บันทึกหน้า 4

ไทยโพสต์ "อิสรภาพแห่งความคิด" www.thaipost.net เรียกว่าเป็นการเลือกตั้งที่โหม "ประชานิยม" ครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ลดแลกแจกแถมกันสะบัด แถมเกทับกันเป็นว่าเล่น ขายฝันหรือทำได้จริง ก็ต้องรอหลังเลือกตั้ง 14 พ.ค. ตอนนี้ก็ทำได้แค่สแกนกันคร่าวๆ หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดนโยบายหาเสียงของ 70 พรรคการเมือง ในช่วงค่ำวันพุธที่ผ่านมา ต่อจากนี้ก็เป็นหน้าที่ของ กกต. ที่ต้องเร่งสปีดเช็กว่าแต่ละพรรคได้ชี้แจงครบตาม 3 เงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด ทั้งวงเงินที่มาของเงินที่ต้องใช้ ความคุ้มค่าประโยชน์ในการดำเนินนโยบาย และผลกระทบความเสี่ยงที่เกิดขึ้น รวมถึงความเป็นไปได้ของนโยบาย โดยเฉพาะนโยบายคิดใหญ่สุดขั้วของ "เสี่ยนิด" เศรษฐา ทวีสิน "แจกเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท" 

เพื่อไทยระบุไว้ว่า วงเงินที่ต้องใช้ 5.6 แสนล้านบาท ส่วนที่มาของเงิน จะมาจากการบริหารระบบงบประมาณและภาษี ประกอบด้วย 1.ประมาณการรายได้รัฐที่เพิ่มขึ้นในปี 67 จำนวน 2.6 แสนล้าน 2.ภาษีที่ได้มาจากผลคูณต่อเศรษฐกิจจากนโยบาย 1 แสนล้าน 3.การบริหารจัดการงบประมาณ 1.1 แสนล้าน 4.การบริหารงบประมาณด้านสวัสดิการที่ซ้ำซ้อน 9 หมื่นล้าน แต่เหลือบเห็นหมายเหตุตอนท้าย "สามารถปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสมตามสถานการณ์ด้านการคลังของประเทศ"  ไม่ทันไรก็ออกลายตั้งแต่ยื่นนโยบายซะแล้ว

๐ ส่วนอีกพรรคที่น่าสนใจ "รวมไทยสร้างชาติ" โดยเฉพาะ 3 โครงการ ที่หวังโดนใจประชาชน หนุน "พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา" นั่งเก้าอี้นายกฯ สมัย 3 เริ่มจาก "บัตรสวัสดิการพลัส" หรือบัตรลุงตู่ วงเงิน 1 พันบาทต่อคนต่อเดือน ใช้งบประมาณ 7.1 หมื่นล้านบาทต่อปี ส่วนที่มาของเงิน จะใช้เงินจากกองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ซึ่งประกอบด้วยเงินอุดหนุนจากงบประมาณรายจ่ายของรัฐบาล ในวงเงิน 7.1 หมื่นล้านบาท รทสช. แจงว่าจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม ยกระดับและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนผู้มีรายได้น้อยอย่างยั่งยืน พร้อมการันตีว่าไม่มีความเสี่ยงในการดำเนินนโยบาย รวมทั้งมีความโปร่งใสตรวจสอบได้ มีความเสี่ยงทุจริตต่ำ ขณะที่ "คนละครึ่งภาค 2" 26 ล้านสิทธิ์ วงเงินปีละ 4 หมื่นล้านบาท เน้นร้านค้าขนาดเล็ก หาบเร่ แผงลอย โดยวงเงินที่ต้องใช้จะเป็นการดำเนินการต่อจากโครงการคนละครึ่งเฟส 5 ส่วนที่มาของเงินมาจากงบประมาณประจำปี โครงการนี้จะช่วยกระตุ้นการบริโภคและขยายกิจกรรมการใช้จ่ายของประชาชนกับผู้ค้ารายจ่าย แก้ไขผลกระทบและความเสี่ยงโครงการโดยการปรับเพิ่มระบบกำกับและระบบการยืนยันการใช้งานให้มีความรัดกุมมากขึ้น และ "เพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ" ให้เท่ากันทุกช่วงอายุเป็น 1 พันบาทต่อคนต่อเดือน งบประมาณปีละ 4 หมื่นล้านบาท ใช้เงินงบประมาณประจำปี

