เมื่อรีพับลิกันยึดเสียงข้างมาก ‘โจ ไบเดน’ จะโดนกดดันอะไรบ้าง?

ผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ไม่ได้เลวร้ายสำหรับประธานาธิบดีโจ ไบเดน ซึ่งเป็นแกนนำของพรรคเดโมแครต

แต่ก็ไม่ได้แปลว่าเขาจะสบายใจได้มากนัก

เพราะพรรครีพับลิกันที่มีโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นเจ้าพ่ออยู่ขณะนี้สามารถจะได้เสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร

ซึ่งแปลว่าจะมีการตรวจสอบการทำงานของไบเดนอย่างเข้มงวดมากขึ้น

และการเสนอกฎหมายของทำเนียบขาวต่อสภาก็จะไม่ได้สะดวกราบรื่นเหมือนที่ผ่านมาอีกต่อไป

แม้ว่าเดโมแครตจะยังรักษาเสียงข้างมากในวุฒิสภาได้ก็ตาม พอพรรครีพับลิกันสามารถยึดเสียงข้างมากในสภาล่าง ก็แปลว่าการคานอำนาจระหว่างฝ่ายบริหารกับฝ่ายนิติบัญญัติจะรุนแรงขึ้น

นโยบายหลายเรื่องที่ไบเดนผลักดันให้เกิดประโยชน์กับตนในการหาเสียงอีก 2 ปีข้างหน้าก็จะถูกสกัดกั้นได้ในหลายๆ มิติทีเดียว

เพราะแกนนำของพรรครีพับลิกันประกาศแล้วว่า สภาผู้แทนฯ สหรัฐฯ ชุดใหม่ จะจับตาอย่างน้อย 2 เรื่องที่จะลดอำนาจของฝ่ายบริหาร

นั่นคือนโยบายต่อจีน         และเงินช่วยเหลือยูเครนทั้งด้านอาวุธและเงินสนับสนุนด้านต่างๆ ที่ไบเดนสามารถทำได้อย่างค่อนข้างคล่องตัวในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา

พรรครีพับลิกันสามารถเอาชนะที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรครบ 218 ที่นั่ง เท่ากับเกินกึ่งหนึ่งของจำนวน ส.ส.ทั้งหมด 435 คนในสภาผู้แทนล่าง

เป็นการนับคะแนนที่ยาวนานถึง 9 วัน ตั้งแต่วันหย่อนบัตรกลางเทอมเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

ไม่ถือว่าเป็น “ชัยชนะอันยิ่งใหญ่” ของรีพับลิกันอย่างที่ทรัมป์ประกาศเอาไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะมี “คลื่นยักษ์สีแดง” หรือ Red Wave มากวาดสีฟ้าของเดโมแครต

เพราะคลื่นสีแดงไม่เกิดขึ้นจริง

กว่าที่ผู้สมัครรีพับลิกันเอาชนะเกิน 218 ที่นั่งได้ก็แทบจะหืดขึ้นคอเลยทีเดียว

หากรีพับลิกันได้ที่นั่งในสภาล่างไปถึง 223 ที่นั่ง อย่างที่มีการพยากรณ์กัน ก็แปลว่ามีเสียงเกินกึ่งหนึ่งไปเพียง 7 ที่นั่งเท่านั้น

ก็ยังไม่สามารถจะทำให้พรรคเดโมแครต “เป็นง่อย” ไปเสียเลยทีเดียว

เพราะท้ายที่สุดทั้ง 2 พรรคก็ต้องต่อรองแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กันในการพิจารณากฎหมายทั้งหลายทั้งปวง

คนที่ต้องจับตาเป็นพิเศษคือ ส.ส. ไมเคิล แมคคอล ของรีพับลิกันที่จะก้าวขึ้นมาเป็นประธานคณะกรรมาธิการกิจการต่างประเทศของสภาผู้แทนฯ

เขาเตือนเอาไว้ล่วงหน้าแล้วว่า พอเริ่มทำงานในสภาใหม่ พรรครีพับลิกันจะจับประเด็นเรื่องจีนมากกว่ายุคของเดโมแครตมีเสียงข้างมาก

โดยจะพุ่งเป้าไปที่การส่งออกสินค้าไฮเทค

เพราะนักการเมืองมะกันถือว่าจีนเป็นคู่แข่งอันดับ 1 ของสหรัฐฯ ในขณะนี้

อีกทั้งยังอาจถือเป็นภัยคุกคามความมั่นคงสหรัฐฯ ที่น่ากลัวที่สุดด้วย

ในกรณีสงครามยูเครนนั้น พรรครีพับลิกันก็ไม่ถึงกับจะให้รัฐบาลไบเดนหยุดการส่งความช่วยเหลือไปสู้กับรัสเซีย

