ไทยโพสต์ "อิสรภาพแห่งความคิด" www.thaipost.net Line ID : @thaipost ยังกั๊กไม่ควบรวม! สถานะแค่พันธมิตรทางการเมือง หลังมีข่าวคราวระหว่างสองพรรคมาตั้งแต่เดือน ต.ค. "สมคิด จาตุศรีพิทักษ์" ประธานพรรคสร้างอนาคตไทย ควง "อุตตม สาวนายน" หัวหน้าพรรค "สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์" เลขาธิการพรรค ได้ฤกษ์แถลงข่าวกับไทยสร้างไทย นำโดย "คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์" หัวหน้าพรรค กับ "โภคิน พลกุล" ประธานยุทธศาสตร์พรรค โดยทั้งสองพูดตรงว่าเป็นพันธมิตรจับมือร่วมกันทำงาน ก่อนหน้านี้คอการเมืองต่างคิดว่า สอท.เบนเข็มไปอยู่ชาติพัฒนากล้า เพราะทาง "สุวัจน์ ลิปตพัลลภ" ประธานพรรคก็อ้าแขนต้อนรับแบบไม่มีเงื่อนไข แต่สุดท้าย "เฮียกวง" ก็ยูเทิร์นกลับมาหา "หญิงหน่อย" คงจะคิดสะระตะแล้ว ไปต่อกับไทยสร้างไทยน่าจะมีอนาคตกว่า ถึงจะมีบางอย่างที่สะดุด ไม่ตรงใจแกนนำ สอท. ที่ผ่านมาหญิงหน่อยย้ำจุดยืนไม่ควบรวม คือเข้ามาได้ แต่ต้องมาอยู่ภายใต้แบรนด์ไทยสร้างไทย ชื่อพรรคไม่เปลี่ยนแน่ แม้ตอนนี้บอกว่ายังไม่ยุบ สอท. แต่ดูเส้นทางแล้ว ไปต่อยาก ถ้าอยากหนีตายหาร 100 ต้องเข้ามาอยู่ด้วยกันสถานเดียว
๐ เพื่อไทยคึก สบช่องโหนฉายาสื่อ ลับมีดรอเปิดปฏิบัติการกระชากหน้ากากคนดี ถึงแม้จะเป็นการยื่นขอเปิดอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 ไม่ส่งผลให้คณะรัฐมนตรีต้องพ้นจากตำแหน่งก็ตาม แต่คงจัดเต็มคาราเบล เพราะเป็นครั้งสุดท้ายที่จะได้ซักฟอกรัฐบาลประยุทธ์ ย้อนไป 3 ครั้งแรก ประเดิมอภิปรายวันที่ 18 กันยายน 2562 นำโดย “สมพงษ์ อมรวิวัฒน์” หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน (ในขณะนั้น) เน้นประเด็นถวายสัตย์ไม่ครบและแถลงนโยบายไม่แจงรายได้ ครั้งที่่สอง 9 กันยายน 2563 "น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ" ทีมยื่นญัตติในเรื่องวิกฤตทางเศรษฐกิจและวิกฤตทางการเมือง ส่วนครั้งที่สามขยับอภิปราย 2 วัน 17-18 กุมภาพันธ์ 2565 นำยื่นโดย “หมอชลน่าน ศรีแก้ว” ในเรื่องวิกฤตเศรษฐกิจ วิกฤตโรคระบาด วิกฤตการเมือง และวิกฤตบริหารงานของรัฐบาล ส่วนครั้งที่สี่ คาดว่าจะได้อภิปรายหลังกลางเดือน ม.ค.66 คราวนี้ขุนพลฝ่ายค้านน่าจะต่อคิวกันยาว เลยชิงบอกล่วงหน้าต้องไม่น้อยกว่า 3 วัน ล่าสุด "สมคิด เชื้อคง" ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย และรองประธานวิปฝ่ายค้าน ตีปี๊บดังสนั่น (เหมือนทุกครั้ง) เตรียมชำแหละจุดบกพร่องของรัฐบาล เปิดโปงทุจริตฟ้องประชาชน ช้างตายทั้งตัวเอาใบบัวมาปิดไม่มิดแน่ งานนี้อดใจรอฟังของจริงแทบไม่ไหว ขอให้สมราคาคุย ทิ้งทวนให้สมศักดิ์ศรีฝ่ายค้านซะที