๐ บ่นกันทั้งแผ่นดิน! เจอบิลค่าไฟเดือนนี้ร้องจ๊ากกันทุกราย มิเตอร์พุ่งปรี๊ดควักกระเป๋าจ่ายเพิ่มขึ้น 2-3 เท่า จากเดือนก่อน หลายพรรคสบช่องโหมตีปี๊บนโยบายพลังงาน แข่งลดแลกแจกแถม แรงสุดต้องยกให้พรรคพลังประชารัฐ "บิ๊กป้อม" พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประกาศบนเวทีปราศรัยเมืองแปดริ้ว "ผมอยากสื่อสารให้พี่น้องทราบว่าที่ผ่านมาประเทศพัฒนาได้ยาก พปชร.จึงนำเสนอนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนมากมาย ทั้งบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่เพิ่มเป็น 700 บาทต่อเดือน ลดราคาน้ำมัน ราคาแก๊ส และค่าไฟฟ้าลงในทันทีที่เข้ามาเป็นรัฐบาล โดยจะลดราคาน้ำมันเบนซินลิตรละ 18 บาท น้ำมันดีเซลลดลิตรละ 6.30 บาท ซึ่งจะทำทันทีที่ พปชร. ได้เข้ามาเป็นรัฐบาล รวมทั้งยังมีมาตรการลดราคาแก๊ส ให้เหลือ 250 บาทต่อถัง ที่สำคัญคือ ลดค่าไฟฟ้าครัวเรือนให้เหลือ 2.50 บาทต่อหน่วย และลดค่าไฟฟ้าภาคอุตสาหกรรมเหลือ 2.70 บาทต่อหน่วย เพื่อมอบความสุขให้ประชาชนด้วยความจริงใจ พปชร.จะทำทุกอย่างเพื่อให้ประชาชนอยู่ดีกินดีขึ้น" ฟังทีแรกถึงกับเคลิ้ม แต่มาสะดุดตรงที่บอกว่าถ้าเป็นรัฐบาลจะทำทันที อ้าว แล้วตอนนี้ไม่ได้เป็นแกนนำรัฐบาลหรือ เล่นเอาสะดุ้งตื่นอยู่กับความจริงที่ค่าไฟแพง 4.72 บาท ถือคติ "กำขี้ดีกว่ากำตด" เลยขอลุงโชว์หั่นเป็นตัวอย่างตอนนี้สัก 1 บาทได้มั้ย ไม่ต้องถูกขนาดสองบาทห้าสิบ ถ้าทำได้ ใครๆ ก็เลือกลุงชัวร์.

 

ลี้คิมฮวง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

"หนังหน้าไฟ" ได้ไปต่อ! หลัง 7 เสือ กกต. ลงมติพิจารณาการปฏิบัติงานประจำปีงบประมาณ 2568 ของ "แสวง บุญมี" เลขาธิการ กกต. ปรากฏว่าเสียงข้างมาก 5 ต่อ 2 โหวตผ่านการประเมิน อยู่ต่อจนครบสัญญาในวันที่ 31 มี.ค.2570

บันทึกหน้า 4

ต้องยอมรับว่า “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นหนึ่งในนายกฯ ที่ถูกสังคมและฝ่ายตรงข้ามจับผิดมากที่สุดในประวัติศาสตร์ก็ว่าได้ ไม่ว่าจะขยับตัวหรือเอ่ยอ้างเรื่องใด ก็มักมีคนจองกฐินเป็นทิวแถว ซึ่ง ล่าสุดก็คงไม่พ้นเรื่อง “ยิงโจรในบ้านก็ผิด” ซึ่งเจ้าตัวพูดถึงเรื่องการควบคุมอาวุธปืน โดยหลังจากเผยแพร่ออกไปทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายแค้น รวมถึงคนอยากมีแสงก็รุมเข้ามายิ่งกว่าแร้งเห็นศพอย่างไรอย่างนั้น ...๐

บันทึกหน้า 4

ช่วงนี้สังคมไทยมี คดีอุกฉกรรจ์ สะเทือนขวัญอย่างต่อเนื่อง เป็นข่าวฉาวไปทั่วโลก ล่าสุด นายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรี ยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี เสียชีวิต ในสำนักงาน อบจ.นนทบุรี หลังก่อเหตุนายฉลอง

บันทึกหน้า 4

ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด วิกฤตการณ์ทุจริตสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่นถือเป็นบททดสอบสำคัญของกระทรวงมหาดไทยภายใต้การกำกับดูแลของ วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้ออกมาประกาศความคืบหน้าในการดำเนินการทางอาญาต่อกลุ่มผู้ทุจริต

บันทึกหน้า 4

เป็นอีกหนึ่งสัปดาห์ที่ต้องเริ่มต้นด้วยการแสดงความเสียใจและอาลัยจากใจต่อครอบครัวผู้สูญเสียในเหตุโศกนาฏกรรมที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ...เหตุกราดยิงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์จบลง แต่คำถามของสังคมยังวนเวียนหลอกหลอน “เราจะทำอย่างไร...ไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก?!?”

บันทึกหน้า 4

ไร้นักการเมืองโกง! ยังเป็นประเด็นคาใจที่ฝ่ายค้านตั้งคำถามทุกวัน ตัดตอนจบแค่บิ๊กข้าราชการ "รังสิมันต์ โรม" รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรรมและสิทธิมนุษยชน