ตารางนี้แสดงการเปรียบเทียบความเร็วของการแพร่ระหว่างสายพันธุ์ Delta กับตัวละครใหม่ชื่อ Omicron
ตัวละครใหม่นี้ทำเอาหลายประเทศต้องออกมาตรการเร่งด่วนกันเลยทีเดียว
อิสราเอลขอปิดประเทศอย่างน้อย 14 วัน ไม่ให้คนต่างชาติเข้ามาเพราะเจอคนติดเชื้อตัวใหม่นี้หลายราย
อังกฤษก็เจอบางราย ประกาศให้ทุกคนต้องสวมหน้ากากตอนออกจากบ้านและขึ้นรถสาธารณะ
นอกจากนั้นก็ยังเจอที่เบลเยียม, อิตาลี, ฮ่องกงและออสเตรเลีย
ตื่นเช้าขึ้นมาเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาได้ศัพท์ใหม่ว่า Omicron ทำให้ต้องเช็กความหมายทั้งภาษากรีกและความเสี่ยงใหม่อันเกิดจากการกลายพันธุ์ของเจ้าไวรัสโคโรนาตัวนี้อย่างฉับพลัน
Omicron เป็นอักษรกรีกตัวที่ 15 แปลว่าเป็น o ตัวเล็ก มีความหมายตรงกันข้ามกับ Omega ซึ่งคือ O ตัวใหญ่
ที่องค์การอนามัยโลกเรียกว่าเป็น Variant of Concern (VoC) หรือ “สายพันธุ์แปลงร่างที่น่ากังวล” จนทั้งโลกต้องลุกขึ้นมาให้ความสนใจกันทันที
คุณหมอผู้เกาะติดเรื่องราวของโควิดหลายท่านตรวจสอบเพื่อให้ข้อมูลกับคนไทยอย่างฉับพลันเช่นกัน
หนึ่งในคุณหมอที่อธิบายด้วยภาษาที่เข้าใจง่ายคือ ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
ท่านเล่าว่า การพบไวรัสโควิด-19 กลายพันธุ์ B.1.1.529 นั้นได้มีผลทันทีคือ หลายประเทศรวมถึงอังกฤษได้ประกาศจำกัดผู้เดินทางจากประเทศต้นทางที่พบไวรัสตัวนี้แล้ว
ท่านบอกว่าเจ้า Omicron นี้เป็นสายพันธุ์ใหม่ที่ต้องเฝ้าติดตามจริงๆ
เพราะมันกลายพันธุ์มากถึง 32 จุด
ที่สำคัญคือ ส่วนที่เกี่ยวข้องกับการสร้างสไปก์โปรตีน (Spike protein) จะมีผล 2 แบบใหญ่ คือ
1.ทำให้ความรุนแรง แพร่กระจายมากขึ้น เพราะเกิดในตำแหน่งก่อเรื่อง
2.จุดที่สร้างสไปก์โปรตีน เป็นจุดออกแบบวัคซีนเพื่อใช้เป็นตัวกระตุ้นภูมิคุ้มกัน
ดังนั้น หากมันเปลี่ยนจนหน้าตาเปลี่ยนไป ก็จะมีผลกับการหลุดรอดจากวัคซีน
เปรียบเทียบเหมือนเราจำหน้าตาโจรได้ ก็สามารถสกัดได้
หากมีการเปลี่ยนแปลงที่ส่วนอื่น ที่แขน ขา ก็ไม่มีผล เพราะหน้าตาเหมือนเดิม ภูมิต้านทานจำได้
แต่ตอนนี้มันเปลี่ยนที่หน้าตา ถ้าเปลี่ยนไปมาก ภูมิคุ้มกันเราอาจจำหน้าโจรไม่ได้
นั่นแปลว่า ไวรัสตัวนี้อาจหลุดจากระบบของวัคซีนได้
คุณหมอประสิทธิ์บอกว่าทั้ง 2 ข้อนี้เป็นไปตามทฤษฎี ในความเป็นจริงยังไม่รู้ว่า 1 กับ 2 จะเกิดหรือไม่
แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเราต้องระวังมากขึ้นจากเดิมแน่นอน
ข่าวบอกว่ากรมวิทยาศาสตร์การแพทย์กำลังวิเคราะห์รายละเอียดผู้เดินทางเข้าประเทศที่ตรวจพบเชื้อเพื่อหาสายพันธุ์ B.1.1.529
เพราะเจอที่ฮ่องกงแล้ว
ส่วนประเทศอื่นๆ ยังตรวจน้อย เพราะค่าใช้จ่ายสูง
ด้วยเหตุที่ไทยเราเปิดประเทศจึงต้องระวัง ซึ่งเป็นที่น่ากังวล
ข้อมูลที่มีรายงานพบสายพันธุ์ B.1.1.529 รวม 10 ราย เกิดจากการตรวจแล้วพบ