แต่จะมีการตรวจสอบการใช้เงินอย่างเข้มข้นขึ้นกว่าเดิม

ในวุฒิสภา รีพับลิกันได้ลงมติเลือกวุฒิสมาชิก มิตช์ แมคคอนแนลน์ เป็นผู้นำเสียงข้างน้อยในวุฒิสภาต่อไป

เพราะเขารักษาเก้าอี้ตัวนี้มานานถึง 15 ปี

ขณะเดียวกัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรครีพับลิกันก็เลือก เควิน แมคคาร์ธี เป็นผู้นำเสียงข้างมากในสภาล่าง เพื่อทำหน้าที่แกนกลางของการต่อรองกับเดโมแครตในสภา

นายแมคคาร์ธีเข้ามาด้วยความฮึกเหิมไม่น้อย

เขาประกาศว่าเสียงข้างมากของพรรครีพับลิกันในสภาล่างจะสามารถ “หยุดยั้งวาระสังคมนิยมของไบเดน และปลดแนนซี เพโลซี ออกจากเก้าอี้ประธานสภาผู้แทนราษฎร”

นักวิเคราะห์ที่วอชิงตันบอกว่า แม้จะไม่มีเสียงส่วนใหญ่อย่างเด็ดขาด แต่สภาภายใต้พรรครีพับลิกันก็สามารถสร้างสิ่ง “กีดขวางบนถนน” สำหรับพรรคเดโมแครต           

และทำให้วาระทางกฎหมายของนายไบเดน “ตกราง” ได้

ประเด็นยูเครนน่าจะเป็นเรื่องใหญ่เฉพาะหน้าที่สำคัญที่สุด

เงินงบประมาณที่รัฐบาลของไบเดนจัดสรรให้กับยูเครนตั้งแต่สงครามเริ่มต้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ถึงตอนนี้มีมูลค่าอย่างน้อย 19,300 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 700,000 กว่าล้านบาท)

เควิน แมคคาร์ธี ผู้นำเสียงข้างน้อยในสภา ซึ่งได้รับเลือกให้เป็นหัวหน้าพรรคอีกครั้งในสภาในสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้แสดงความเห็นว่า สภาคองเกรสของพรรครีพับลิกันจะไม่เขียน "เช็คเปล่า" สำหรับยูเครนอีกต่อไป

และในสภา ตัวแทนฝ่ายขวาสุด มาร์จอรี เทย์เลอร์ กรีน เรียกร้องให้มีการตรวจสอบความช่วยเหลือที่วอชิงตันส่งมอบให้ยูเครน

 “รวมถึงเงินช่วยเหลืออื่นๆ ที่มอบให้กับรัฐบาลยูเครนเพื่อปกป้องความมั่นคงของชาติ โดยที่ความมั่นคงของชาติของเราถูกเพิกเฉย” เธอกล่าว

แน่นอนว่า เมื่อโจ ไบเดน ตกอยู่ในสภาพที่ถูกพรรคตรงกันข้ามกดดันเพิ่มขึ้นอย่างนี้ก็ต้องดิ้นรนเพื่อไม่ให้กลายเป็น “เป็ดง่อย” จากนี้ไปอีก 2 ปีก่อนที่จะเข้าสู่การแข่งขันตำแหน่งประธานาธิบดีและการเลือกตั้งอีกรอบหนึ่ง.

 (พรุ่งนี้ : ประเด็นอะไรที่ไบเดนจะถูกตรวจสอบหนักขึ้น?)

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คำเตือนจากผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ : การเมืองอย่าขายนโยบายแปลกๆ!

เมื่อวานผมเล่าเรื่องที่ ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าฯ ธนาคารแห่งประเทศไทย คุยกับบรรณาธิการข่าวอาวุโสว่าด้วยมุมมองของนักเศรษฐศาสตร์และผู้นำระดับโลก จากเวทีการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศที่มีขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้

สัญญาณเตือนภัยปีหน้า : เมื่อตลาดเพี้ยน : ไม่ทำงานดั่งคาด

คำเตือนจากผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ล่าสุดน่าจะเป็นการส่งสัญญาณที่ทำให้ทุกฝ่ายต้องปรับตัวกันขนานใหญ่และหนักกว่าที่คาด

ท่ามกลางเสียงประท้วง สี จิ้นผิง จะเลือกทางไหน?

เมื่อประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนถูกการประท้วงที่กระจายตัวไปหลายเมืองท้าทายอำนาจชัดเจนเช่นนี้ เราคาดว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับประเทศจีนจากนี้ไป?

เมื่อคนจีนออกมาตะโกน ต่อต้าน สี จิ้นผิง เรื่องโควิด

ภาพที่ไม่ค่อยได้เห็นในเมืองจีนคือการประท้วงอย่างเปิดเผย พร้อมเสียงตะโกนให้ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ลงจากตำแหน่งกลายเป็นประเด็นร้อนผ่าวไปทั่ว