พอเกิดสงครามยูเครน ปัญหาเกี่ยวกับการขนส่งสินค้าในภาวะที่รัสเซียถูกคว่ำบาตรโดยตะวันตก คือเส้นทางการขนส่งที่ต้องปรับเปลี่ยนอย่างเร่งด่วน และให้มีประสิทธิภาพตอบสนองความต้องการของห่วงโซ่การขนส่งหรือ logistics
คุณเกรียงไกร เธียรนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เล่าให้ฟังว่าเมื่อเกิดสงคราม สินค้าตัวไหนที่ยังพอจะมีมาร์จินหรือทำกำไรได้ แม้ค่าขนส่งและต้นทุนอย่างอื่นจะสูงขึ้นก็จะยังดิ้นรน
ส่วนที่มีโอกาสขาดทุนก็ต้องทิ้งไปก่อน ทำให้ยอดซื้อขายระหว่างไทยกับรัสเซียในปีที่แล้วร่วงลง 43% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้านั้น
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยวิเคราะห์แล้วก็พบว่าไม่ใช่สินค้าทุกตัวจะแย่หมด
“มีสินค้าบางตัวที่เห็นทิศทางเพิ่มขึ้น ในปีที่ผ่านมาสินค้าที่เพิ่มขึ้นคือการส่งออกภาคอาหาร ไม่ว่าจะเป็นอาหารสำเร็จรูปหรืออาหารกระป๋อง...
และที่เราแปลกใจมากขึ้นคือ การส่งออกข้าวสารไปรัสเซียเพิ่มขึ้นถึงกว่า 300 เปอร์เซ็นต์”
ในช่วงวิกฤตสงครามมีปัญหา 2 เรื่อง
เรื่องแรกคือราคาพลังงานที่พุ่งสูง
และเรื่องที่สองคือการขาดแคลนอาหาร หรือปัญหา “ความมั่นคงทางอาหารหรือ food security”
สงครามจึงมีทั้งวิกฤตและโอกาส
หมวดสินค้าที่แย่ลง เช่น ยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ รวมไปถึง chips และเซมิคอนดักเตอร์ที่ขาดแคลน
แต่การส่งออกชิ้นส่วนสินค้าพลาสติกกลับโตขึ้น ยอดส่งออกยางรถยนต์อาจจะทรงๆ และอาหารพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
แต่แม้ว่าแนวโน้มความต้องการอาหารจะสูงขึ้นในภาวะสงคราม และปัญหาการขนส่งและการออก L/C ก็ยังมีอยู่
“แต่ผมเชื่อว่าถ้ามีแนวโน้มที่ดี ผู้ส่งออกยังไงก็ต้องหาวิธี...” คุณเกรียงไกรบอก
แต่คุณเกรียงไกรก็ยอมรับว่า จากการประเมินแล้วเชื่อว่าสงครามคงลากยาวออกไป
“เราก็เตรียมแผนเอาไว้...เราเริ่มจับทางเส้นทางการขนส่งที่มีการปรับตัว”
สภาอุตสาหกรรมฯ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางขนส่งที่หลบหลีกการคว่ำบาตรได้ ไม่ว่าจะเป็นทางบก ทางน้ำ หรือทางอากาศ
รัสเซียก็ได้ปรับตัวอย่างมาก เช่นท่าเรือที่รัสเซียเคยใช้เป็นหลักในการเชื่อมโยงกับยุโรปคือ เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก
แต่วันนี้ท่าเรือที่มีบทบาทสำคัญมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดคือ
ท่าเรือวลาดิวอสต็อก ทางตะวันออกไกล (Far East) ของรัสเซีย
ประธานาธิบดีปูตินของรัสเซียได้ปรับยุทธศาสตร์ด้านขนส่ง ตั้งแต่เมื่อคราวตะวันตกประกาศคว่ำบาตรรัสเซียเมื่อ 9 ปีก่อน ตอนที่รัสเซียผนวกไครเมียจากยูเครนมาเป็นของตนเมื่อปี 2014
ปูตินปรับนโยบายจาก Look West มาเป็น Look East คือหันมาทางตะวันออกมากขึ้น
เมื่อใช้นโยบาย Look East ดินแดนส่วนที่ใกล้เอเชียที่สุดก็คือวลาดิวอสต็อก (Vladivostok) ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามกับจีนและเกาหลี
ท่าเรือนี้รับและส่งสินค้าไปประเทศจีนมากที่สุด เพราะพืชพันธุ์ธัญญาหารต่างๆ ซึ่งมีการทำ contract farming กันมาก โดยเฉพาะการชักชวนคนจีนไปลงทุนด้านการเกษตรที่รัสเซีย
“วันนี้จีนประเทศเดียวไปเช่าที่รัสเซีย 60-70 ล้านไร่ในการทำการเกษตร เช่นปลูกธัญพืชรวมถึงข้าว...”
เป็นเศรษฐกิจทางตะวันออกไกลหรือ Far East Economy ของรัสเซีย
“ขณะนี้ไทยและประเทศอื่นๆ ในย่านนี้ก็ใช้ท่าเรือนี้เพิ่มขึ้น แต่ค่าขนส่งยังสูงอยู่เพราะเส้นทางจากท่าเรือวลาดิวอสต็อกไปเมืองหลวงมอสโกยาวมาก ระยะทางไกลกว่าบินข้ามประเทศเสียอีก...”
