สวัสดีปีใหม่...แม้ว่าจะสายไปบ้างแต่ก็ยังเรียกว่าอยู่ในกระแสที่จะกล่าวได้ ซึ่ง “ปีกระต่าย” ปีนี้ต้องบอกร้อนแรงอย่างยิ่ง เพราะงวดเข้าไปทุกทีกับการเลือกตั้งใหญ่ และต่างก็เริ่มมีความชัดเจนมากขึ้นในตัวละครหลักๆ โดยเฉพาะ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่เริ่มติดใจ “กลิ่นอำนาจ” แม้มีอายุการดำรงตำแหน่งได้อีกเพียง 2 ปีเท่านั้น แต่เจ้าตัวก็ประกาศโดดลงมาสู่ถนนการเมืองในนามพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) แล้ว แต่ตอนนี้ยังไม่ได้สมัครเป็นสมาชิก เพราะต้อง ดูฤกษ์พานาทีก่อนว่าจะสมัครวันไหน เหยียบเท้าไหนเข้าพรรคถึงถูกโฉลกได้เป็นผู้นำประเทศอีกสมัย ...๐
ส่วนค่ายเพื่อไทยของนายใหญ่แห่งดูไบ “นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว” ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรคตราตั้งก็ได้ออกมาดับข่าวลือเรื่องผสมพันธุ์พรรคโน้นพรรคนี้แล้ว โดยล่าสุดแถลงการณ์ของพรรคแสดงความมั่นใจว่ากวาดเก้าอี้เกิน 251 เสียง ขอแลนด์สไลด์เป็นรัฐบาลพรรคเดียวแบบไม่ต้องง้อหรือจับมือกับใคร เรียกว่ามั่นใจทั้งที่ยังไม่ประกาศชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคก็ว่าได้ เพราะ สังคมต่างก็รู้กันแล้วว่าหนีไม่พ้นคนจากตระกูลชินวัตรเป็นเบอร์หนึ่งแน่ๆ ส่วนเบอร์ 2 และเบอร์ 3 นั้น ก็ขึ้นอยู่กับความพิสมัยและเมตตาของพี่โทนี่ วู้ดซัม นั่นแลว่าจะส่งซิกให้ใครได้ติดโผกันบ้าง ...๐
การประกาศของพรรคเพื่อไทยดังกล่าวก็คงทำให้ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” หัวหน้าพรรคก้าวไกลที่เคยทอดไมตรีว่าจะเป็นพรรครัฐบาลด้วยกันคงต้องปรับเปลี่ยนยุทธวิธีกันใหม่เสียแล้ว เพราะเดิมอาจแบ่งรับแบ่งสู้กันในการส่งผู้แทนลงชิงชัย แต่เมื่อ พท.ประกาศเปรี้ยงออกมาแบบนี้ ก.ก.เองหากไม่อยากเป็นพรรคที่ได้น้อยกว่าเก่าก็ต้องส่งชิงเก้าอี้ทั้ง 400 เขตเช่นกัน ...๐
หันมาเรื่องคดีใหญ่ข้ามปีกันบ้าง อย่างคดีของ “ตู้ห่าว” หรือ “ชัยณัฐร์ กรณ์ชายานันท์” เพราะล่าสุดดูเหมือน “ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์” ซึ่งเป็นผู้แฉโพยและตามราวีนั้น เริ่ม เบนเข็มมาถล่มยังเก้าอี้ “พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง” ผบช.น.หรือบิ๊กจ้าว ให้หนาวๆ ร้อนๆ ขึ้นมาแล้ว โดยเฉพาะการเปิดคลิปที่เจ้าตัวยันว่ากล้องวงจรปิดโกหกไม่เป็น ก็ยิ่งทำให้เก้าอี้ของ “น.1” อาจอยู่ในสภาพที่เรียกว่าง่อนแง่นพอสมควร ซึ่งรวมไปถึงเก้าอี้ของ “พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์” ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติก็ร้อนฉ่าตามไปด้วย เรียกว่าไม่หนีห่างจากฉายาที่สื่อตั้งให้ว่าเป็น “ผบ.ปีชง” แต่ประการใด ...๐
เอ่ยถึงฉายาไม่พูดถึง “ยุทธการกระชากหน้ากากคนดี” ของพรรคร่วมฝ่ายค้านไม่ได้ เพราะได้เข้าชื่อยื่นตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ซึ่งกำหนดไว้ว่า “สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร จะเข้าชื่อกันเพื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี โดยไม่มีการลงมติก็ได้” ซึ่งวิป 3 ฝ่ายคงได้หารือถึงวันและเวลาที่เหมาะสม แต่ดูเหมือน “นพ.ชลน่าน” ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร จะออกมาตีกินบอกล่วงหน้ากันแล้วว่าต้องได้ไม่ต่ำกว่า 22 ชั่วโมง พระเจ้าจอร์จ! นี่จะพ่นน้ำลายกันขนาดนี้เชียวเหรอ ...๐
