เมื่อสีจิ้นผิงมาพร้อม ยาหอมและของขวัญ

การประชุมสุดยอดของผู้นำอาเซียน (ยกเว้นพม่า) กับจีนเมื่อวันจันทร์มีหลายมุมที่ควรแก่การนำมาวิเคราะห์ถึงแนวโน้มของภูมิรัฐศาสตร์ของภูมิภาคนี้

ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงมานั่งหัวโต๊ะเอง ไม่ได้มอบหมายให้นายกรัฐมนตรีหลี่เค่อเฉียงมาร่วมอย่างที่เคยเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ

เพราะสีจิ้นผิงต้องการแสดงให้อาเซียนและประชาคมโลกเห็นว่าผู้นำสูงสุดของปักกิ่งลงมาดูแลการทูตและการเมืองระหว่างประเทศด้วยตนเองแล้ว

นายกฯหลี่เค่อเฉียงจะหมดหน้าที่นายกฯในปีหน้าเพราะครบสองเทอม

แต่สีจิ้นผิงยังสามารถดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดไปได้ต่ออีกหลายสมัยเพราะได้แก้ไขรัฐธรรมนูญปูทางเอาไว้แล้ว

การที่สีจิ้นผิงมาประชุมเองก็เพื่อจะมาแสดงถึงความใส่ใจกับอาเซียนเป็นพิเศษ...เพื่อคานอิทธิพลของสหรัฐฯอีกด้านหนึ่งแน่นอน

เป็นที่มาของคำประกาศจากสีว่าจีนจะไม่ข่มเหงรังแกประเทศที่เล็กกว่า

โดยย้ำว่าจีนจะไม่ “บูลลี่” ประเทศอื่นให้ต้องทำตามสิ่งที่ตนต้องการ

และรับปากว่าจีนจะไม่เล่น “การเมืองแห่งอำนาจ” ซึ่งแปลว่าจะไม่ใช้อำนาจและอิทธิพลที่ตนมีเพื่อกดดันบังคับให้ประเทศอื่นต้องทำตามตนเอง

ในช่วงหลัง นักการทูตจีน (รวมถึงทูตจีนประจำประเทศไทย) ยืนยันว่าจีนจะไม่กดดันบังคับให้ประเทศอื่นต้อง “เลือกข้าง” ระหว่างจีนกับประเทศอื่น

ไม่ต้องระบุชื่อก็รู้ว่าหมายถึงสหรัฐฯอเมริกา

สีจิ้นผิงไม่ได้มาโปรยยาหอมด้วยวาทะการทูตเรื่องพหุภาคีและการแก้ปัญหาด้วยการพูดจาแทนที่จะขมขู่ข่มเหง

แต่มาพร้อม “ของขวัญ” ให้กับอาเซียนหลายชิ้น

หนึ่งก็คือคำประกาศว่าจีนพร้อมจะซื้อสินค้าการเกษตรของอาเซียนมูลค่า 150,000 ล้านเหรียญใน 5 ปีข้างหน้า

เท่านั้นไม่พอ สีจิ้นผิงยังแจ้งให้อาเซียนรับทราบว่าปักกิ่งจะบริจาควัคซีนอีก 150 ล้านโดสอีกด้วย

เห็นไหมว่าเป้าหมายสำคัญของสีจิ้นผิงที่มาปรากฏตัวต่อหน้าผู้นำอาเซียนในโอกาสครบรอบ 30 แห่งการการสถาปนาความสัมพันธ์ผ่านการพบปะเจรจากันเป็นประจำคือการบอกกล่าวชัด ๆ ว่าจีนไม่ใช่เพียงแค่รับปากจะเป็นเพื่อนที่ดีและจริงจังเท่านั้น

แต่ยังยื่นมอบข้าวของอย่างเป็นรูปธรรม จับต้องได้ด้วย

ยังไม่ต้องพูดถึงโอกาสที่จีนจะช่วยอาเซียนฟื้นจากวิกฤตโควิดด้วยการให้นักท่องเที่ยวจีนออกนอกประเทศมาช่วยสร้างรายได้ให้กับประเทศต่าง ๆ

สีจิ้นผิงไม่ได้พูดเรื่องนี้ แต่เป็นที่รู้กันว่าจีนรู้ดีว่าประเทศอาเซียนต่างก็กำลังรอให้นักท่องเที่ยวจีนออกมาสร้างรายได้ให้กับประเทศต่าง ๆ ในแถบนี้โดยเร็ว