แต่ที่ไม่ได้ตรวจก็อาจจะมีอีกเป็นร้อยรายก็ได้ ซึ่งเราไม่รู้ เพราะลำพังการตรวจด้วย RT-PCR ไม่สามารถบอกถึงสายพันธุ์ได้
คุณหมอย้ำว่า “ตัวนี้จึงเป็นตัวที่เราก็ต้องเฝ้าระวัง สมัยก่อนเราก็ไม่ตรวจเดลตา แต่เมื่อมากขึ้นเราก็ต้องตรวจ แล้วก็พบว่าเมืองไทยก็มี ดังนั้นก็เหมือนกัน แต่ก็ไม่ใช่ง่าย เพราะตอนนี้เราไม่รู้ จริงๆ อาจไม่ใช่แค่นี้ที่เจอ อาจมีที่อื่นแล้วเยอะก็ได้ แต่ละประเทศจึงจะกันไม่ให้ตัวนี้เข้าไปในประเทศ เพราะถ้าหลุดเข้าไป ที่ทำมาทั้งหมดก็ยุ่ง...เรายังไม่รู้ว่ามันหนักหนาแค่ไหน แต่รู้ว่าถ้าไม่ระวังแล้วมันหนัก ก็จะเป็นเรื่องใหญ่”
ถามว่ามีความจำเป็นที่จะจำกัดผู้เดินทางจากประเทศต้นทางที่พบสายกลายพันธุ์ คือ แอฟริกาใต้ บอสวานา และฮ่องกง หรือไม่
คุณหมอประสิทธิ์ยกตัวอย่างเดลตาพลัสที่พบกว่า 50 ประเทศทั่วโลก แต่สำหรับบางประเทศที่ไม่ได้ตรวจสายพันธุ์ก็อาจไม่พบ ทั้งที่อาจจะมีอยู่
กรณีสายพันธุ์กลายพันธุ์นี้จึงเชื่อว่าหลายประเทศจะเริ่มตรวจแล้ว โดยเฉพาะประเทศที่พบการติดเชื้อจำนวนเยอะๆ เพื่อหาว่ามีความเกี่ยวข้องกับสายพันธุ์ดังกล่าวนี้หรือไม่
คาดว่าใน 2-3 สัปดาห์นี้ จะเริ่มมีข้อมูลออกมาว่าประเทศไหนเจอสายกลายพันธุ์นี้แล้วบ้าง
ดังนั้น จะไม่แปลกใจถ้าอยู่ๆ เจออีก 30-40 ประเทศ ไม่อยากให้ตื่นตระหนก แต่ต้องเฝ้าระวัง
คุณหมอจึงย้ำว่าการฉีดวัคซีนในประเทศไทยมีความสำคัญ ขณะเดียวกัน หน้ากากอนามัยต้องสวมตลอดเวลา ยังต้องเว้นระยะห่าง ล้างมือ เพราะหากเกิดมีสายพันธุ์นี้เข้ามา แม้วัคซีนอาจได้ผลไม่ดีเท่าเดิม
แต่ในท้ายที่สุดการป้องกัน 3 วิธีนี้ยังได้ผลอยู่และเป็นมาตรการที่คนไทยทุกคนต้องใช้เพื่อป้องกันการโจมตีของสายพันธุ์ Omicron นี้ให้ได้
ผมย้ำว่าอย่าให้ Omicron กลายเป็น Oh, My God! เป็นอันขาด.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ยุค‘ประโยชน์นิยม’ ชัยวุฒิซัดข้ามขั้วแบ่งเค้ก ยศชนันโอดกาสิโนหลอน
“อนุทิน" โต้เดือด "หยุ่น-วีระ" ลั่นชัดเจน "สีหศักดิ์-ศุภจี-เอกนิติ" คนของ "ภูมิใจไทย"
สื่ออาวุโสลืมหน้าที่ ‘หยุ่น-วีระ’ มาตรฐานที่หายไปในดงส้ม
การวิจารณ์นักการเมืองไม่ใช่เรื่องผิด และการตั้งคำถามกับพรรคการเมืองก็เป็นหน้าที่ปกติของสื่อมวลชน
แชร์สนั่นโซเชียล ลุกโชนเป็นไฟลามทุ่ง! ‘อนุทิน’ บุกเพจ ‘สุทธิชัย’ แจงกรณีคุยกับ ‘ทรัมป์’
ภายหลัง เพจ Suthichai Yoon โพสต์ข้อความว่า‘ทรัมป์‘ ให้สัมภาษณ์ Wall Street Journal ว่าเขาได้ใช้ tariff กดดันให้ไทยกับกัมพูชายุติการสู้รบ!
มีแม้วไม่มีเรา! วัดใจจุดยืน 'พรรคส้ม' หลังทักษิณขีดเส้นแบ่งข้างทุกเวทีแล้ว
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่า "พรรคส้มกล้าไหม? มีแม้วไม่มีเรา!
ประเทศเดียวในโลก ‘นายกฯทับซ้อน’ มหันตภัยปี 2568
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่าสำนักวิจัยต่าง ๆ กำลังวิเคราะห์เพื่อพยากรณ์ว่าประเทศไทยจะต้องเผชิญกับความท้าทายสาหัสอะไรบ้างใน


