'คนทำงานจริง'

แม้พรรคฝ่ายค้านจะกระแสแรงในโค้งสุดท้าย โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพฯ และเขตเมืองใหญ่ทั่วประเทศ แต่ก็ไม่สามารถถือได้ว่าสุดท้ายผลการเลือกตั้งในวันที่ 14 พ.ค.จะออกมาตามกระแสที่โพลหลายสำนักมาจุดประเด็นเอาไว้หรือไม่

เนื่องจากปัจจัยที่ผู้สมัครจะได้เป็น ส.ส.ยังมีองค์ประกอบอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นคะแนนนิยมตัวผู้สมัครในแต่ละพื้นที่ ว่าทำงานรับใช้ชาวบ้านมาอย่างไร นโยบายพรรค และทรัพยากรการเลือกตั้ง ไม่นับบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ที่สามารถใช้กลยุทธ์ “นางวันทองสองใจ” เลือกกาคะแนนให้ผู้สมัครที่รัก ขณะที่ใครชื่นชอบกระแสก็ไปกาแบบระบบบัญชีรายชื่อแทน

ยกตัวอย่างเช่น "ส.ส.อู๊ด" ศิริพงษ์ รัสมี ผู้สมัครส.ส.กทม. เขตหนองจอก คลองสามวา หมายเลข 10 ที่ยึดโยงและรับใช้ชาวบ้านมาตลอด 30 ปี ตั้งแต่เป็น ผู้ใหญ่บ้าน, ส.ข. กระทั่ง ส.ส.เขตในปี 2562   

มาครั้งนี้ยังฝากลูกชายหัวแก้วหัวแหวน หวังเข้าสภาไปเป็นปากเป็นเสียงแทนชาวบ้านอีกด้วย คือ นายพีระพงษ์ รัสมี ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตหนองจอก มีนบุรี ลาดกระบัง หมายเลข 4

ทั้งนี้ ตลอดการทำงานในฐานะ ส.ส.ของศิริพงษ์ และ ลูกชาย ถือเป็นคนทำงานจริง รับใช้ชาวบ้านและแก้ปัญหา ตลอด 7 วัน 24 ชั่วโมง ตั้งแต่เรื่องไม้จิ้มฟันยันเรือรบก็ว่าได้ 

ก่อนหน้านี้ พปชร.ถูกปรามาสอย่างมาก เนื่องจากกระแสไม่ดีในพื้นที่กรุงเทพฯ ประกอบกับ ส.ส.เก่าก็ทยอยหนีไปสังกัดพรรคอื่นกันเกือบหมด จนโพลบางสำนักระบุว่าอย่างมากในพื้นที่กรุงเทพฯ ได้ ส.ส.เพียง 1 เขตเท่านั้น ซึ่งหมายถึงพื้นที่ของ "ส.ส.อู๊ด" แห่งหนองจอกนั่นเอง 

“ศิริพงษ์" กล่าวว่า แม้จะมีการวิจารณ์ว่ากระแส พปชร.ตกต่ำ แต่ทำให้เรามีใจบันดาลแรงและแรงบันดาลใจ ทำให้ตนและลูกชายยิ่งขยันดูแลประชาชน พี่น้องมีปัญหาตรงไหนก็แล้วแต่ เราจะเข้าไปแก้ปัญให้หาให้ทันที เพราะพวกเราเป็นคนทำงานจริง 

นอกจากการทำงานอย่างจริงจังและใกล้ชิดชาวบ้านแล้ว ยังมีหลักการคิดที่นำมาใช้ทำงานการเมืองและดำเนินชีวิตควบคู่กันไป นั่นคือ "รู้บุญคุณแผ่นดิน รู้บุญคุณพ่อแม่ และรู้บุญคุณผู้มีพระคุณ และขาดไม่ได้คือรู้บุญคุณพี่น้องประชาชน ที่ให้โอกาสเสมอมา" 

นี่คือ “คนทำงานจริง” ที่ขอโอกาสเข้าสภาเพื่อรับใช้พี่น้องประชาชน.

 

ช่างสงสัย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เดินเท้าขอบคุณ

ทุ่มเทมาตลอด 5 ปี สอบตกไป 2 ครั้ง แต่ยังไม่หยุดทุ่มเท รอบนี้สมหวัง เสี่ยโบ๊ต-อนุกูล พฤกษานุศักดิ์ ผู้สมัคร สส.สงขลา เขต 6 พรรคภูมิใจไทย เข้าวินถล่มทลาย กวาดไปกว่า 48,000 คะแนน ทิ้งขาดอันดับสองแบบไม่ต้องลุ้นอะไรมากนัก

'นับสักกี่ครั้งก็ชนะ'

ศึกเลือกตั้งศรีสะเกษรอบนี้ ต้องยอมรับว่า “สีน้ำเงิน” มาแรงแบบไม่เกรงใจใคร เพราะนอกจากพรรคภูมิใจไทยจะกวาดชัยอย่างไม่เป็นทางการเกือบยกจังหวัด เปลี่ยนพื้นที่สีแดงให้กลายเป็นน้ำเงินได้แล้ว บทสรุปสุดท้ายต้องลุ้นว่าจะได้ 7 หรือ 8 ที่นั่ง จากทั้งหมด 9 เก้าอี้ เนื่องจากยังมีประเด็นเรื่องการร้องขอนับคะแนนใหม่ในบางเขต

"พักก่อนพี่เต้"

บรรยากาศการเลือกตั้ง ก.พ.2569 นี่มันช่างระอุยิ่งกว่าอากาศเมืองไทย โดยเฉพาะสมรภูมิเมืองน้ำเค็ม “ชลบุรี เขต 1” ที่ดรามาพุ่งกระฉูด พรรคประชาชนแพ้ให้ สุชาติ ชมกลิ่น บ้านใหญ่ที่นี่ เพียงไม่กี่คะแนน ทำด้อมส้มปรี๊ดแตก ขอให้นับคะแนนใหม่ อีกทั้งยังพบทั้งบัตรเขย่ง ยันใบคะแนนในถังขยะ ทำเอาชาวบ้านตาค้างกันทั้งบาง

'อยากดูแลทุกคน'

การเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. ได้เสร็จสิ้นลงไปแล้ว ซึ่งคิดว่าแต่ละพรรคการเมืองได้ทำเต็มที่ที่สุดเท่าที่ทำได้ ทั้งเรื่องการหาเสียงหรือเรื่องการประกาศนโยบายให้ถึงชาวบ้านให้ได้มากที่สุด

โพสต์เดือด!

พร้อมชนทุนผูกขาดทุกวงการ คำนี้เป็นอันรู้กันต้องยกให้ “พรรครวมไทยสร้างชาติ” ของ “หัวหน้าตุ๋ย-พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ประกาศดุดันพร้อมทลายทุกทุนผูกขาด ทุกการทุจริต ทุนเทา ทุนดำ พรรครวมไทยสร้างชาติพร้อมเป็นพรรคสีขาว ที่ไม่สามารถย้อมด้วยอำนาจหรือผลประโยชน์ได้

‘อีหล่า’ จะทำให้เบิ่ง

ศรีสะเกษจะมีรัฐมนตรีเป็นศักดิ์เป็นศรีคนบ้านเฮาหรือไม่ งวดนี้อยู่ในกำมือพี่น้องคนนครดอกลำดวนแล้วเด้อ ส่องสปอร์ตไลต์เลือกตั้งเที่ยวนี้ เหมือนจะมีแค่ 2 พรรคที่ต้องชิงดำ คือ พรรคภูมิใจไทย กับพรรคเพื่อไทย