'แรงมาเต็ม'

ช่วงนี้นอกจากจะเป็นช่วงใกล้โค้งสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้ง ที่เหลือเพียงกว่า 20 วัน คนไทยจะได้เลือกตั้งแล้ว ยังมีอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นใกล้เคียงกับวันเลือกตั้ง นั่นคือ วันคลอดลูกคนที่ 2 ของ อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย และหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย

งานนี้ ใช่ว่าครอบครัวชินวัตรจะลุ้นกันตัวโก่งอยู่แค่ในวงศาคณาญาติ แต่กลายเป็นบรรดาแฟนคลับสมาชิกเพื่อไทยต่างก็ลุ้นกันเบอร์ใหญ่เหมือนกันว่า ทารกน้อยๆ คนล่าสุดของตระกูลชินวัตรคนนี้จะคลอดทันวันเลือกตั้ง หรือวันปราศรัยใหญ่วันสุดท้ายหรือไม่

เพราะหากกางปฏิทิน นับนิ้ว นับเวลากันนั้น ตอนนี้ครรภ์ของ คุณแม่อิ๊งค์ ค่อนข้างใหญ่ ใครเห็นก็ชวนคิดหรือตั้งคำถามกันระงม ให้เป็นปริศนาที่จะได้คำตอบ ใกล้เคียงกับไทม์ไลน์เลือกตั้งกันเลย

แต่อย่างไรก็ตาม งานนี้ สปิริตสายเลือดชินวัตรของพ่อโทนี่ก็แสดงให้เห็นแบบไม่ต้องสงสัย สายเลือดทางการเมืองที่เธอสัมผัสมาตั้งแต่เด็กๆ ที่ครอบครัว บิดาของเธอเริ่มก้าวสู่เส้นทางการเมือง

นับได้ว่าอุ๊งอิ๊งแสดงให้เห็นแล้ว การตั้งครรภ์ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคในการหาเสียง เพราะที่ผ่านมาเวทีต่างจังหวัด อุ๊งอิ๊ง ได้มีการใช้เทคโนโลยีปราศรัย พบปะพี่น้องผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ช่วงหนึ่ง 

 ล่าสุดเมื่อวันที่ 23 เม.ย. ที่เขตดอนเมือง อุ๊งอิ๊ง ได้ไปปราศรัยด้วยตนเอง พร้อมกระเตงลูกในครรภ์อายุ 9 เดือนขึ้นเวทีปราศรัย และมีเหล่าผู้ช่วยที่คอยประคับประคองและระมัดระวังอยู่ตลอดเวลา ซึ่งทางทีมงานได้ยกโพเดียมขึ้นมาบนเวทีเพื่อให้ อิ๊งค์ ได้ปราศรัย เพราะโดยปกติแล้วจะไม่มีโพเดียมอยู่บนเวที

 จากนั้น แพทองธาร ได้ขึ้นไปบนโพเดียมและกล่าวอย่างเต็มเสียงว่า

“สวัสดีค่าาาาา สวัสดีพ่อแม่พี่น้องที่รักทุกคนนะคะ โอเค คุณแม่ท้อง 9 เดือน มีแรงแค่เมื่อกี้แหละ จบแล้ว ฮ่าๆ ไม่ใช่ค่ะ พูดเล่นนะคะ อันนี้ทีมงานน่ารักมากๆ ขออนุญาตชมก่อนเลย เพราะว่าปกติจะมาปราศรัยไม่ได้ใช้โพเดียม ทีมงานกลัวเป็นลมค่ะ แต่พี่น้องมากันเยอะขนาดนี้ แรงมาเต็ม ขอบคุณมากๆ เลยค่ะ รู้สึกว่าคิดถึงบรรยากาศแบบนี้มากๆ บรรยากาศปราศรัย และคิดถึงทุกคนที่พรรคเพื่อไทยด้วย…” 

ปราศรัยรอบล่าสุดนี้นับว่าเป็นครั้งแรกในรอบหลายสัปดาห์ที่ อิ๊งค์ เดินทางไปปราศรัยด้วยตนเอง เพราะก่อนหน้านี้เจ้าตัวเคยให้สัมภาษณ์ว่าคลอดทันเลือกตั้งแน่นอน

