ส่งผลกระทบกับประชาชนทุกคน

