เมื่อวาน ผมเขียนถึงความท้าทายที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน จะต้องเผชิญเมื่อผลการเลือกตั้งกลางเทอมสะท้อนว่าพรรครีพับลิกันจะมีเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร
คนที่คาดกันว่าจะมาเป็นหัวหน้าเสียงข้างมากในสภาผู้แทนคือ Kevin McCarthy ส.ส.จากรัฐแคลิฟอร์เนีย ที่มีบทบาทสำคัญในสภามายาวนาน
และเชื่อกันว่าเป็นคนสนิทของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ด้วย
ประเด็นสำคัญคือ การที่ไบเดนจะถูกคุมเข้มมากขึ้นจากสภาคองเกรสว่าด้วยนโยบายต่อจีน และงบประมาณช่วยเหลือที่ให้กับยูเครน
แต่นอกจากประเด็นหลักสองประการนี้แล้ว ก็ยังมีอีกหลายเรื่องที่พรรครีพับลิกันต้องการจะเกาะติดเพื่อตรวจสอบไบเดน เช่น เรื่องอัฟกานิสถาน
ไบเดนถูกวิจารณ์เรื่องการถอนตัวออกจากอัฟกานิสถานอย่างวุ่นวายเมื่อปีที่แล้วเพื่อเดินตามข้อตกลงที่โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ทำไว้กับตอลิบัน
พรรครีพับลิกันบอกว่าจะสอบสวนการถอนทหารที่ทำให้ทหารออกจากอัฟกานิสถานที่ทำให้ทหารอเมริกันเสียชีวิต 13 นาย
Jim Banks ทหารผ่านศึกจากสงครามในอัฟกานิสถานของพรรครีพับลิกันบอกกับ Fox News Sunday ว่า “ไม่เคยมีใครต้องรับผิดชอบ” สำหรับการถอนตัว
เขาอ้างว่า “ไม่เคยมีการสืบสวนเกี่ยวกับการถอนตัวของอัฟกานิสถานที่ทำให้วีรบุรุษของเราเสียชีวิต 13 คน”
นอกจากนี้ก็จะมีประเด็นเรื่องเพดานหนี้และพลังงาน
พรรครีพับลิกันมีเป้าหมายหลักจะลดการใช้จ่ายของรัฐบาลกลาง และ "ฟื้นความเป็นอิสระด้านพลังงาน"
นายไบเดนและพรรคเดโมแครตคงจะเจอกับการตั้งคำถามเกี่ยวกับการทำงบประมาณจำนวนมหาศาลเพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ขยายความครอบคลุมด้านการรักษาพยาบาล และการริเริ่มนโยบายอื่นๆ
เริ่มมีเสียงเรียกร้องให้สมาชิกพรรครีพับลิกันในวุฒิสภาไม่เพิ่มวงเงินหนี้ของรัฐบาลสหรัฐฯ จนกว่าพรรคเดโมแครตจะยอมลดการใช้จ่ายของรัฐ
สมาชิกสภาคองเกรสหัวอนุรักษนิยมยืนยันว่า จะ "ฟื้นความเป็นอิสระด้านพลังงานของอเมริกาและลดราคาน้ำมันที่ปั๊ม"
ด้วยการผลิตพลังงานในประเทศให้ได้สูงสุด และออกกฎหมายเร็วขึ้นสำหรับกระบวนการอนุญาตโครงการเชื้อเพลิงฟอสซิล
แน่นอน ประเด็นเรื่องภาษีเป็นเรื่องสำคัญที่ทั้งสองพรรคต้องการจะสามารถควบคุมและกำกับให้อยู่ในกรอบที่ตนสามารถกำหนดได้
พรรครีพับลิกันในสภาได้ผลักดัน "นโยบายภาษีที่สนับสนุนการเติบโตและนโยบายการผ่อนคลายกฎระเบียบ"
โดยเน้นที่จะให้ชาวอเมริกัน "เพิ่มรายได้ สร้างงานที่ให้ผลตอบแทนดี และนำความมั่นคงมาสู่เศรษฐกิจ"
สมาชิกสภาคองเกรสรีพับลิกันบางคนผลักดันให้ขยายเวลาการลดภาษีที่รวมอยู่ในกฎหมายภาษีที่สร้างความฮือฮาปี 2017 ของโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ลดอัตราภาษีนิติบุคคลอย่างมีนัยสำคัญ
อีกด้านหนึ่ง เมื่อพรรครีพับลิกันคุมเสียงข้างมากในสภาล่างแล้ว ก็ต้องจะเพิ่มการกำกับดูแลการบริหารของทำเนียบขาวภายใต้การนำของโจ ไบเดน
“การกำกับดูแลเป็นหน้าที่หลักของสภาคองเกรส และในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ไม่มีการกำกับดูแลวาระการประชุมของ ไบเดน หรือการบริหารของไบเดน” นายแบงส์กล่าวกับ Fox News Sunday