ดังนั้นค่าขนส่งก็ยังแพงมหาศาลอยู่
“แต่ในอนาคต ผมเชื่อว่าเส้นทางนี้จะดีขึ้น...” คุณเกรียงไกรบอก
ขณะเดียวกัน รัสเซียก็กลัวว่าเส้นทางขนส่งทางน้ำอื่นๆ อาจจะถูกปิดกั้น จึงจะมีเส้นทางใหม่ไปทาง Arctic คือขึ้นไปทางขั้วโลกเหนือ
เนื่องจากภาวะโลกร้อน หิมะในแถบนี้เริ่มละลาย จึงเอาเรือตัดหิมะไปเปิดเส้นทางเดินเรือไว้
เส้นทางขั้วโลกเหนือก็ไปเชื่อมต่อเป็นรอบวงใหญ่สำหรับการขนส่งทางน้ำได้เช่นกัน
“อีกเส้นทางหนึ่งคือ North-South Corridor หรือระเบียงเหนือ-ใต้ ซึ่งก็จะผ่านอาเซอร์ไบจาน อิหร่าน และไปถึงอินเดีย...”
คุณสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว อดีตปลัดกระทรวงการต่างประเทศ เสริมว่า
“นี่เป็นการแสดงให้เห็นอีกอย่างหนึ่งว่า มาตรการแซงก์ชันของตะวันตกที่จะกดดันให้รัสเซียต้องแพ้นั้นไม่ได้ผล...และหากสงครามยืดเยื้อไปเรื่อยๆ ประชาชนในประเทศยุโรปเองก็อาจจะเริ่มตั้งคำถามว่า ทำไมรัฐบาลของตนสนับสนุนยูเครนโดยให้พวกเขารับภาระเหล่านี้...”
คุณเกรียงไกรยืนยันว่า เศรษฐกิจของรัสเซียแม้จะโดนคว่ำบาตรแต่ก็ยังแข็งแกร่งอยู่จนถึงวันนี้
“เรื่องจีดีพีที่ทางตะวันตกคิดว่าถ้าใช้มาตรการคว่ำบาตร แล้วผลผลิตมวลรวมของรัสเซียจะต้องหดตัวอย่างแรงถึง 20% ขึ้นไป แต่ถึงวันนี้ติดลบเพียง 2% เศษๆ เท่านั้น ขณะที่จีดีพีของประเทศยุโรปหลายแห่งเละกว่ารัสเซียด้วยซ้ำ”
เราจึงควรจะทำความเข้าใจกับท่าเรือวลาดิวอสต็อกให้มากกว่านี้
ท่าเรือแห่งนี้เปิดโอกาสให้รัสเซียเข้าถึงมหาสมุทรแปซิฟิก ขยายไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้และสัมผัสกับทะเลญี่ปุ่น สำหรับการจราจรทางน้ำจำนวนมากในเอเชีย
ท่าเรือวลาดิวอสต็อกกว้างขวางใหญ่โต ครอบคลุมพื้นที่ 55 เฮกตาร์ และยังมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมสำหรับรัสเซีย
วลาดิวอสต็อกมีสถิติในการจัดการสินค้า 24 ล้านตันในปี 2564 ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ย 13.9 ล้านตันในทศวรรษนี้อย่างเห็นได้ชัด
มีท่าเทียบเรือ 15 ท่าสำหรับการดำเนินงานทั่วไป ความลึก 10-15 เมตร
เครือข่าย Vladivostok มีความสัมพันธ์หลักกับท่าเรือในเอเชีย กว่าร้อยละ 45 ของการค้าผ่านเกาหลี ญี่ปุ่น และจีนรวมกัน
นี่คือมุมมองด้าน logistics และห่วงโซ่อุปทาน หรือ supply chain ที่กำลังปรับตัวเป็นการใหญ่เมื่อเกิดสงคราม
และนี่ก็เป็นอีกมิติหนึ่งของผลพวงของความขัดแย้ง ที่คนไทยเราต้องเกาะติดและทำความเข้าใจอย่างมีสติอย่างต่อเนื่อง
เพราะเมื่อเราไม่รู้ว่าสงครามจะยุติเมื่อใดและอย่างไร เราก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับความไม่แน่นอนระดับโลกเช่นนี้ไปอีกยาวนาน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ยุค‘ประโยชน์นิยม’ ชัยวุฒิซัดข้ามขั้วแบ่งเค้ก ยศชนันโอดกาสิโนหลอน
“อนุทิน" โต้เดือด "หยุ่น-วีระ" ลั่นชัดเจน "สีหศักดิ์-ศุภจี-เอกนิติ" คนของ "ภูมิใจไทย"
สื่ออาวุโสลืมหน้าที่ ‘หยุ่น-วีระ’ มาตรฐานที่หายไปในดงส้ม
การวิจารณ์นักการเมืองไม่ใช่เรื่องผิด และการตั้งคำถามกับพรรคการเมืองก็เป็นหน้าที่ปกติของสื่อมวลชน
แชร์สนั่นโซเชียล ลุกโชนเป็นไฟลามทุ่ง! ‘อนุทิน’ บุกเพจ ‘สุทธิชัย’ แจงกรณีคุยกับ ‘ทรัมป์’
ภายหลัง เพจ Suthichai Yoon โพสต์ข้อความว่า‘ทรัมป์‘ ให้สัมภาษณ์ Wall Street Journal ว่าเขาได้ใช้ tariff กดดันให้ไทยกับกัมพูชายุติการสู้รบ!
มีแม้วไม่มีเรา! วัดใจจุดยืน 'พรรคส้ม' หลังทักษิณขีดเส้นแบ่งข้างทุกเวทีแล้ว
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่า "พรรคส้มกล้าไหม? มีแม้วไม่มีเรา!
ประเทศเดียวในโลก ‘นายกฯทับซ้อน’ มหันตภัยปี 2568
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่าสำนักวิจัยต่าง ๆ กำลังวิเคราะห์เพื่อพยากรณ์ว่าประเทศไทยจะต้องเผชิญกับความท้าทายสาหัสอะไรบ้างใน