ซึ่งแน่นอนว่าช่วงเวลาทอง โค้งสุดท้ายในการหาเสียงเลือกตั้งจริงๆ พรรคเพื่อไทย ต้องเร่งสปีดหาเสียงทำคะแนน โดยเฉพาะช่วงนี้ถูกพรรครุ่นน้องอย่างก้าวไกล ขยายเจาะคะแนน ตีท้ายครัวเพื่อไทยไม่เว้นวัน ขณะที่กระแสของพรรคอื่นๆ ก็ใช่ว่าจะวางใจ นิ่งนอนใจได้ 

หลังจากนี้ พรรคเพื่อไทย มีคิวลงพื้นที่ต่อเนื่องจนถึงวันก่อนเลือกตั้ง ซึ่งต้องรอดูกันว่าคุณแม่สายสตรองจะเซอร์ไพรส์ขึ้นเวทีปราศรัยที่ไหนอีกหรือไม่ หรือจะมีการลาคลอด แต่ทั้งนี้ก็ต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด

แต่ที่แน่ๆ ประเมินใกล้ๆ จากเวทีที่ดอนเมืองแล้ว “อิ๊งค์” แรงไม่มีตกจริงๆ ฮ่าๆ.

 

เจ้าพระพาย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ตอบแทนคนทำงาน'

แม้ชื่อจะหายไปจากหน้าสื่อมวลชนบ้าง แต่ไม่เคยหลุดสายตาผู้ใหญ่พรรคภูมิใจไทย สำหรับ "เจ๊รวย" สุขสมรวย วันทนียกุล สส.อำนาจเจริญ พรรคภูมิใจไทย ที่ล่าสุดมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาล "ครม.อนุทิน 2"

จะไปกระบี่

ห่างหายไปนานถึง 10 ปีเต็ม จนแทบจะลืมบรรยากาศเก่าๆ ในที่สุด ศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระระดับหอคอยงาช้าง ก็ยอมเปิดโหมดกระชับมิตร ขนทัพนักข่าวสายการเมืองลัดฟ้าไปรับลมทะเลที่ จ.กระบี่ ในงานสัมมนาสื่อมวลชนเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งระหว่างศาลและสื่อมวลชน งานนี้จัดเต็ม 3 วัน 2 คืน ชนิดที่เรียกว่ากวักมือเรียกความสัมพันธ์ที่เคยห่างเหินให้กลับมาแนบแน่นอีกครั้ง

'ซื้ออาหารทานเอง'

กลายเป็นการสร้างเสียงฮือฮาในสภาผู้แทนราษฎร เมื่อ หมอวรงค์ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี ได้สร้างแรงกระเพื่อมใหญ่ในวันแรกที่มีการประชุมสภา วันที่ 15 มี.ค.ที่ผ่านมา

จาริสตาร์ 32

ช่วงที่สถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางยังไม่สิ้นสุด ซึ่งส่งผลกระทบไปทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยที่กำลังเผชิญปัญหาพลังงานและน้ำมัน ที่ “นายกฯ หนู-อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี ได้ออกมากล่าวขอโทษประชาชนเป็นครั้งแรกในงาน “Meet the Press” ภายใต้หัวข้อ “1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม”

ฝ่ายค้านครั้งแรก

ดรามา “ข้าวฟรี สส.” ที่เคยร้อนแรง วันนี้เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ทำให้คนเสียภาษียิ้มมุมปากได้บ้าง หลัง “หมอวรงค์” สส.พรรคไทยภักดี ออกมาจุดประเด็นซ้ำในช่วงโหวตประธานสภาผู้แทนราษฎร จนเรื่องนี้กลับมาอยู่ในกระแสสังคมอีกครั้ง

ผู้จุดประเด็น

ดรามา “ข้าวฟรี สส.” ที่เคยร้อนแรง วันนี้เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ทำให้คนเสียภาษียิ้มมุมปากได้บ้าง หลัง “หมอวรงค์” สส.พรรคไทยภักดี ออกมาจุดประเด็นซ้ำในช่วงโหวตประธานสภาผู้แทนราษฎร จนเรื่องนี้กลับมาอยู่ในกระแสสังคมอีกครั้ง