เขาย้ำว่า “นั่นจะต้องเป็นจุดโฟกัสของคณะกรรมการทุกชุดในสภาคองเกรส โดยเฉพาะในสภาที่อยู่ภายใต้การควบคุมของพรรครีพับลิกัน”
นายแบงส์และสมาชิกคนอื่นๆ ในพรรคของเขายังบอกว่า มีความเป็นไปได้ที่จะผลักดันให้มีการสืบสวนหาต้นตอของโควิด-19 และการปิดเมืองจากโรคระบาดที่ตามมา
รวมถึงการสอบสวนความเชื่อมโยงทางธุรกิจของนายฮันเตอร์ ไบเดน ลูกชายของนายไบเดน ที่ถูกมองว่าใช้ตำแหน่งหน้าที่ของพ่อในการทำธุรกิจที่ไม่ค่อยจะโปร่งใสนัก
อีกหัวข้อหนึ่งที่พรรครีพับลิกันน่าจะให้ความสำคัญไม่น้อยคือ การสอบสวนกรณีจลาจลที่สภาคองเกรสเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2021
เชื่อกันว่าหากมีเสียงข้างมาก สมาชิกสภาคองเกรสของสหรัฐฯ ชุดใหม่อาจจะยกเลิกการสอบสวนเรื่อง 6 มกราคม และหันมาตั้งกรรมาธิการสอบสวนเรื่องที่จะทำให้ไบเดนและพวกเสียหายมากกว่า
เพราะเมื่อพรรคใดมีเสียงข้างมากในสภาใด ก็มีสิทธิที่จะแต่งตั้งคนของพรรคนั้นเข้าไปอยู่ในกรรมาธิการนั้นๆ
เริ่มที่ประธานกรรมาธิการจะเปลี่ยนจากเดโมแครตมาเป็นรีพับลิกัน
และทำให้วาระของการประชุมกับหัวข้อของกิจกรรมของคณะกรรมาธิการแต่ละชุดต้องปรับเปลี่ยนไปตามกระแสการเมืองในสภาด้วย
โจ ไบเดน ก็คงจะสู้เต็มที่ เพราะเดิมพันสำหรับเขาคือการเลือกตั้งในอีก 2 ปีข้างหน้า
อะไรที่เกิดขึ้นจากวันนี้ถึงวันนั้น ล้วนมีความสำคัญต่ออนาคตทางการเมืองของเขาและของพรรคเดโมแครน
ฉันใดก็ฉันนั้น สำหรับพรรครีพับลิกัน นี่คือจังหวะที่มีความสำคัญยิ่ง
หาก ส.ส.และ ส.ว.ในสภาคองเกรสสามารถทำหน้าที่ได้ดี และสร้างความประทับใจให้กับประชาชน และขณะเดียวกันก็ทำลายชื่อเสียงและความนิยมชมชอบของชาวบ้านได้ตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป โอกาสที่คนที่จะมาเป็นประธานาธิบดีจะไม่ใช่โจ ไบเดน แต่เป็นคนของพรรครีพับลิกัน
จะเป็นสองปีของการเมืองมะกันที่ร้อนแรงและพลุ่งพล่านเป็นอย่างยิ่ง!
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ยุค‘ประโยชน์นิยม’ ชัยวุฒิซัดข้ามขั้วแบ่งเค้ก ยศชนันโอดกาสิโนหลอน
“อนุทิน" โต้เดือด "หยุ่น-วีระ" ลั่นชัดเจน "สีหศักดิ์-ศุภจี-เอกนิติ" คนของ "ภูมิใจไทย"
สื่ออาวุโสลืมหน้าที่ ‘หยุ่น-วีระ’ มาตรฐานที่หายไปในดงส้ม
การวิจารณ์นักการเมืองไม่ใช่เรื่องผิด และการตั้งคำถามกับพรรคการเมืองก็เป็นหน้าที่ปกติของสื่อมวลชน
แชร์สนั่นโซเชียล ลุกโชนเป็นไฟลามทุ่ง! ‘อนุทิน’ บุกเพจ ‘สุทธิชัย’ แจงกรณีคุยกับ ‘ทรัมป์’
ภายหลัง เพจ Suthichai Yoon โพสต์ข้อความว่า‘ทรัมป์‘ ให้สัมภาษณ์ Wall Street Journal ว่าเขาได้ใช้ tariff กดดันให้ไทยกับกัมพูชายุติการสู้รบ!
มีแม้วไม่มีเรา! วัดใจจุดยืน 'พรรคส้ม' หลังทักษิณขีดเส้นแบ่งข้างทุกเวทีแล้ว
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่า "พรรคส้มกล้าไหม? มีแม้วไม่มีเรา!
ประเทศเดียวในโลก ‘นายกฯทับซ้อน’ มหันตภัยปี 2568
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่าสำนักวิจัยต่าง ๆ กำลังวิเคราะห์เพื่อพยากรณ์ว่าประเทศไทยจะต้องเผชิญกับความท้าทายสาหัสอะไรบ้างใน


