ต้องเรียกว่าบรรดาหัวหน้าพรรคใหญ่และกลางทั้งหลาย “มืดบอด” หรือถึง “มือเน่า” อย่างแท้จริง สำหรับการจับเบอร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หรือปาร์ตี้ลิสต์ ในขณะที่พรรคเล็ก พรรคจิ๋วและพรรคเกิดใหม่ทั้งหลายต้องเรียกว่ามีดวงเสริมส่งอย่างแท้จริง เพราะได้เลขตัวเดียวกันทั้งนั้น คง มีเพียง “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยเท่านั้นที่ต้องบอกว่าดวงเฮงอย่างยิ่ง เพราะจับได้เลขตัวเดียวแล้ว ยังจับได้เลข 7 ซึ่งเป็นตัวเลขดังระดับโลกในกีฬาฟุตบอลอีกต่างหาก เพราะเป็น เลขนำโชคของ “คริสเตียโน โรนัลโด” นั่นเอง ...๐
งานนี้จึงไม่แปลกที่จะเห็นพรรคใหญ่และกลางทั้งหลายยามนี้พยายามโยงเหตุผลทั้งหลายแหล่ให้เข้ากับเลข 2 หลักที่ตัวเองจับได้ ไม่ต่างจากกรณีตีเลขหลังหวยออกแต่ประการใดเลย ไม่ว่าจะเป็น “นฤมล ภิญโญสินวัฒน์” หรืออาจารย์แหม่ม เหรัญญิกแห่งพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่ไปเชื่อมโยงนโยบายพรรคอย่างนโยบายเบี้ยผู้สูงอายุ 3,000 บาท และนโยบายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 700 บาท รวมเป็น 3,700 บาท เพื่อให้ไปสัมพันธ์กับหมายเลข ...๐
ยังมีความน่าสนใจอีกประการหนึ่งในการสมัครปาร์ตี้ลิสต์วันแรก โดยมีทั้งสิ้น 54 พรรค และมีการส่งชื่อเพียง 1,670 คนเท่านั้น แต่มีเพียง 24 พรรคเท่านั้นที่เสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะ “พรรคเพื่อไทย” ในอุ้งมือพี่โทนี่นั้น เรียกว่าต้องเอาฤกษ์เอายามแถลงในวันที่ 5 เม.ย. ก่อนมายื่นรายชื่อต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง แต่ที่ คอกาแฟบ่นกันทั้งบางก็คือ ไร้เซอร์ไพรส์แต่ประการใด เพราะรายชื่อมาตามโผที่คนแดนไกลกำหนดไว้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น “แพทองธาร ชินวัตร” หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย, “เศรษฐา ทวีสิน” ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และ “ชัยเกษม นิติสิริ” ประธานยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย ...๐
ปาร์ตี้ลิสต์ที่สร้างความฮือฮามากกว่าพรรคเพื่อไทย คงต้องยกให้พรรคใหม่อย่าง “พรรคไทยชนะ” เบอร์ 13 ลักกี้นัมเบอร์ เพราะมีการเสนอชื่อ “ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล” หรือหม่อมเต่า อดีตหัวหน้าพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ขึ้นชิงผู้นำประเทศกับเขาด้วย ในขณะที่พรรคอื่นนั้นก็ต้องบอกว่าเป็นไปตามโผที่เผยแพร่มาก่อนหน้านี้แบบไม่ต้องกั๊ก ไม่ต้องทำเท่อุบเงียบเหมือนบางพรรค ที่พอสุดท้ายแล้วก็ไม่มีอะไรในกอไผ่ เหมือนที่บอกว่าไม่ได้อยู่ใต้อุ้งมืออุ้งตีนใคร แต่ก็รู้เช่นเห็นชาติว่าใครสามารถชี้นิ้วสั่งการได้ ...๐
หันกลับมาดูพรรคที่ได้เลขเบิ้ล 22 อย่าง พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กันบ้าง เพราะเรียกว่าอะไรมันจะพอเหมาะพอดีเสียเหลือเกิน เพราะหวังเป็นนายกฯ คนละครึ่ง หรือคนละ 2 ปีอยู่แล้ว แคนดิเดตนายกฯ ก็ยังส่งแค่ 2 คน คือ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ “พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” หัวหน้าพรรค รสทช. ยิ่งหากรวมเรื่องวันรัฐประหารในวันที่ 22 พ.ค.2557 ที่ “บิ๊กตู่” ยึดอำนาจในนามคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ก็ต้องบอกว่าเลขเข้าทางเสียจริงๆ ...๐
