บันทึกหน้า4

ดูเหมือนแทบทุกสัปดาห์จะมี “ตลกคาเฟ่” จากอดีตนายกรัฐมนตรีที่ชื่อ “ทักษิณ ชินวัตร” หรือโทนี่ วู้ดซัมมาออกรายการในเพจเฟซบุ๊ก CARE คิด เคลื่อน ไทย อย่างต่อเนื่อง โดยรอบนี้ก็มาในหัวข้อ "ทำนโยบายสาธารณะไม่เป็น หรือเห็นแก่เงินของใคร" ก็ไม่แปลกที่จะมามุกเดิมๆ ในการเอาดีเข้าตัวโยนชั่วใส่คนอื่น โดย งวดนี้ก็มาปูดราคาว่ามีการซื้อ ส.ส.ถึงหัวละ 80 ล้านบาท ...๐

งานนี้จึงโดน “ชนะศักดิ์ อัตถาวงศ์” ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี หรือน้องชายแรมโบ้ “เสกสกล อัตถาวงศ์” สวนเข้าไปแบบจุกๆ เต็มๆ ในทำนองว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง แล้วที่ขำไม่ออกเข้าไปใหญ่ที่บอกว่ากำลังมีหลานคนที่ 7 ไม่สงสารหรือเห็นใจให้กลับไปเลี้ยงหลานบ้างหรือ พิโธ่! ใครห้ามกลับประเทศเล่าพ่อคุณ แค่ซื้อตั๋วก็บินกลับมาได้แล้ว เพียงแต่ไม่ได้กลับบ้านแต่ต้องเข้าคุกจากคดีต่างๆ ก่อนก็เท่านั้น แล้วหลังจากนั้นจะเลี้ยงหลานคนที่ 7 คนที่ 8 หรือจะเลี้ยงเหลนก็ไม่มีใครว่าอะไรเลย อย่ามาใช้เรื่องความน่าสงสารตีกินทางการเมืองเลยพ่อคุณ ...๐

การโหนหลานคนที่ 7 เพื่อเรียกคะแนนสงสารแล้ว อาจเป็นการ ส่งสัญญาณจากดูไบให้ขี้ข้าและสาวกรับรู้ก็เป็นได้ว่า “อุ๊งอิ๊งค์” แพทองธาร ชินวัตร อาจได้เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคที่เป็นผู้หญิงคนที่สองก็เป็นได้ เพราะขนาด “อาปู” ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ยังสร้างอภินิหารใช้เวลา 49 วันในการหาเสียงขึ้นเป็นผู้นำประเทศ อุ๊งอิ๊งค์ซึ่งประกาศเองว่าจะทำงานทางการเมืองจนถึงวันคลอด ก็ยิ่งสามารถกวาดคะแนนและเสียงเชียร์ได้มากกว่าอาปูแน่นอน ...๐

ส่วนที่ใครต่อ ใครมองว่า “เศรษฐา ทวีสิน” นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ที่จะเป็นแคนดิเดตเบอร์หนึ่งนั้น อย่าลืมสำนวนไทย “เอาลูกเขามาเลี้ยง เอาเมี่ยงเขามาอม” เพราะในเกมทางการเมืองคงไม่มีใครสั่งได้ 100% โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในอำนาจและเก้าอี้นายกฯ ด้วยแล้ว เว้นแต่จะเป็นคนสายเลือดเดียวกัน อย่างที่บอกว่า “เลือดข้นกว่าน้ำ” นั่นแล การจะได้กลับมาในแนวตั้งไม่ใช่แนวนอนในงวดนี้ สัมภเวสีจึงต้องให้ลูกมารับหน้าเสื่อสำคัญ มากกว่าคนรักคนชอบกัน ...๐

หันกลับมาเรื่องว่าด้วย “บอลโลก 2022” ดีกว่า เพราะเริ่มงวดเข้าไปทุกทีแล้ว โดยหลังประชุม “เอเปก” เสร็จสิ้นก็จะดวลแข้งกันแล้ว เรียกว่าเวลาเหลือไม่ถึง 2 สัปดาห์ แต่ ดูเหมือน “พี่ไทย” จะยังไม่ลงตัวในเรื่องการหางบประมาณในการซื้อลิขสิทธิ์ ซึ่งหากงานนี้รัฐบาล “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” พลาดพลั้งขึ้นมาก็บอกได้คำเดียวว่าโดนชาวบ้านร้านถิ่นสวดชยันโต ยกใหญ่แน่ ...๐

โดยเฉพาะ “ป.ป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ที่รับหน้าเสื่อในเรื่องนี้ที่จะโดนกระถางต้นไม้หนักหนากว่าเพื่อน เพราะเล่นไปเชื่อใครไม่เชื่อดันไปเชื่อ “สมศักดิ์ เทพสุทิน” รัฐมนตรีว่าการยุติธรรม ที่บอกว่าซื้อช่วงใกล้ๆ ถ่ายทอดราคาจะได้ถูกลง งานนี้เลยทำให้ “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” รมว.การท่องเที่ยวและกีฬาลอยตัวเลยทีเดียว ทั้งที่ควรเป็นเบอร์ต้นๆ ที่จะถูกด่าเละหากพลาดบอลโลกไป ...๐

