บันทึกหน้า4

การเมืองยามนี้แม้จะยังไม่ยุบสภาผู้แทนราษฎรอย่างเป็นทางการก็ตามที แต่ ดูเหมือนจะร้อนฉ่าอย่างมาก โดยเฉพาะหลังจาก “น้องตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมไปสมัครเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) พี่ใหญ่ของ 3 ป.อย่าง “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐก็เริ่มออกแอกชันมากขึ้นเรื่อยๆ ...๐

แม้ในจดหมายเปิดใจของ “ลุงป้อม” จะกัดฟันบอกว่า 3 ป. Forever ก็ตามที แต่ช่างสวนทางกับการกระทำเมื่อวันอังคารเสียเหลือเกิน เพราะเจ้าตัวได้ลาประชุม ครม.ลงพื้นที่จังหวัดราชบุรีไปจัดแถวจัดทัพเด็กในบ้านกันเลย เนื่องจาก “น้องตู่” จะลงพื้นที่ไปเปิดงานตรุษจีนในวันพฤหัสบดีนี้ ...๐

ปาดหน้ารอบแรกยังไม่พอ ล่าสุด “พี่ป้อม” มีหมายที่จะปาดซ้ำอีกรอบในพื้นที่ จ.พิษณุโลก และนครสวรรค์ในวันที่ 20 ม.ค.นี้ ซึ่งต้องเรียกว่าไปเช็กเรตติ้งว่ายังดีอยู่ไหมอีกเช่นกัน เพราะดูเหมือน ส.ส.ในพื้นที่เริ่มเปลี่ยนพรรค โดยบางส่วนไปทั้งภูมิใจไทยของเสี่ยหนู และ รทสช.ของน้องตู่กันแล้วบ้างส่วน ทำให้จำเป็นที่พี่ใหญ่จะต้องลงออกเอกเซอร์ไซส์ให้บรรดาพวกที่ยังไม่ตัดสินใจ งานนี้ “พี่ป้อม” ก็มาดักหน้า “น้องตู่” ที่มีกำหนดการจะลงพื้นที่ จ.พิจิตรและนครสวรรค์ในช่วงปลายเดือน ม.ค.อีกครั้งด้วย ...๐

การเมืองระหว่าง “พี่น้อง” ระอุขนาดนี้ แต่กลับสวนทางกับการทำงานในสภาผู้แทนราษฎรของท่านผู้ทรงเกียรติยิ่งกว่า “ฟ้ากับเหว” สมกับได้รับฉายา 3 วันหนี 4 วันล่มจริงๆ เพราะในการประชุมล่าสุดใช้เวลาไม่ถึง 25 นาทีก็ต้องจรลีกันหมดแล้ว เพราะองค์ประชุมไม่ครบ ซึ่ง “วิษณุ เครืองาม” เจ้าของฉายาเครื่องจักรซักล้างก็ยืนยันว่าสภายังทำงานได้ ไม่ได้ถูลู่ถูกังแต่ประการใด เพราะ งานนี้เป็นการใช้เทคนิคหรือจงใจคว่ำกฎหมายนั่นแล ซึ่งเมื่อมองไปก็จะเห็นเป้าที่ “วิษณุ” ชี้ นั่นคือกฎหมายกัญชง กัญชา นั่นเอง ...๐

ส่วนความเคลื่อนไหวของคุณแม่ยังสาวอย่าง “แพทองธาร ชินวัตร” ที่อุ้มท้องหาเสียงอยู่ ล่าสุดก็ยังทำหน้าที่ทั้งแคนดิเดตนายกฯ และหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย (หัวหน้าพรรคเพื่อไทยตัวจริง) ลงพื้นที่ตลาดสดนนทบุรี ซึ่งก็ไม่พลาดที่จะต้องกินบุญเก่า เอ่ยอ้างถึงคุณพ่ออย่าง “ทักษิณ ชินวัตร” อีกรอบ แต่ที่สังคมเขาสงสัยอย่างมากว่า “แคนดิเดตนายกฯ” อีกรายที่ชื่อ “เศรษฐา ทวีสิน” ทำไมไม่ลงพื้นที่บ้างหรืออย่างไร หรือมัวแต่สนใจในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของตัวเองอยู่ จนทำให้ใครต่อใครต้องหวนไปคิดถึงเรื่อง “ผลประโยชน์ทับซ้อน” เหมือนที่ให้วันที่ 31 ธันวาคมเป็นวันทำงานขึ้นมาซะอย่างนั้น ...๐

ส่วนพรรคก้าวไกล โดยเฉพาะก้าวย่างของ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” นั้น ก็เรียกว่าไม่เคยตกกระแสเสียจริงๆ เพราะขนาดในวันกองทัพไทย เจ้าตัวก็ยังร่อนจดหมาย พร้อมเสนอ 12 ข้อในการปฏิรูปกองทัพ ให้ติดเทรนด์กับเข้าด้วย ซึ่งชาวบ้านร้านถิ่นเขาก็พากันสงสัยว่าทำไมก้าวไกลชอบไปไกลเสียจริงๆ ทั้งแก้มาตรา 112 เอย ปฏิรูปตำรวจ ปฏิรูปศาล ปฏิรูปทหารเอย แต่เรื่องใกล้ๆ ตัวอย่างเรื่องครอบครัว ซึ่งเป็นเรื่องพื้นฐาน ทั้งเรื่องการทำร้ายผู้หญิง หรือพฤติกรรมชู้สาวแบบนี้ กลับแทบไม่เคยเสนอหรือออกแอกชันอย่างฉับไวเลย หรือเพราะมันเป็นของแสลงหรือประการใดจ๊ะ ...๐

