ไทยโพสต์ "อิสรภาพแห่งความคิด" www.thaipost.net Line ID : @thaipost ประเดิมไขก๊อกล็อตใหญ่รวดเดียว 31 คน ทำให้เวลานี้ตัวเลข ส.ส.ที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ในสภา ณ วันที่ 15 ธันวาคม 2565 เหลือ 442 คน โดยเป็นฝ่ายรัฐบาล 16 พรรค รวม 250 คน ประกอบด้วย พลังประชารัฐ 85 คน ภูมิใจไทย 62 คน ประชาธิปัตย์ 51 คน เศรษฐกิจไทย 14 คน ชาติไทยพัฒนา 12 คน เศรษฐกิจใหม่ 6 คน พลังท้องถิ่นไทย 5 คน รวมพลัง (รวมพลังประชาชาติไทยเดิม) 4 คน ชาติพัฒนา 3 คน รักษ์ผืนป่าประเทศไทย 2 คน รวมแผ่นดิน (พลังชาติไทยเดิม) 1 คน เพื่อชาติไทย 1 คน ครูไทยเพื่อประชาชน 1 คน พลเมืองไทย 1 คน ประชาธิปไตยใหม่ 1 คน และพลังธรรมใหม่ 1 คน ส่วนฝ่ายค้าน 7 พรรค รวม 192 คน ได้แก่ เพื่อไทย 123 คน ก้าวไกล 45 คน เสรีรวมไทย 10 คน ประชาชาติ 7 คน เพื่อชาติ 5 คน พลังปวงชนไทย 1 คน และไทยศรีวิไลย์ 1 คน
"เมื่อ ส.ส.ลดลง องค์ประชุมก็ลดลง แต่ ส.ส.ที่เหลืออยู่ก็สามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ ฝ่ายรัฐบาลก็ยังมีเสียงข้างมากอยู่ หากมากันโดยพร้อมเพรียงงานรัฐบาลก็สามารถผ่านไปได้ อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่ ส.ส.ลาออกจำนวนมากเช่นนี้ เคยเกิดขึ้นแล้วในช่วงของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี แต่สภาชุดนั้นก็ยังทำงานและมีผลงานออกมามากที่สุด จนกระทั่ง 7 วัน ก่อนครบวาระ 4 ปี มีการยุบสภาเกิดขึ้น" เกิดปรากฏการณ์แบบนี้ ประธาน "ชวน หลีกภัย" ต้องออกโรงขอให้สมาชิกช่วยกันทำหน้าที่ทิ้งทวนก่อนพ้นวาระ
๐ จากเดิมที่คิดว่า ส.ส.จะแห่กันลาออกในช่วงปลายเดือน เพื่อไม่ให้มีปัญหากับคุณสมบัติรับเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 97 (3) ที่กำหนดเงื่อนไขให้ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดไม่น้อยกว่าเก้าสิบวันนับถึงวันเลือกตั้ง แม้ว่านักกฎหมายจะชี้ว่าไม่ใช่ 24 ธ.ค.65 คือ 90 วัน ก่อนครบวาระสภา ตามที่ ส.ส.เข้าใจ แต่ถ้าดูไทม์ไลน์ของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่เคยระบุว่า หากรัฐบาลอยู่ครบวาระ 23 มี.ค.66 จะจัดเลือกตั้งวันที่ 7 พ.ค.66 ดังนั้นถ้านับย้อนหลัง 90 วัน ก็คือวันที่ 7 ก.พ.66 เท่ากับว่า ส.ส.ที่จะย้ายสังกัดยังไม่ต้องรีบลาออก ทว่าไม่ทันใจพรรคภูมิใจไทย ที่ต้องการให้ทันฤกษ์ดีเปิดตัวที่ทำการพรรคใหม่ของภูมิใจไทย 16 ธันวานี้ หลังรีโนเวตพรรคมาร่วม 8 เดือน งานนี้จัดใหญ่ ประกาศศักยภาพพร้อมเลือกตั้ง ดัน "เสี่ยหนู" นั่งนายกรัฐมนตรีสมัยหน้า ระดับแกนนำพรรค ส.ส. อดีต ส.ส. ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. กว่า 300 คน เข้าร่วมโดยพร้อมเพรียง จะมีการจัดประชุม ส.ส. และว่าที่ผู้สมัคร พร้อมกันครั้งแรก พร้อมถ่ายรูปหมู่เป็นที่ระลึกด้วย และคงต้องจับตาว่า นอกจาก 31 ส.ส.ที่นำร่องมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคอย่างเป็นทางการแล้ว น่าจะมี ส.ส.พรรคอื่นที่หลายสิบมาร่วมงานนี้ด้วย ถึงสถานะตอนนี้ยังไม่ใช่ แต่ไม่นานเกินรอแน่