๐ เจ้าที่แรงจริงๆ ปล่อยข่าว "มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์" อยู่ต่อไม่ไหวเปิดแน่บไปแล้ว เล่นเอาเสี่ยวิรัชรีบออกมาปัดพัลวันว่ายังอยู่ กำลังทำการบ้านด้านนโยบายเศรษฐกิจของพรรค สงสัยจะซุ่มเงียบมากไป นับแต่โชว์ตัวซบอกลุงป้อม 6 ธ.ค.ที่ผ่านมา ก็ไม่มีคนใน พปชร. เห็นหน้าค่าตาอีกเลย ก็แค่วันแรกที่เหยียบ พปชร. แล้วประกาศตัวเป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกฯ ก็เจอรุ่นพี่รับน้องใส่ไม่ยั้งกันเลย เอาจริงๆ เท่าที่ดูเหมือนนับเวลาถอยหลังของ "ลุงมิ่ง" ซะมากกว่า กับสภาพ "หัวเดียวกระเทียมลีบ" อาจจะสร้างความสนใจให้พรรคได้ อย่างการออกเวทีดีเบตประเด็นเศรษฐกิจ แต่ทว่าสร้างคะแนนให้พรรคไม่ได้ ยังไม่ต้องมองไกลถึงเก้าอี้รัฐมนตรี เอาแค่ลำดับปาร์ตี้ลิสต์เสียก่อน ว่ากันว่าถ้าให้ปลอดภัยต้องอยู่ประมาณไม่เกิน 10 อันดับแรก ลองมาจัดกันเล่นๆ อันดับหนึ่งน่าจะเป็นเลขาธิการพรรค เพราะบิ๊กป้อมชัดเจนว่าไม่สนเป็น ส.ส. ส่วนลำดับถัดมาก็ต้องเป็นหัวหน้ากลุ่มต่างๆ อย่างเสี่ยวิรัช สุริยะ-สมศักดิ์ กลุ่มสามมิตร ผู้กองธรรมนัส ตัวแทนบ้านกำแพงเพชร ก๊วนปากน้ำ ไหนจะนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ที่ดูแลพื้นที่ภาคใต้ โอกาสที่ลุงมิ่งจะเบียดอยู่ในท็อปเท็นดูลำบากไม่ใช่น้อย ยกเว้นมีดีลกับบิ๊กป้อมไว้ล่วงหน้าแล้ว ไม่งั้นก็เอวัง ด้วยประการฉะนี้.
ลี้คิมฮวง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
บันทึกช่วยจำ วันนี้ 30 มี.ค. อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะนำรายชื่อ ครม.ชุดใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯถวายเพื่อโปรดพิจารณาตามกระบวนการ ต่อจากนั้น เป็นวาระของการแถลงนโยบาย 7-9 เม.ย.
บันทึกหน้า 4
เดือดกว่าในสภา! ลักหลับตอน 4 ทุ่ม แถมเลือกเวลาช่วงปิดประชุมสภาหลังถกญัตติด่วนวิกฤตน้ำมันพอดิบพอดี บอกว่าเลิกอั้น แต่ใครจะคิดว่าจะขึ้นพรวด 6 บาท เล่นเอาชาวบ้านสะดุ้งตื่น
บันทึกหน้า 4
ดูเหมือน การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 3 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1) เมื่อวันพุธที่ 25 มีนาคม พ.ศ.2569 ช่างคึกคักเสียจริง ซึ่งสาเหตุหลักก็คงมาจากเป็นสภาใหม่ถอดด้ามที่มีการประชุมครั้งแรก แต่ก่อนการประชุมนั้น “โสภณ ซารัมย์” ประธานสภาฯ พร้อมด้วยตัวแทนพรรคการเมืองก็ได้หารือถึงการกำหนดวัน-เวลาในการประชุมของทั่นผู้แทนยุคนี้ ...๐
บันทึกหน้า 4
โผ ครม.อนุทิน 2 สะเด็ดน้ำแล้วจำนวน 35 เก้าอี้ เหลือไว้ 1 เก้าอี้ ยังคงเผื่อไว้ให้ใครสักคน สำหรับ ดร.ปื๊ด-นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย ชัดเจนแล้วว่าไม่ได้ไปต่อ
บันทึกหน้า 4
แม้รัฐบาลภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล จะก้าวขึ้นสู่อำนาจด้วยเสียงสนับสนุนอย่างท่วมท้นในสภา แต่เส้นทางการบริหารประเทศจากนี้ไป ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ หากเต็มไปด้วย “โจทย์ใหญ่” และ “ปมเสี่ยง” ที่อาจกลายเป็นแรงสะเทือนทางการเมืองได้ทุกเมื่อ
บันทึกหน้า 4
บันทึกท่ามกลางอากาศร้อน แต่ยังร้อนไม่เท่ากับบรรยากาศด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมในบ้านเรา เพราะ "หน้าตา ครม.ชุดใหม่" ทำท่าว่ามิได้ไฉไลไปกว่าเก่า เพราะยังคงยึดโยงอยู่กับวัฒนธรรม "แบ่งโควตา" เก้าอี้สนองก๊วนแก๊งบ้านเล็กบ้านใหญ่เหมือนเดิม .