แม้ล่าสุด “สำนักงานกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ” หรือ กสทช. อนุมัติเงินกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) 600 ล้านบาท ให้การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ไปซื้อลิขสิทธิ์แล้วก็ตามที แต่ คำถามคือ ยังเหลือเงินอีก 1,000 ล้านบาท จะเอามาจากไหน และที่เป็นจุดสำคัญคือ จนป่านนี้ก็ยังไม่รู้ว่าถ่ายทอดสดผ่านฟรีทีวีช่องไหนอย่างไรบ้าง ทั้งที่ฟุตบอลโลกในอดีตป่านนี้ต้องมีการออกผังรายการรวมทั้งรายการส่งเสริมการดูการเชียร์ไปแล้ว แต่จนป่านนี้ยังเงียบเป็นเป่าสากแบบแทบไม่รู้ว่าจะมีมหกรรมฟุตบอลโลกเลย ...๐

ทิ้งท้ายด้วยข่าวระทึกในช่วงสิ้นเดือนนี้ เพราะ “ศาลรัฐธรรมนูญ” ได้ยุติไต่สวนปมกฎหมายลูกทั้ง 2 ฉบับ โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้วก็ระบุว่ากฎหมายลูกในเรื่องว่าด้วยพรรคการเมือง จะมีการลงมติในวันที่ 23 พ.ย.นี้ และล่าสุดศาล รธน.ก็ออกมาประกาศอีกครั้งถึงกฎหมายลูกว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ว่ายุติการไต่สวนเช่นกัน และจะวินิจฉัยในวันที่ 30 พ.ย.นี้ ซึ่งไม่รู้ว่าศาลจะมีมติเช่นใด แต่ที่แน่ๆ หลังศาลตัดสินออกมาเราคงได้เห็นพรรคการเมืองต่างๆ มีการขยับกันแน่นอน โดยหากหาร 500 ก็ต้องบอกว่าขยับเล็ก แต่ หากหาร 100 ขึ้นมาก็บอกได้คำเดียวว่าขยับใหญ่แน่ โดยเฉพาะพรรคตระกูลสร้างที่ “สัมภเวสี” ขบกัดนั่นแล จะมีการรวมตัวรวมขนาดกันแน่นอน ...๐

ท.ศักดิ์

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

นับถอยหลังเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่และการออกเสียงประชามติที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แล้ว และดูเหมือน หนังหน้าไฟอย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ยังคงเป็นเป้าหลักของการวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งก็ไม่แปลกใจแต่ประการใด เพราะผลการทดลองงานในการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ. แม้จะคึกคักอย่างยิ่ง แต่ก็มากด้วยปัญหาสารพัดสารพัน

บันทึกหน้า 4

โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ปฏิเสธว่า ไม่เคยพูดว่า ภท.จะได้ สส. 200 ที่นั่ง ความจริงแล้วสื่อถามนำ นายอนุทินก็รับลูกไปตามน้ำ แต่ภายใน ภท.ประเมินกันว่าจะได้ สส.เขตประมาณ 150-160 ที่นั่ง

บันทึกหน้า 4

การเมืองไทยในห้วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งครั้งนี้ กำลังสะท้อน “รอยเดิมที่ไม่เคยหาย” และ “บทเรียนที่บางฝ่ายยังดื้อจะไม่เรียนรู้” ไม่ว่าจะเป็นฝั่งพรรคส้ม หรือฝั่งฝ่ายอนุรักษนิยมเองก็ตาม

บันทึกหน้า 4

เห็นนักการเมืองมักเสนอตัดงบประมาณกองทัพ งานด้านความมั่นคง อย่างภาคภูมิใจ แต่น้อยคนที่จะเสนอตัดงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับตัวเองโดยตรง นั่นคือเงินเดือน สส. ค่าตอบแทน รวมไปถึงผู้ช่วย สส. ที่แต่ละปีใช้งบประมาณแผ่นดินจำนวนมาก ยิ่งช่วงหาเสียงเลือกตั้งแบบนี้ก็ยิ่งแล้วใหญ่ หาพรรคการเมืองที่ชูนโยบายรัดเข็มขัดรัฐสภา เพื่อช่วยลดงบประมาณแผ่นดินยามประเทศเจอวิกฤตเศรษฐกิจไม่ได้เลย

บันทึกหน้า 4

"แบงก์ชาติ" ออกโรงเอง! "วิทัย รัตนากร" ผู้ว่าการ ธปท. สายบู๊ นั่งเก้าอี้ไม่ถึง 4 เดือน ลุยปราบทุนเทา ล่าสุดโชว์ผลงานช่วยจับซื้อเสียง หลังได้กลิ่นตุๆ ในช่วง 2 สัปดาห์นี้ มีการถอนเงินสดก้อนใหญ่ประมาณ 450 ล้านบาท

บันทึกหน้า 4

เรียกว่าเริ่มเข้าสู่โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งแล้ว พรรคการเมืองต่างๆ ก็เริ่มปล่อยหมัดเด็ดหมัดน็อกออกมากันยกใหญ่ โดยใน ค่ายน้ำเงินของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นอกจากเดินสายหาเสียงแบบออร์แกนิกแล้ว