แล้วก็ได้แต่คิดขำอยู่ในใจว่าจะมีกรณีการนับองค์ประชุมเหมือนในช่วงประชุมเดือน ธ.ค.หรือไม่อย่างไร แต่เชื่อว่าโอกาสด่าตีกินทิ้งท้ายรัฐบาลแบบนี้ บรรดาพรรคร่วมฝ่ายค้านคงสมัครสมานสามัคคีนั่งเป็นองค์ประชุมกันหน้าสลอนแน่นอน แต่ การประกาศไม่จับมือใครแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยของพรรคเพื่อไทยนั้น ก็ไม่รู้ว่าจะส่งผลให้การจัดสรรปันส่วนในการออกหน้าจอของพรรคร่วมฝ่ายค้านจะเกิดอาการขัดแข้งขัดขากันเองหรือไม่ อย่างไร ...๐
โดยตัวเลขล่าสุดของผู้ทรงเกียรติทั้งระบบบัญชีรายชื่อและแบบเขตนั้นมีทั้งสิ้น 436 คน ซึ่งล่าสุดก็มีการไขก๊อกไปอีก 2 รายแล้วคือ “เชิงชาย ชาลีรินทร์” ส.ส.ชัยภูมิ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และ “พิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ” ส.ส.บัญชีรายชื่อ พปชร. ซ้ำร้ายยังมีกระแสล่าสุดอีกว่า อาจมี ส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐไขก๊อกย้ายค่ายอีกจำนวนมาก ซึ่งนอกจากปัจจัยหอบผ้าหอบผ่อนหนีตาม “ลุงตู่” แล้ว ยังมีสาเหตุหนึ่งมาจาก การเอือมระอาคนรอบข้าง “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคที่ใช้อำนาจบาตรใหญ่ ในขณะที่หัวหน้าป้อมก็เหมือนไม่ไยดีหรือแยแสแต่ประการใด เลยทำให้บรรดา ส.ส.หน้าเก่าและใหม่ทั้งหลายก็ต้องมานั่งคิดทบทวนเส้นทางตัวเองกันเสียแล้ว ...๐
ท.ศักดิ์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
นับถอยหลังเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่และการออกเสียงประชามติที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แล้ว และดูเหมือน หนังหน้าไฟอย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ยังคงเป็นเป้าหลักของการวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งก็ไม่แปลกใจแต่ประการใด เพราะผลการทดลองงานในการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ. แม้จะคึกคักอย่างยิ่ง แต่ก็มากด้วยปัญหาสารพัดสารพัน
บันทึกหน้า 4
โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ปฏิเสธว่า ไม่เคยพูดว่า ภท.จะได้ สส. 200 ที่นั่ง ความจริงแล้วสื่อถามนำ นายอนุทินก็รับลูกไปตามน้ำ แต่ภายใน ภท.ประเมินกันว่าจะได้ สส.เขตประมาณ 150-160 ที่นั่ง
บันทึกหน้า 4
การเมืองไทยในห้วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งครั้งนี้ กำลังสะท้อน “รอยเดิมที่ไม่เคยหาย” และ “บทเรียนที่บางฝ่ายยังดื้อจะไม่เรียนรู้” ไม่ว่าจะเป็นฝั่งพรรคส้ม หรือฝั่งฝ่ายอนุรักษนิยมเองก็ตาม
บันทึกหน้า 4
เห็นนักการเมืองมักเสนอตัดงบประมาณกองทัพ งานด้านความมั่นคง อย่างภาคภูมิใจ แต่น้อยคนที่จะเสนอตัดงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับตัวเองโดยตรง นั่นคือเงินเดือน สส. ค่าตอบแทน รวมไปถึงผู้ช่วย สส. ที่แต่ละปีใช้งบประมาณแผ่นดินจำนวนมาก ยิ่งช่วงหาเสียงเลือกตั้งแบบนี้ก็ยิ่งแล้วใหญ่ หาพรรคการเมืองที่ชูนโยบายรัดเข็มขัดรัฐสภา เพื่อช่วยลดงบประมาณแผ่นดินยามประเทศเจอวิกฤตเศรษฐกิจไม่ได้เลย
บันทึกหน้า 4
"แบงก์ชาติ" ออกโรงเอง! "วิทัย รัตนากร" ผู้ว่าการ ธปท. สายบู๊ นั่งเก้าอี้ไม่ถึง 4 เดือน ลุยปราบทุนเทา ล่าสุดโชว์ผลงานช่วยจับซื้อเสียง หลังได้กลิ่นตุๆ ในช่วง 2 สัปดาห์นี้ มีการถอนเงินสดก้อนใหญ่ประมาณ 450 ล้านบาท
บันทึกหน้า 4
เรียกว่าเริ่มเข้าสู่โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งแล้ว พรรคการเมืองต่างๆ ก็เริ่มปล่อยหมัดเด็ดหมัดน็อกออกมากันยกใหญ่ โดยใน ค่ายน้ำเงินของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นอกจากเดินสายหาเสียงแบบออร์แกนิกแล้ว