พูดถึงก้าวไกลแล้วไม่พูดถึง “อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล” ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลก็ไม่ได้ เพราะล่าสุด เจ้าตัวก็ออกมาแถลงตั้งข้อสังเกตถึงศาลอาญาและผู้พิพากษาในกรณี “ทานตะวัน ตัวตุลานนท์” และ “อรวรรณ ภู่วงษ์” 2 นักกิจกรรมที่ถอนประกันตนเองที่ถูกดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดย ส.ส.ผู้ค้ำประกันอย่างอมรัตน์ถึงกับโวยว่าศาลควรควรตระหนักว่าเป็นผู้ผดุงความยุติธรรมให้คนไทยทุกคน ไม่ใช่เฉพาะผู้มีอำนาจ แหม! แต่ที่สังคมเขากังขาก็คือ ทั้ง "ตะวัน-แบม” นั้น ไม่น่าใช่เยาวชนกันเท่าไหร่นะ เพราะ อายุอานามก็มีสิทธิเลือกตั้งแล้ว ฉะนั้นเจ้าตัวก็ต้องรับผลการกระทำเหมือนคนทั่วไป อย่างที่พรรคก้าวไกลมักพูดมักอ้างเรื่องความเท่าเทียมเสมอๆ สิจ๊ะแม่คุณ ไม่ใช่มาอ้างเรื่องความเป็นเด็กเป็นเยาวชนสร้างความชอบธรรม ...๐

ทิ้งท้ายด้วยข่าว ฟ้าผ่าที่กระทรวงยุติธรรม เมื่อ “สมศักดิ์ เทพสุทิน” รมว.​ยุติธรรม ลงนามในคำสั่งให้ “ไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์” อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)  ไปปฏิบัติหน้าที่ราชการที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และรักษาราชการแทนผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และให้ “พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล” ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ไปปฏิบัติหน้าที่ราชการที่ดีเอสไอแทน ก็ไม่รู้ว่า นี่ใช่พิษของ “ทุนจีนสีเทา” หรือเปล่า แต่ที่แน่ๆ เล่นเอาอากาศที่หนาวสะท้าน หนาวยะเยือกเข้าไปอีก ...๐

ท.ศักดิ์

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

ช่วงนี้สังคมไทยมี คดีอุกฉกรรจ์ สะเทือนขวัญอย่างต่อเนื่อง เป็นข่าวฉาวไปทั่วโลก ล่าสุด นายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรี ยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี เสียชีวิต ในสำนักงาน อบจ.นนทบุรี หลังก่อเหตุนายฉลอง

บันทึกหน้า 4

ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด วิกฤตการณ์ทุจริตสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่นถือเป็นบททดสอบสำคัญของกระทรวงมหาดไทยภายใต้การกำกับดูแลของ วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้ออกมาประกาศความคืบหน้าในการดำเนินการทางอาญาต่อกลุ่มผู้ทุจริต

บันทึกหน้า 4

เป็นอีกหนึ่งสัปดาห์ที่ต้องเริ่มต้นด้วยการแสดงความเสียใจและอาลัยจากใจต่อครอบครัวผู้สูญเสียในเหตุโศกนาฏกรรมที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ...เหตุกราดยิงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์จบลง แต่คำถามของสังคมยังวนเวียนหลอกหลอน “เราจะทำอย่างไร...ไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก?!?”

บันทึกหน้า 4

ไร้นักการเมืองโกง! ยังเป็นประเด็นคาใจที่ฝ่ายค้านตั้งคำถามทุกวัน ตัดตอนจบแค่บิ๊กข้าราชการ "รังสิมันต์ โรม" รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรรมและสิทธิมนุษยชน

บันทึกหน้า 4

ต้องบอกว่า “ดีลลับโมนาโก” แม้จะได้รับการปฏิเสธทั้งจาก “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคกล้าธรรม (กธ.) รวมถึง “แพทองธาร ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ปัจจุบันรั้งเก้าอี้ที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทยไปแล้ว แต่เมื่อมีควันย่อมมีไฟอย่างไรอย่างนั้น จึงทำให้ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยถึงกับประกาศกลางวงประชุมคณะรัฐมนตรีในวันพุธที่ 5 สิงหาคม

บันทึกหน้า 4

ผลการตรวจสอบการทุจริตข้อสอบกรมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เป็นที่ยุติแล้ว โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย บอกว่า ในส่วนของรัฐบาลดำเนินการทุกอย่างที่ควรทำหมดแล้ว จบแล้ว