บันทึกหน้า4

เข้าสู่เทศกาลสงกรานต์แล้ว ประเดิมวันแรกการรณรงค์ “ชีวิตวิถีใหม่ ขับขี่อย่างปลอดภัย ไร้อุบัติเหตุ” เรียกว่าไม่สวยเท่าใดนัก เมื่อ “โชตินรินทร์ เกิดสม” รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานการประชุมคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนตลอดทั้งปี แถลงว่าจำนวนอุบัติเหตุในวันแรกที่เริ่มนับคือ 11 เม.ย. ว่าเกิดทั้งสิ้น 278 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 287 คน และมีผู้เสียชีวิตถึง 27 ราย โดย จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุด 2 ราย ก็มี 3 จังหวัดปทุมธานี เพชรบูรณ์ และเลย ที่สำคัญสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็ว 35.25% และตามมาด้วยการตัดหน้ากระชั้นชิด 24.82% ...๐

หันมาดูตัวเลขการเลือกตั้งกันบ้าง เพราะล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้สรุปผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าแล้ว 2,350,969 ราย แบ่งเป็นใช้สิทธิเลือกตั้งนอกเขตเลือกตั้ง 2,216,950 คน ใช้สิทธิเลือกตั้งในเขตเลือกตั้ง 18,880 คน และใช้สิทธิเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร 115,139 คน ...๐

แต่ที่กลายเป็นเรื่องให้เมาธ์มอยอย่างมากก็คือ ณ เพลานี้มี กกต.รายเดียวเท่านั้นที่อยู่ในประเทศไทย คือ “ธวัชชัย เทอดเผ่าไทย” และเมื่อนับรวมกับเลขาธิการ กกต. หรือนายทะเบียนพรรคการเมืองอย่าง “แสวง บุญมี” ก็เหลือเพียง 2 รายเท่านั้น ส่วนอีก 6 อรหันต์ กกต.นั้นอยู่ต่างประเทศ!!! โดยทยอยเดินทางไปดูการเตรียมการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรตั้งแต่ช่วงวันที่ 4 เม.ย. มี ทั้ง “สันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์” และ “ฉัตรไชย จันทร์พรายศรี” เดินทางไปฮังการี-สโลวาเกีย  “อิทธิพร บุญประคอง” ประธาน กกต. เดินทางไป “แอฟริกา” “ปกรณ์ มหรรณพ” ไปเยอรมนีและสวิตเซอร์แลนด์ “ฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ” ไปสหรัฐอเมริกา และ “เลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ” ไปนิวซีแลนด์และออสเตรเลีย ...๐

ไทยแลนด์โอนลี่เสียจริงๆ ที่ผู้คุมกฎกติกาพาเหรดบินไปต่างประเทศอย่างพร้อมเพรียงถึง 6 รายจาก 7 ราย แล้วสารพัดเรื่องราวที่ค้างคาอยู่ โดยเฉพาะประเด็นเรื่องนโนบายแจกเงินดิจิทัลของพรรคเพื่อไทย 10,000 บาทให้กับคนอายุ 16 ปีขึ้นไปก็ต้องค้างเติ่งไปเรื่อยๆ นั่นเอง ซึ่งล่าสุด “ศรีสุวรรณ จรรยา” เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยก็ได้มายื่นหนังสือเพื่อขอให้ กกต.ตรวจสอบอีกประเด็นเพิ่มเติมว่าขัดต่อพระราชบัญญัติเงินตรา พ.ศ.2501 ด้วยหรือไม่ ซึ่งงานนี้พี่ศรีก็ย้อนเอาคำชี้แจงของ “เผ่าภูมิ โรจนสกุล” รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทยและโฆษกคณะกรรมการด้านเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทยที่ออกมาชี้แจงมัดตัวเองเสียแล้ว พร้อมทั้งยกตัวอย่าง “เบี้ยกุดชุม” ของชุมชนตำบลนาโส่ อ.กุดชุม จ.ยโสธร ที่โด่งดังเมื่อเกือบ 20 ปีก่อนมาเทียบเคียงด้วย ...๐

ที่ขำไม่ออกบอกไม่ถูกอย่างยิ่งคือผู้จุดประเด็นเรื่องนี้อย่าง พ่อค้าขายบ้าน “เศรษฐา ทวีสิน” ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคเพื่อไทยและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ไม่เคยตอบเรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อนในเรื่องดังกล่าวแต่ประการใด และล่าสุดก็มาเล่นมุกใหม่โดยโยนขี้นโยบายหาเสียงของพรรคการเมืองอย่างพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ของ “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” รองนายกฯ ในเรื่องบัตรสวัสดิการ 700 บาท ว่าใช้งบประมาณโดยรวมมากกว่า 8 แสนล้านบาท มากกว่าแจกเงินดิจิทัลเสียอีก พิโธ่! ไม่รู้ว่า “เศรษฐา” ดื้อตาใสหรือเป็นพวกองุ่นเปรี้ยวกันแน่ อย่าลืมว่านโยบายของลุงป้อมและลุงตู่นั้นเขาเจาะจงช่วยเหลือผู้ยากจน หรือผู้มีรายได้ต่ำ แต่ ของ “เพื่อไทย” นั้นแจกสะบัดไม่ว่ารวยหรือจน แล้วที่สำคัญยังมีเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนให้ตั้งคำถามมากมายขึ้นมาอีก โดยเฉพาะการซ้ำรอยโครงการจำนำข้าวที่กินตั้งแต่ต้น กลาง และปลายโครงการจนติดคุกกันถ้วนทั่ว ...๐

