บันทึกหน้า 4

ไทยโพสต์ "อิสรภาพแห่งความคิด" www.thaipost.net ศึกสายเลือด 2 ป. พรรคพี่พรรคน้องประลอง (น้ำลาย) รายวัน ไม่ใช่แค่เรื่องพี่่ป้อมดอดตัดหน้าน้องตู่ลงพื้นที่ ที่เจ็บจี๊ดกว่านั้น นโยบายหลักของรัฐบาลประยุทธ์ที่ซื้อใจรากหญ้า "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" ยังโดนปาดหน้า "ลุงป้อม" ชิงใช้เป็นโยบายสำคัญประเดิมหาเสียงในการเลือกตั้ง ประกาศแจกคนจนเดือนละ 700 บาท เล่นเอาพลพรรคบิ๊กตู่ออกมาเต้นยกใหญ่ ล่าสุด "พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค" เลขาธิการนายกฯ และหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ยังต้องออกโรงเอง "โครงการนี้อันที่จริงมาจากนายกฯ ที่มาจริงๆ มาจากนายกฯ และก็ต้องถือเป็นของรัฐบาล เพราะฉะนั้นทุกพรรคร่วมรัฐบาลก็สามารถใช้ได้หมด แต่ที่สำคัญคือมันเริ่มต้นมาจากนายกฯ... หลักการก็คือการจะเอาเงินใส่ไปในบัตรจะต้องไม่กระทบต่องบประมาณแผ่นดิน 

ต้องพยายามให้อยู่ในกรอบวงเงินเดิมให้มากที่สุด ไม่ใช่มาใช้วิธีเกทับบลัฟกันไป มันไม่ได้อะไรขึ้นมา ใครๆ ก็สามารถเบิ้ลกันได้ทั้งนั้น ที่สำคัญทำได้หรือไม่ได้ และกระทบงบประมาณหรือไม่" เรียกว่าฟาดฝั่งพลังประชารัฐแบบนิ่มๆ จากนี้ต้องรอดูว่ารวมไทยสร้างชาติจะแก้เกมนี้ยังไง เพราะเสี่ยตุ๋ยบอกชัดแล้วว่า ในเมื่อบัตรนี้เริ่มต้นจากบิ๊กตู่ ประชาชนได้ประโยชน์ ก็คงต้องเดินหน้าต่อ

๐ ย้อนกลับไปจุดเริ่มต้นของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ใช้ครั้งแรก 1 ตุลาคม 2560 ยอดผู้มีสิทธิ์ 11.67 ล้านคน ที่ได้รับเงินค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค หลักเกณฑ์คือผู้มีรายได้สูงกว่า 30,000 บาทต่อปี แต่ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี จะได้คนละ 200 บาทต่อเดือน รายได้ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อปี จะได้คนละ 300 บาทต่อเดือน รวมทั้งยังได้ส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้ม 45 บาทต่อคน ต่อ 3 เดือน และได้ค่าโดยสารรถเมล์และรถไฟฟ้า 500 บาทต่อเดือน รถโดยสาร บขส. 500 บาทต่อเดือน ค่าโดยสารรถไฟ 500 บาทต่อเดือน ในช่วงนั้นรัฐบาลประยุทธ์ 1 มือเศรษฐกิจหลักน่าจะเป็น "สมคิด จาตุศรีพิทักษ์" กับ 4 กุมาร ถ้าจะเถียงกันไปก็คงไม่จบว่าใครเป็นเจ้าของไอเดียกันแน่ แต่แจก 700 ของลุงป้อม ข่าวว่ามือเศรษฐกิจของ พปชร. ช่วยกันระดมสมอง ทั้ง อ.แหม่ม-นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ วราเทพ รัตนากร สันติ พร้อมพัฒน์ รวมถึงมือเศรษฐกิจน้องใหม่ของพรรค มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ แต่คนคิดนโยบายยังไม่เด็ดเท่าไทม์ไลน์ที่คลอด แถมเก็บเงียบเชียบ ก่อนที่ "พี่ป้อม" ชิงประกาศแซงหน้า "น้องตู่" จน รทสช. เหวอไปตามๆ กัน

๐ ถึงหลายก๊กหลากก๊วนจะผละอก "ลุงป้อม" ไปอยู่พรรคการเมืองต่างๆ แต่ "กลุ่มสามมิตร" ยังไม่ขยับ รู้กันดีเรื่องความเขี้ยวเชี่ยวการเมือง "สามมิตร" ไม่เป็นสองรองใคร ว่ากันว่าทิศทางการเมืองข้างหน้ายากแท้หยั่งถึง สมการการเมืองเดิมๆ ลบทิ้งไปได้เลย แว่วมาว่าจะไม่ยกทีมทั้งหมดไปอยู่กับพรรคใดพรรคหนึ่ง แต่จะใช้กลยุทธ์ "แยกกันโต" มีความเป็นได้มากว่า "สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ" จะปักหลักอยู่พลังประชารัฐต่อ ส่วน "สมศักดิ์ เทพสุทิน" อดีตเจ้าพ่อวังน้ำยม อาจย้ายขั้วกลับบ้านเดิมไปอยู่กับพรรคเพื่อไทย ขณะที่ "เสี่ยแฮงค์" อนุชา นาคาศัย มีแนวโน้มจะไปอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติ ช่วยสานฝัน "บิ๊กตู่" นั่งนายกฯ สมัย 3 ถ้าออกมาอีหรอบนี้ ยังงั้ยยังไงคนในกลุ่มได้เป็นรัฐมนตรีแน่ ส่วนเสียงในสภาก็หายห่วง นอกจากเสียงในสังกัดที่มีนับสิบแล้ว ยังมีเครือข่ายที่อยู่ในซีกฝ่ายค้านที่ดูแลกันมาอย่างดี คิดง่ายๆ ฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ มา 4 รอบ ไม่มีชื่อหัวหอกสามมิตรติดโผแม้แต่ครั้งเดียว อย่างเสี่ยแฮงค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี หรือสมศักดิ์ รมว.ยุติธรรม ยังพอทำเนา แต่กับ "สุริยะ" บนเก้าอี้เจ้ากระทรวงอุตสาหกรรม กลับไม่โดนแผ้วพาน ไม่ใช่แค่แมตช์ใหญ่อย่างศึกซักฟอก พวกแถลงหรือให้สัมภาษณ์พาดพิงยังไม่มีสักแอะจากฝ่ายค้าน.

ลี้คิมฮวง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

ประชุม ครม.เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ลาป่วย มอบหมายให้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ เป็นประธานแทน ต่อมาเวลา 11.45 น. นายกฯ

บันทึกหน้า 4

การจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ใกล้ได้ข้อสรุป หลังการเจรจาพรรคร่วมรัฐบาลคืบหน้าอย่างชัดเจน โดยสูตรรัฐบาลที่มี “พรรคภูมิใจไทย” เป็นแกนนำสามารถรวบรวมเสียงสนับสนุนได้ 291 เสียง ประกอบด้วย พรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย พรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาชาติ และพรรคขนาดเล็กบางส่วน

บันทึกหน้า 4

บันทึกบอกกล่าวเล่าสิบ ..หลังผ่านการเลือกตั้งมาตั้งแต่ 8 ก.พ. ได้ฤกษ์แล้วว่า ในวันที่ 14 มี.ค.ศกนี้ จะมีรัฐพิธีเปิดประชุมสภาอย่างเป็นทางการเพื่อเลือก "ประธานรัฐสภา" อันถือเป็นลำดับขั้นตอนแรกก่อนที่จะมีการโหวต "นายกรัฐมนตรี" คนที่ 33 ให้ไปบริหารจัดการราชการแผ่นดินต่อไป ...

บันทึกหน้า 4

กลับสู่โหมดการเมืองเต็มตัว หลัง กกต. ปลดล็อก รับรอง สส. ระบบเขต และปาร์ตี้ลิสต์ 499 คน เหลือแค่สุพรรณบุรี เขต 2 นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ จากพรรคภูมิใจไทย ที่โดนแขวน เนื่องจากกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งส่อทุจริต "ศิโรจน์ แพทย์พันธุ์"

บันทึกหน้า 4

ในที่สุดคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็มีมติรับรองสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพิ่มอีก 103 คน เมื่อรวมกับ รอบแรกที่ประกาศรับรอง สส.เขตไป 396 คน และรอบนี้มี สส.บัญชีรายชื่อครบ 100 คน