แต่ผู้นำอาเซียนก็ไม่ได้รับฟังเฉย ๆ

ก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตอร์เต แห่งฟิลิปปินส์ ได้แสดง "ความกังวลอย่างยิ่ง" ต่อความขัดแย้งในทะเลจีนใต้ที่จีนเป็นคู่กรณีกับหลายประเทศในอาเซียน

รัฐบาลฟิลิปปินส์ได้ยื่นคำประท้วงต่อเหตุการณ์ในทะเลจีนใต้ ที่หน่วยยามฝั่งของจีนใช้ปืนใหญ่ฉีดน้ำเพื่อสกัดกั้นเรือฟิลิปปินส์ที่ขนส่งเสบียงอาหารไปยังบุคลากรทางทหาร เ

ดูเตอร์เตบอกว่าประเทศของเขามีความ "เกลียดชัง" ต่อเหตุการณ์ครั้งนั้น

และแสดง “ความห่วงใยอย่างยิ่งต่อการพัฒนาอื่นๆ ที่คล้ายคลึงกัน"

นายกฯรัฐมนตรีมาเลเซียซาบรี ยาคอบ ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่อ้างสิทธิ์เหนือเกาะแก่งบางแห่งในทะเลจีนใต้เช่นกัน ได้เรียกร้องให้ทุกฝ่าย "ใช้ความยับยั้งชั่งใจในตนเองและหลีกเลี่ยงการกระทำที่อาจถือเป็นการยั่วยุ ซึ่งอาจทำให้สถานการณ์ซับซ้อนขึ้น และทำให้ความตึงเครียดในพื้นที่ทวีความรุนแรงขึ้น"

สีจิ้นผิงตั้งข้อสังเกตเพียงว่า “จำเป็นต้องมีความพยายามร่วมกันเพื่อปกป้องเสถียรภาพในทะเลจีนใต้ และทำให้ทะเลนี้เป็นทะเลแห่งสันติภาพ มิตรภาพ และความร่วมมือ”

นายกฯสิงคโปร์หลี่เสียนหลงย้ำว่าจีนกับสหรัฐฯจะต้องพยายามหาทางแก้ปัญหาความขัดแย้งกันด้วยวิธีการที่สร้างสรรค์ ต้องหลีกเลี่ยงการสร้างความตึงเครียดที่จะมีผลกระทบต่อประเทศอื่น ๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

สีจิ้นผิงได้ยินชัด ๆ จากผู้นำมาเลเซีย, สิงคโปร์และฟิลิปปินส์ซึ่งแสดงจุดยืนที่สะท้อนแนวคิดที่ไม่จำเป็นต้องไปแนวเดียวกับจีนทุกเรื่อง

การประชุมสุดยอดผู้นำจีนกับอาเซียนครั้งนี้จึงเปิดฉากทัศน์หลายฉากใหม่ ๆ ที่ประเทศไทยควรจะนำมาวิเคราะห์และปรับยุทธศาสตร์ให้สอดคล้องกับกระแสคลื่นที่กำลังก่อตัวอีกระลอกหนึ่งอย่างมีนัยสำคัญยิ่ง

สีจิ้นผิงกำลังปรับแผนการทูต, การเมือง, เศรษฐกิจและความมั่นคงหลอมรวมเป็นเรื่องเดียวกันกับอาเซียนและไทยอย่างมีความหมายที่ลึกซึ้งและกว้างไกลยิ่งนัก

จะได้วิเคราะห์แนวทางการทูตแบบสีจิ้นผิงที่สื่อจีนขนานนามใหม่ว่า Xiplomacy กันในวันข้างหน้าต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แชร์สนั่นโซเชียล ลุกโชนเป็นไฟลามทุ่ง! ‘อนุทิน’ บุกเพจ ‘สุทธิชัย’ แจงกรณีคุยกับ ‘ทรัมป์’

ภายหลัง เพจ Suthichai Yoon  โพสต์ข้อความว่า‘ทรัมป์‘ ให้สัมภาษณ์ Wall Street Journal ว่าเขาได้ใช้ tariff กดดันให้ไทยกับกัมพูชายุติการสู้รบ!

ประเทศเดียวในโลก ‘นายกฯทับซ้อน’ มหันตภัยปี 2568

นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่าสำนักวิจัยต่าง ๆ กำลังวิเคราะห์เพื่อพยากรณ์ว่าประเทศไทยจะต้องเผชิญกับความท้าทายสาหัสอะไรบ้างใน