๐ กับกระแสข่าวเรื่องกลุ่ม "สมคิด จาตุศรีพิทักษ์" จากสร้างอนาคตไทยกำลังเปิดดีลรวมพรรคกับ "สุวัจน์ ลิปตพัลลภ" แห่งชาติพัฒนากล้า ไม่เกินสัปดาห์หน้าน่าจะรู้ผลว่าปิดดีลสำเร็จมั้ย ถ้าจับมือกันไม่ได้ก็ต่างคนต่างเดิน เหมือนก่อนหน้านี้ที่เคยไปคุยกับไทยสร้างไทยของ "คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์" แล้วไม่สำเร็จ หากการพูดคุยดังกล่าวลุล่วง จะเป็นสีสันการเมืองที่น่าสนใจแน่นอน หากสุวัจน์-กรณ์ จาติกวณิช-สมคิด-อุตตม สาวนายน-สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ จะมาอยู่พรรคเดียวกัน ว่าจะไปสายสัมพันธ์การเมืองการเมืองระหว่าง "2 ส." คือสมคิดกับสุวัจน์ จริงๆ แล้วรู้จักกันมานานหลายสิบปี ย้อนกลับไปเลือกตั้งปี 2548 ทั้งสองคนเคยอยู่ร่วมกันที่พรรคไทยรักไทยมาก่อน ที่สำคัญหลังแยกตัวออกมาจากไทยรักไทย ในช่วงเลือกตั้งปี 2550 ทั้งคู่ก็ได้จับมือกันตั้งพรรค "รวมใจไทยชาติพัฒนา" ที่ตอนนั้นมีคนมาร่วมงานการเมืองหลายคน อาทิ ประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ประวิช รัตนเพียร อดีต กกต. เอนก เหล่าธรรมทัศน์ หัวหน้าพรรครวมพลัง และ รมว.อว. ในปัจจุบัน พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร อดีต ผบ.ทบ. วิรัช รัตนเศรษฐ แกนนำพลังประชารัฐปัจจุบัน เป็นต้น แต่ถ้าสุดท้ายการเจรจารวมพรรคระหว่างกลุ่ม ดร.สมคิดกับสุวัจน์ล้มเหลวซ้ำรอยดีลกับคุณหญิงหน่อย เชื่อว่ากลุ่มสมคิดคงไม่ยอมเสียหน้า ยกธงขาวกลางทาง ก็เป็นไปได้ที่อาจต้องเข็น สอท. สู้ศึกเลือกตั้งไปก่อน ส่วนจะประสบความสำเร็จตามเป้าหรือไม่ ค่อยลุ้นกันอีกทีหลังเลือกตั้ง ถ้าไม่เป็นไปตามฝัน สอท.กลายเป็นพรรคเล็กได้ ส.ส.ไม่ถึงสิบที่นั่ง สมคิดก็อาจขอเว้นวรรค จะได้ไม่เปลืองตัวมากกว่านี้.
ลี้คิมฮวง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
บันทึกช่วยจำ วันนี้ 30 มี.ค. อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะนำรายชื่อ ครม.ชุดใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯถวายเพื่อโปรดพิจารณาตามกระบวนการ ต่อจากนั้น เป็นวาระของการแถลงนโยบาย 7-9 เม.ย.
บันทึกหน้า 4
เดือดกว่าในสภา! ลักหลับตอน 4 ทุ่ม แถมเลือกเวลาช่วงปิดประชุมสภาหลังถกญัตติด่วนวิกฤตน้ำมันพอดิบพอดี บอกว่าเลิกอั้น แต่ใครจะคิดว่าจะขึ้นพรวด 6 บาท เล่นเอาชาวบ้านสะดุ้งตื่น
บันทึกหน้า 4
ดูเหมือน การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 3 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1) เมื่อวันพุธที่ 25 มีนาคม พ.ศ.2569 ช่างคึกคักเสียจริง ซึ่งสาเหตุหลักก็คงมาจากเป็นสภาใหม่ถอดด้ามที่มีการประชุมครั้งแรก แต่ก่อนการประชุมนั้น “โสภณ ซารัมย์” ประธานสภาฯ พร้อมด้วยตัวแทนพรรคการเมืองก็ได้หารือถึงการกำหนดวัน-เวลาในการประชุมของทั่นผู้แทนยุคนี้ ...๐
บันทึกหน้า 4
โผ ครม.อนุทิน 2 สะเด็ดน้ำแล้วจำนวน 35 เก้าอี้ เหลือไว้ 1 เก้าอี้ ยังคงเผื่อไว้ให้ใครสักคน สำหรับ ดร.ปื๊ด-นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย ชัดเจนแล้วว่าไม่ได้ไปต่อ
บันทึกหน้า 4
แม้รัฐบาลภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล จะก้าวขึ้นสู่อำนาจด้วยเสียงสนับสนุนอย่างท่วมท้นในสภา แต่เส้นทางการบริหารประเทศจากนี้ไป ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ หากเต็มไปด้วย “โจทย์ใหญ่” และ “ปมเสี่ยง” ที่อาจกลายเป็นแรงสะเทือนทางการเมืองได้ทุกเมื่อ
บันทึกหน้า 4
บันทึกท่ามกลางอากาศร้อน แต่ยังร้อนไม่เท่ากับบรรยากาศด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมในบ้านเรา เพราะ "หน้าตา ครม.ชุดใหม่" ทำท่าว่ามิได้ไฉไลไปกว่าเก่า เพราะยังคงยึดโยงอยู่กับวัฒนธรรม "แบ่งโควตา" เก้าอี้สนองก๊วนแก๊งบ้านเล็กบ้านใหญ่เหมือนเดิม .