เอ่ยถึง “ลุงตู่” ไม่พูดถึงความเคลื่อนไหวเมื่อวันพุธก็ไม่ได้ เพราะนายกฯ มีการย้ำเรื่องพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ในเพลง “ไร้รัก ไร้ผล” ถึง 2 รอบทีเดียว โดยย้ำทั้งในงานวันคล้ายวันสถาปนาครบรอบ 136 ปีกระทรวงกลาโหม รวมถึงงานวันผู้สูงอายุและวันครอบครัว ซึ่งจัดที่ลานอเนกประสงค์ ชั้น 2 อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคาร B) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 โดยลุงตู่ยังได้ยกเนื้อเพลงให้ฟังด้วยว่า “อันชาติใดไร้รักสมัครสมาน จะทำการสิ่งใดก็ไร้ผล แม้ชาติย่อยยับอับจน ประชาชนจะสุขอยู่ได้อย่างไร” แม้เจ้าตัวจะบอกที่ตอกย้ำเรื่องดังกล่าวไม่มีนัยอะไรก็ตามที แหม! แต่ช่วงหน้าข้าวหน้าเหล้าแบบนี้ จะบอกว่า ไม่มีอะไรในกอไผ่ก็คงเชื่อยากนะจ๊ะลุง ...๐
ฮากลิ้งจริงๆ สำหรับ “สมศักดิ์ เทพสุทิน” ปาร์ตี้ลิสต์อันดับ 11 ของพรรคเพื่อไทย ที่เรียกบรรดาผู้สมัครภาคใต้ของพรรคมาติวเข้ม พร้อมทั้งคุยโขมงว่าจะปักธงได้แน่ เพราะผลงานในสมัยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมทำไว้มากมาย!!! พิโธ่ ตอนย้ายออกมาจากพรรค พปชร.อ้างเรื่องฟ้าฝนเปลี่ยนไป และยัง มีการด่าการทำงานของบ้านเก่า แต่พอกลับมาตายรังเดิมแล้วจะหาเสียงกลับยกผลงานในยุครัฐบาลที่ตัวเองบอกว่าเป็นเจ้าขุนมูลนายเสียอย่างนั้น สมแล้วกับที่เป็น “นักการเมืองอาชีพ” อย่างแท้จริง ที่เปลี่ยนสีเปลี่ยนข้างแบบไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลยจริงๆ ...๐
ท.ศักดิ์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
แม้รัฐบาลภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล จะก้าวขึ้นสู่อำนาจด้วยเสียงสนับสนุนอย่างท่วมท้นในสภา แต่เส้นทางการบริหารประเทศจากนี้ไป ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ หากเต็มไปด้วย “โจทย์ใหญ่” และ “ปมเสี่ยง” ที่อาจกลายเป็นแรงสะเทือนทางการเมืองได้ทุกเมื่อ
บันทึกหน้า 4
บันทึกท่ามกลางอากาศร้อน แต่ยังร้อนไม่เท่ากับบรรยากาศด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมในบ้านเรา เพราะ "หน้าตา ครม.ชุดใหม่" ทำท่าว่ามิได้ไฉไลไปกว่าเก่า เพราะยังคงยึดโยงอยู่กับวัฒนธรรม "แบ่งโควตา" เก้าอี้สนองก๊วนแก๊งบ้านเล็กบ้านใหญ่เหมือนเดิม .
บันทึกหน้า 4
ท่วมท้น! 293 เสียง "อนุทิน ชาญวีรกูล" ฉลุยนายกฯ สมัย 2 ถึงจะโดนฝ่ายค้านรุมอภิปรายกังขาปมจริยธรรมในเรื่องคดีฮั้ว สว. ก็ตาม "
บันทึกหน้า 4
ต้องบอกว่าการเลือกตั้งเมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ได้ถึงทางแยกที่สำคัญประการหนึ่ง เมื่อศาล รัฐธรรมนูญมีมติ 6 ต่อ 3 รับคำร้องที่ “ผู้ตรวจการแผ่นดิน” ขอให้พิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 ในการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีการใช้รหัสแท่งหรือบาร์โค้ดและรหัสคิวอาร์ ที่จะทำให้การออกเสียงลงคะแนนไม่ได้เป็นไปโดยลับตามรัฐธรรมนูญ
บันทึกหน้า 4
สงครามสหรัฐ-อิสราเอลบุกอิหร่าน ส่งผลกระทบไปทั่วโลก โดยเฉพาะการขนส่งน้ำมันดิบผ่านช่องแคบฮอร์มุซไม่ได้ ประเทศไทยก็โดนกันทั่วหน้า ประชาชนแตกตื่นแห่ไปเติมน้ำมัน แต่ปั๊มไม่มีน้ำมันพร้อมขึ้นป้าย "อยู่ระหว่างการขนส่ง" และในวันที่ 18 ส.ค.
บันทึกหน้า 4
ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กำลังส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานทั่วโลก หนึ่งในประเด็นที่เริ่มถูกจับตาในประเทศไทยคือ ความเสี่ยงเรื่องการขาดแคลนน้ำมัน ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ รัฐบาลจึงเริ่มออกมาตรการประหยัดพลังงานในภาครัฐ เช่น การให้หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจทำงานที่บ้าน หรือ Work from Home (WFH) ลดการเดินทาง รวมถึงชะลอการดูงานต่างประเทศ


