
ในที่สุดคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็มีมติรับรองสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพิ่มอีก 103 คน เมื่อรวมกับ รอบแรกที่ประกาศรับรอง สส.เขตไป 396 คน และรอบนี้มี สส.บัญชีรายชื่อครบ 100 คน และ สส.เขต เพิ่มอีก 3 เขต รวม 499 คน โดยขาดเพียงเขตเลือกตั้งที่ 2 จังหวัดสุพรรณบุรี ที่ “ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ” แห่งพรรคภูมิใจไทยชนะ ที่ กกต.ยังไม่ประกาศรับรองเท่านั้น ...๐
สำหรับปาร์ตี้ลิสต์ 100 รายนั้น ก็ประกอบด้วยไปด้วย พรรคประชาชน 32 ราย, พรรคภูมิใจไทย 19 ราย, พรรคเพื่อไทย 16 ราย, พรรคประชาธิปัตย์ 11 ราย, พรรคเศรษฐกิจ 3 ราย, พรรคเพื่อชาติไทย 2 ราย, พรรคกล้าธรรม 2 ราย, พรรครวมไทยสร้างชาติ 2 ราย
และพรรคที่มีปาร์ตี้ลิสต์ที่ชื่ออันดับแรกอีก 13 พรรค คือ พรรคใหม่, พรรคไทยทรัพย์ทวี, พรรคประชาธิปไตยใหม่, พรรคมิติใหม่, พรรคไทยภักดี, พรรคไทยสร้างไทย, พรรครวมพลังประชาชน, พรรคเสรีรวมไทย, พรรคทางเลือกใหม่, พรรคไทรวมพลัง, พรรคพลังประชารัฐ, พรรครวมใจไทย และพรรคประชาชาติ ...๐
งานนี้ก็เรียกว่า นับวันรอรัฐบาลชุดใหม่ได้เลย เพราะสามารถเปิดประชุมรัฐสภานัดแรกตามกฎหมายได้แล้ว ที่กำหนดไว้ว่าต้องมี สส.ที่ได้รับการรับรองอย่างน้อย 95% หรือ 475 คน ซึ่งไม่เกิน 15 วันนับจากวันนี้ ก็คงได้เห็นหน้าตาของนายกรัฐมนตรีคนใหม่ (หน้าเดิม) และรัฐนาวาสีน้ำเงินกันแล้ว ...๐
ที่ผ่านมาก็ต้องบอกว่ามีการคาดคะเนรายชื่อของรัฐมนตรีกันไปบ้างพอสมควร แต่ดูเหมือนยามนี้ต่างโฟกัสไปที่เก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่ง “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกฯ และ รมว.มหาดไทย ก็ยังอุบเงียบในชื่อดังกล่าว แต่กระแสว่า “ด.เด็ก” มาแรงเสียเหลือเกิน ซึ่งก็มีทั้ง “พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์” หรือบิ๊กแดง อดีตผู้บัญชาการทหารบก และ “พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร” หรือบิ๊กโด่ง อดีต รมช.กลาโหม ซึ่งอีกไม่นานก็คงรู้ ...๐
ที่น่าจับตาอีกค่ายหนึ่งคือ ค่ายแดงอย่างพรรคเพื่อไทย ที่ต้องบอกว่ารอบนี้พรรคเสียรังวัดอย่างมากในผลการเลือกตั้ง ประเด็นหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ “คลิปอังเคิล” ที่เล่นเอาความไว้วางใจของสาวกยังเปลี่ยนแปลง ซึ่งทางเลือกของเพื่อไทยหรือเพื่อชินวัตรยามนี้ หากยังต้องการผงาดกลับมาเป็นแกนนำรัฐบาลในสมัยหน้า ก็คงต้องคัดสรรบุคคลในการเป็นรัฐมนตรีให้สมน้ำสมเนื้อ หากมีชื่อของเจ้าเก่าตระกูล ส. ไม่ว่าจะเป็น “สมศักดิ์ เทพสุทิน” หรือ “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” อีกรอบแล้ว ก็ขอฟันธงได้เลยว่าอนาคตของพรรคก็ยากที่จะฟื้นคืนกลับมาแน่นอน ...๐
แต่ดูเหมือน “พท.” จะรู้เลาๆ แต่จะกล้าเขี่ย 2 ส. หรือไม่ไม่รู้ ที่แน่ๆ คือหันไปสร้างภาพลักษณ์ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติแทน โดย จะส่งชื่อ “เจ๊มนพร เจริญศรี” สส.นครพนมและอดีต รมช.คมนาคม ไปเป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ซึ่งหากเป็นจริงตามกระแส ก็จะถือเป็นครั้งแรกที่รองประมุขฝ่ายนิติบัญญัติเป็นผู้หญิง ...๐
เอ่ยถึง “ผู้หญิง” ในสภาล่างแล้ว ก็ต้องเอ่ยถึงสภาสูงกันบ้าง เพราะล่าสุดศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งได้พิพากษากรณี “เกศกมล เปลี่ยนสมัย” หรือ “หมอเกศ” สว. ที่ถูก กกต.ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาฯ เพื่อให้พิจารณาวินิจฉัยตรวจสอบคุณสมบัติแล้ว โดย ศาลได้พิพากษาเพิกถอนสิทธิการสมัครรับเลือกตั้งหมอเกศ 10 ปี ปมทุจริตใช้ตำแหน่งศาสตราจารย์ชักจูงให้เข้าใจผิดในการคัดเลือก สว. ปี 2567 …๐