งานนี้ต้องบอกว่า “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม แคนดิเดตนายกฯ พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) มองขาดจริงๆ เพราะลุงตู่เคยพูดไว้เมื่อถูกจี้ถามเรื่องของ “เศรษฐา” ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.2566 ว่า “เขาเด่นตรงไหนล่ะ ที่เสนอชื่อเขามา เขาเก่งตรงไหน เขาทำอะไรมา เขาทำธุรกิจ และประเทศชาติไม่ใช่ธุรกิจ จำคำพูดผมเอาไว้นะ คำว่าเศรษฐกิจของประเทศ ไม่ใช่เศรษฐกิจหรือธุรกิจของครอบครัวใดครอบครัวหนึ่ง เข้าใจหรือไม่” งานนี้คงเริ่มเห็นเค้าลางความจริงกันแล้วใช่ไหม ...๐

ล่าสุดยังมีกรณีไปออกรายการของนักเล่าข่าวคนดังว่ามีนโยบายเติมเงินอีกอันคือ เติมเงินให้ทุกครอบครัวที่มีรายได้น้อยกว่า 2 หมื่นต่อเดือนให้ครบ 2 หมื่นต่อเดือน ซึ่งเมื่อพิธีกรถามว่าเติมไปถึงเมื่อไหร่ เศรษฐาก็ตอบชัดๆ ว่าเติมไปเรื่อยๆ จนกว่าครอบครัวนั้นจะมีรายได้รวมพ้น 2 หมื่นบาท พระเจ้าจอร์จ อย่างนี้นั่งนอนอยู่ที่บ้านก็มีเงิน 2 หมื่นมาใช้ตลอดไปหรือนี่ ไม่แปลกใจเลยที่ นโยบายนี้ไม่เคยมีเสียงมาจาก “อุ๊งอิ๊ง” หรือแม้แต่พี่โทนี่ วู้ดซัม ...๐

 

ท.ศักดิ์

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

นับถอยหลังเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่และการออกเสียงประชามติที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แล้ว และดูเหมือน หนังหน้าไฟอย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ยังคงเป็นเป้าหลักของการวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งก็ไม่แปลกใจแต่ประการใด เพราะผลการทดลองงานในการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ. แม้จะคึกคักอย่างยิ่ง แต่ก็มากด้วยปัญหาสารพัดสารพัน

บันทึกหน้า 4

โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ปฏิเสธว่า ไม่เคยพูดว่า ภท.จะได้ สส. 200 ที่นั่ง ความจริงแล้วสื่อถามนำ นายอนุทินก็รับลูกไปตามน้ำ แต่ภายใน ภท.ประเมินกันว่าจะได้ สส.เขตประมาณ 150-160 ที่นั่ง

บันทึกหน้า 4

การเมืองไทยในห้วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งครั้งนี้ กำลังสะท้อน “รอยเดิมที่ไม่เคยหาย” และ “บทเรียนที่บางฝ่ายยังดื้อจะไม่เรียนรู้” ไม่ว่าจะเป็นฝั่งพรรคส้ม หรือฝั่งฝ่ายอนุรักษนิยมเองก็ตาม

บันทึกหน้า 4

เห็นนักการเมืองมักเสนอตัดงบประมาณกองทัพ งานด้านความมั่นคง อย่างภาคภูมิใจ แต่น้อยคนที่จะเสนอตัดงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับตัวเองโดยตรง นั่นคือเงินเดือน สส. ค่าตอบแทน รวมไปถึงผู้ช่วย สส. ที่แต่ละปีใช้งบประมาณแผ่นดินจำนวนมาก ยิ่งช่วงหาเสียงเลือกตั้งแบบนี้ก็ยิ่งแล้วใหญ่ หาพรรคการเมืองที่ชูนโยบายรัดเข็มขัดรัฐสภา เพื่อช่วยลดงบประมาณแผ่นดินยามประเทศเจอวิกฤตเศรษฐกิจไม่ได้เลย

บันทึกหน้า 4

"แบงก์ชาติ" ออกโรงเอง! "วิทัย รัตนากร" ผู้ว่าการ ธปท. สายบู๊ นั่งเก้าอี้ไม่ถึง 4 เดือน ลุยปราบทุนเทา ล่าสุดโชว์ผลงานช่วยจับซื้อเสียง หลังได้กลิ่นตุๆ ในช่วง 2 สัปดาห์นี้ มีการถอนเงินสดก้อนใหญ่ประมาณ 450 ล้านบาท

บันทึกหน้า 4

เรียกว่าเริ่มเข้าสู่โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งแล้ว พรรคการเมืองต่างๆ ก็เริ่มปล่อยหมัดเด็ดหมัดน็อกออกมากันยกใหญ่ โดยใน ค่ายน้ำเงินของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นอกจากเดินสายหาเสียงแบบออร์แกนิกแล้ว