ในขณะเดียวกัน “สนธิญา สวัสดี” นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ก็ไปยื่นหนังสือต่อ กกต.ขอให้ตรวจสอบและเสนอเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยให้ความเป็น สว.ของ “นันทนา นันทวโรภาส” สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 185 กรณีให้ กกต.ถอนแจ้งความดำเนินคดีกับ สว. และบุคคลที่กระทำการขัดขวางการเลือกตั้งและถอดรหัสบัตรเลือกตั้ง ซึ่งถือเป็นการใช้สถานะหรือตำแหน่งก้าวก่าย แทรกแซงองค์กรอิสระ งานนี้ก็น่าติดตามหากมีการประทับรับฟ้องขึ้น “เจ๊นันทนา” ที่ออกโรงเรียกร้องเรื่องสปิริตหลายต่อหลายครั้งในสภาสูงว่าด้วยการลงคะแนนเสียงเลือกองค์กรอิสระทั้งหลายจะหยุดปฏิบัติหน้าที่เลยหรือไม่ หรือจะต้องรอให้เบ็ดเสร็จสะเด็ดน้ำจนกว่าจะมีคำตัดสินออกมา เพราะงานนี้ก็จะเป็นบทพิสูจน์ในเบื้องต้นเช่นกันว่า ที่ตีฆ้องร้องป่าวมานมนานนั้นเป็นของจริงหรือของปลอมกันแน่ ...๐
แล้วที่ชาวบ้านเขาสงสัยกันอย่างมากคือ การแถลงข่าวของเจ๊นันทนาทุกครั้ง ทำไมต้องมี “ภัทรพงศ์ ศุภักษร” หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ ที่พ่ายแพ้การท้าพนันต่อสาธารณะแต่ไม่กล้าปฏิบัติตามทุกครั้งคราไป และยังมีการแถลงข่าวต่อเนื่องอีก เพราะเป็นผู้เชี่ยวชาญประจำตัว สว., ผู้ชำนาญการประจำตัว สว. และผู้ช่วยดำเนินงานของ สว. ที่กินเงินภาษีประชาชนเดือนละหลักหมื่นหรืออย่างไรจ๊ะตัวเอง ...๐
ท.ศักดิ์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
ภายหลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ถือว่ามีผลบังคับใช้แล้ว รัฐบาลพร้อมเดินหน้าโครงการช่วยเหลือเยียวยา 2 แสนล้านบาท และการเปลี่ยนผ่านพลังงาน 2 แสนล้านบาทได้เลย
บันทึกหน้า 4
การกลับบ้านจันทร์ส่องหล้าของ ทักษิณ ชินวัตร หลังได้รับการพักโทษและเข้ารับทราบเงื่อนไขคุมประพฤติจากกรมคุมประพฤติ ทำให้บรรยากาศการเมืองกลับมาคึกคักอีกครั้งทันที
บันทึกหน้า 4
11 พฤษภาคม 2569 นักโทษชายทักษิณ ชินวัตร ที่ถูกจำคุกจากคดีโกงบ้านกินเมือง จะได้รับการพักโทษ กลับไปนอนบ้านจันทร์สองหล้า ติดกำไล EM ที่ขา ขอให้สังคมไทยจดจำเป็นบทเรียน นักการเมืองจะยิ่งใหญ่แค่ไหนก็ตาม หากคดโกงจุดจบคือคุก บางคนกรรมตามทันเป็นติดจรวด บางคนได้ใจเพราะคิดว่า โกงมานานไม่เห็นมีใครทำอะไรได้ ก็โกงต่อเนื่อง จดชื่อใส่บัญชีหนังหมาไว้เลยคนพวกนี้อนาคตมีแต่ทุกข์ ไม่โดนเข้ากับตัวเองก็โดนกับครอบครัว ชีวิตหาความสุขมิได้ ...๐
บันทึกหน้า 4
คิดช้า! พรรคประชาชนเพิ่งเคาะส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความ "พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน" หรือชื่อเต็มๆ ว่า ร่างพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.
บันทึกหน้า 4
ต้องบอกว่ายามนี้สภากาแฟทั้งหลายมักถกเรื่องใหญ่อยู่ 2 เรื่อง คือ ร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. … หรือ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทของรัฐบาลอนุทิน
บันทึกหน้า 4
ผ่านที่ประชุม ครม.เรียบร้อยแล้วสำหรับร่าง พ.ร.ก.ให้กระทรวงการคลังกู้เงิน พ.ศ.2569 วงเงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากวิกฤตพลังงานจากการสู้รบในตะวันออกกลาง โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล

